๓๐
ในเมื
องราดคื
อพ่
อขุ
นผาเมื
องมี
ความสํ
าคั
ญในการสถาปนาอาณาจั
กรสุ
โขทั
ยและสั
นนิ
ษฐาน
ว่
าเมื
องราดอยู
่
ในจั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
สํ
าหรั
บวี
รกรรมของพ่
อขุ
นผาเมื
องนั
้
นคื
อ พระองค์
ร่
วมกั
บพ่
อขุ
นบางกลางหาว เจ้
าเมื
องบาง
ยาง หั
วหน้
าชุ
มชนไทย ได้
รวมกํ
าลั
งนํ
้
าใจและกํ
าลั
งคนเข้
าขั
บไล่
ขอมสมาดโขลญลํ
าพง และ
ขจั
ดอํ
านาจการปกครองของชุ
มชน ให้
พ้
นไปจากอาณาจั
กรขอม และได้
สถาปนาพ่
อขุ
นบาง
กลางหาวขึ
้
นเป็
นเจ้
าเมื
องมี
พระนามใหม่
ว่
า พ่
อขุ
นศรี
อิ
นทราทิ
ตย์
เป็
นกษั
ตริ
ย์
พระองค์
แรก
ของราชวงศ์
พระร่
วง
หลั
งจากหมดอํ
านาจของกรุ
งสุ
โขทั
ย
ดิ
นแดนเพชรบู
รณ์
ก็
หมดความสํ
าคั
ญลง
มี
อาณาจั
กรของกรุ
งศรี
อยุ
ธยาเจริ
ญรุ่
งเรื
องแทน เพราะเป็
นเมื
องที่
ตั
้
งอยู
่
บริ
เวณชุ
มทางของ
แม่
นํ
้
าหลายสาย คื
อแม่
นํ
้
าเจ้
าพระยา แม่
นํ
้
าน้
อย แม่
นํ
้
าลพบุ
รี
และแม่
นํ
้
าป่
าสั
ก ซึ่
งล้
วนแต่
เป็
น
เส้
นทางคมนาคมติ
ดต่
อกั
บบ้
านเมื
องภายในทั
้
งทางตะวั
นตกเฉี
ยงเหนื
อ ทางเหนื
อและทางทิ
ศ
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อและด้
วยเหตุ
ที่
เพชรบู
รณ์
เป็
นเมื
องที่
ตั
้
งอยู
่
บริ
เวณแม่
นํ
้
าป่
าสั
ก
ซึ่
งเป็
น
เส้
นทางการค้
าขายระหว่
างเพชรบู
รณ์
และอยุ
ธยา ดั
งนั
้
นการโยกย้
ายอํ
านาจการปกครอง การ
เผยแพร่
วั
ฒนธรรมจึ
งมาตามเส้
นทางของแม่
นํ
้
านี
้
ดั
งที่
วิ
ชั
ย ตั
นกิ
ตติ
กร (,๒๕๓๔,หน้
า๑๒๗)
ได้
กล่
าวไว้
ดั
งนี
้
พิ
ษณุ
โลกเป็
นเมื
องหลวงเอาลํ
านํ
้
าไว้
กลางเมื
องเช่
นเดี
ยวกั
บเมื
องพิ
ษณุ
โลก
กํ
าแพงเมื
องมี
ลั
กษณะเป็
นกํ
าแพงดิ
น กว้
างยาวด้
านละ ๘๐๐ เมตร
ยุ
คที่
สองสร้
างในแผ่
นดิ
นพระนารายณ์
มหาราชมี
ป้
อมกํ
าแพงก่
อด้
วย
อิ
ฐปนศิ
ลาสั
นนิ
ษฐานว่
าคล้
ายที่
เมื
องนครราชสี
มาแต่
เล็
กและเตี
้
ยกว่
า
เอาแม่
นํ
้
าไว้
กลางเมื
องเหมื
อนกั
น เพี
ยงแต่
สร้
างกํ
าแพงเมื
องให้
เล็
กลงกว่
าเดิ
ม”
หลั
งสมั
ยอาณาจั
กรกรุ
งศรี
อยุ
ธยาล่
มสลายลง ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
เพชรบู
รณ์
กลายเป็
นเมื
อง
ชายแดนที่
ไม่
สู
้
มี
ความสํ
าคั
ญนั
กสมเด็
จกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ,(๒๕๓๕หน้
า๒)
ได้
กล่
าวถึ
งหลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บกรุ
งธนบุ
รี
ไว้
ดั
งนี
้
จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
เป็
นแหล่
งพํ
านั
กชั่
วคราวของเจ้
าพระยาจั
กรี
(สมเด็
จ
พระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลก) กั
บเจ้
าพระยาสุ
รสี
ห์
(กรมพระราชวั
งบวรสุ
รสี
หนาถ)
ได้
นํ
ากองทั
พตี
แตกทั
พอะแซหวุ
่
นกี
้
(พม่
า)ที่
ล้
อมรอบเมื
องพิ
ษณุ
โลก (มี
ตํ
านาน
อะแซหวุ
่
นกี
้
เคยขอดู
ตั
วพระยาจั
กรี
) และมาชุ
มนุ
มพั
กทั
พที่
วั
ดมหาธาตุ
จั
งหวั
ด
เพชรบู
รณ์
.........
.........“แหล่
งนํ
้
าจะเป็
นปั
จจั
ยหลั
กทั
้
งการใช้
อุ
ปโภคและบริ
โภคในรู
ปของการ
เกษตรกรรมการสั
ญจรแลกเปลี่
ยนสิ
นค้
ารวมทั
้
งการแพร่
กระจายจาก
ชุ
มชนหนึ่
งไปยั
งอี
กชุ
มชนหนึ่
ง ซึ่
งประเด็
นของแหล่
งนํ
้
าทางสั
ญจรกั
บ
เมื
องสํ
าคั
ญจะเป็
นตั
วกํ
าหนดโครงสร้
างทางวั
ฒนธรรมของชุ
มชนในแต่