๓๑
ละท้
องถิ่
นได้
เป็
นอย่
างดี
”
ดั
งนั
้
นอํ
านาจการปกครองและรู
ปแบบของวั
ฒนธรรมของกรุ
งศรี
อยุ
ธยาซึ่
งเป็
น
อาณาจั
กรใหญ่
จึ
งมี
อิ
ทธิ
พลต่
อชุ
มชนของจั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
ดั
งปรากฏหลั
กฐานทาง
ปฏิ
มากรรมคื
อวั
ดช้
างเผื
อกมี
พระพุ
ทธรู
ปทรงเครื่
อง เช่
นเดี
ยวกั
บพระพุ
ทธศิ
ลป์
ที่
นิ
ยมสร้
างใน
สมั
ยอยุ
ธยายุ
คปลายและที่
วั
ดโพธิ
์
กลางมี
พระพุ
ทธรู
ปปางประทานอภั
ยประทั
บยื
น มี
ลั
กษณะ
พุ
ทธศิ
ลป์
เช่
นเดี
ยวกั
บสมั
ยอยุ
ธยาที่
พระเศี
ยรมี
พระมาลาทรงเทริ
ดเช่
นเดี
ยวกั
บสมั
ยอยุ
ธยายุ
ค
ต้
นซึ่
งสอดคล้
องกั
บพระราชดํ
าริ
ที่
สมเด็
จกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ (๒๕๔๐,หน้
า๒) ได้
กล่
าวถึ
งการสร้
างเมื
องเพชรบู
รณ์
ไว้
ดั
งนี
้
“สั
นนิ
ษฐานว่
าเป็
นเมื
องที่
สร้
างขึ
้
นมา ๒ ยุ
ค แต่
สร้
างซํ
้
าลงในที่
เดี
ยวกั
น
สิ่
งสํ
าคั
ญคื
อเจดี
ย์
ทรงพุ
่
มข้
าวบิ
ณฑ์
(ศิ
ลปะร่
วมสมั
ยสุ
โขทั
ย)วั
ดมหาธาตุ
และวั
ดโบราณ ซึ่
งทํ
าให้
เข้
าใจว่
ายุ
คแรกสร้
างขึ
้
นเมื่
อกรุ
งสุ
โขทั
ยหรื
อ”
ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
เป็
นช่
วงที่
ชาวไทยกํ
าลั
งสู
้
รบกั
บพม่
าที่
ได้
ยกทั
พมาตี
อาณาจั
กรกรุ
งศรี
อยุ
ธยาจนล่
มสลาย ชุ
มชนได้
กระจายตั
วแล้
วมาตั
้
งเมื
องหลวงใหม่
ที่
กรุ
งธนบุ
รี
ในระยะนั
้
น
และเมื่
อพระยาจั
กรี
ได้
ปราบดาภิ
เษกพระองค์
เป็
นกษั
ตริ
ย์
ได้
ย้
ายชุ
มชนมาตั
้
งเมื
องใหม่
ที่
กรุ
งเทพมหานคร จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
ได้
ตกอยู
่
ใต้
ขอบขั
ณฑสี
มาและในสมั
ยรั
ชกาลที่
๕ ในปี
พ.ศ
๒๔๒๖ได้
มี
การรวบรวมหั
วเมื
องต่
างๆเข้
าเป็
นมณฑล และจั
ดตั
้
งมณฑลเทศาภิ
บาลขึ
้
น ต่
อมา
ในปี
พ.ศ ๒๔๓๓ เมื
องเพชรบู
รณ์
ได้
ยกฐานะขึ
้
นเป็
นมณฑลเพชรบู
รณ์
มี
พระยาเพชรรั
ตน์
สงคราม (เฟื่
อง) ดํ
ารงตํ
าแหน่
งสมุ
หเทศาภิ
บาล และรวมเอาเมื
อง ลุ
่
มนํ
้
าป่
าสั
ก คื
อเมื
องหล่
ม
สั
ก และเมื
องวิ
เชี
ยรบุ
รี
เข้
ากั
บเมื
องเพชรบู
รณ์
แยกเป็
นมณฑลหนึ่
งต่
างหากดั
งที่
สมเด็
จ
กรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ,( ๒๔๕๖., หน้
า๒๕) ได้
ทรงบั
นทึ
กไว้
ดั
งนี
้
“การที่
พระยาเพชรรั
ตน์
สงครามสามารถจั
ดระเบี
ยบแบบแผนปกครองเมื
อง
เพชรบู
รณ์
สํ
าเร็
จนั
้
นเป็
นข้
อมู
ลให้
ต้
องปรารภต่
อไปถึ
งเมื
องหล่
มสั
กและเมื
อง
วิ
เชี
ยรบุ
รี
ที่
อยู
่
ลุ
่
มนํ
้
าป่
าสั
กด้
วยกั
น แต่
จะเอาหั
วเมื
องทางนํ
้
าสั
กไปเข้
ามณฑล
ใดก็
ขั
ดข้
องด้
วยทางคมนาคมดั
งกล่
าวมาแล้
วจะปกครองได้
สะดวกอย่
างเดี
ยว
ก็
แต่
รวมหั
วเมื
องในลุ
่
มนํ
้
าป่
าสั
ก เมื
องแยกเป็
นมณฑลหนึ่
งต่
างหากจึ
งตั
้
ง
มณฑลเพชรบู
รณ์
”