๕๒๔
การโกนจุ
กตั
ดแกละ
นั
้
นคํ
าว่
าจุ
กคื
อการเว้
นเอาผมไว้
ที่
กลางกระหม่
อม ส่
วนแกละนั
้
นจะเอา
ผมไว้
ด้
านข้
างเป็
นสองหย่
อมเมื่
อเด็
กโตขึ
้
นมั
กใช้
เรี
ยกแทนชื่
อเด็
กนั
้
นว่
าเจ้
าจุ
กหรื
อเจ้
าแกละ ส่
วน
เด็
กหญิ
งนิ
ยมไว้
จุ
ก
วิ
ธี
โกนจุ
กหรื
อแกละนั
้
นมั
กจะนํ
าเด็
กไปให้
พระสงฆ์
โกนเพื่
อให้
เป็
นศิ
ริ
มงคลแก่
เด็
ก มี
การ
ทํ
าบุ
ญแห่
เหมื
อนการบวชนาค บางรายจะนิ
มนต์
พระมาเจริ
ญพระพุ
ทธมนต์
ที่
บ้
าน แล้
วแต่
ฐานะของแต่
ละบุ
คคล
จากตั
วอย่
างประเพณี
ส่
วนบุ
คคลของชุ
มชนในเขตเทศบาลเมื
องจะมี
ขั
้
นตอนใน
การดํ
าเนิ
นการคล้
ายคลึ
งกั
นอั
นเป็
นบทสรุ
ปได้
ว่
าชุ
มชนในเขตเทศบาลเมื
องเป็
นชนที่
สื
บเชื
้
อสายมาจาก
กลุ
่
มชนเดี
ยวกั
นมี
กรอบระเบี
ยบแบบแผนในการดํ
ารงชี
วิ
ตตั
้
งแต่
เกิ
ดจนตายในลั
กษณะเดี
ยวกั
นและ
กลายเป็
นเอกลั
กษณ์
ของชุ
มชนในเขตเทศบาลเมื
องเพชรบู
รณ์
ซึ่
งสอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดในทฤษฎี
สั
ญลั
กษณ์
นิ
ยมดั
งนี
้
G.H.Mead (Solomon.M).,(๒๕๕๓,หน้
า๒๕๔) อ้
างถึ
ง ไม่
เชื่
อว่
าการมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ต่
อกั
นใน
สั
งคมนั
้
นจะมี
เป้
าหมายเพื่
อการครอบงํ
าหรื
อมี
อิ
ทธิ
พลเหนื
อคนอื่
นแต่
มี
ส่
วนร่
วมหรื
ออยู
่
ในวั
ฒนธรรม
นั
้
นเช่
นการปฏิ
บั
ติ
ตามกฎเกณฑ์
ของกลุ
่
มแล้
วซึ
มซั
บจนกลายเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของกลุ
่
มและสั
ญลั
กษณ์
นี
้
จะทํ
าหน้
าที่
เป็
นตั
วสื่
อกลางในการกระทํ
าทางสั
งคม(คนภายนอกกลุ
่
มมองเห็
นเป็
นเอกลั
กษณ์
เฉพาะ
กลุ
่
ม)และตี
ความหมายตามสั
ญลั
กษณ์
ที่
เป็
นเอกลั
กษณ์
นั
้
น โดยกล่
าวว่
า
“คนที่
อยู
่
ร่
วมวั
ฒนธรรมเดี
ยวกั
นจะมี
ระบบการตี
ความหมายของสั
ญลั
กษณ์
ของ
สั
งคมร่
วมกั
น(แม้
จะไม่
เหมื
อนกั
นทั
้
งหมดที
เดี
ยว)ด้
วยเหตุ
นี
้
คนในสั
งคมเดี
ยวกั
น
จึ
งสามารถทํ
านาย พฤติ
กรรมของคนที่
อยู
่
ในสั
งคมเดี
ยวกั
นได้
”
การให้
นิ
ยามเอกลั
กษณ์
เฉพาะตนนั
้
นเกิ
ดจากการกํ
าหนดของสั
งคมและเอกลั
กษณ์
เฉพาะตน
นั
้
นเกิ
ดจากการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บสิ่
งแวดล้
อมโดยสิ่
งแวดล้
อมจะทํ
าหน้
าที่
เป็
นการกํ
าหนด กรอบให้
ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ถ้
าใครไม่
ประพฤติ
จะถู
กตํ
าหนิ
รุ
นแรงมากน้
อยขึ
้
นอยู
่
ที่
การประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ของตนเอง
นั่
นคื
อกฎเกณฑ์
ของสั
งคม จะเป็
นกระจกเงาของแต่
ละบุ
คคลและในขณะเดี
ยวกั
นสั
งคมจะมี
เอกลั
กษณ์
ของตน เช่
นสั
งคมไทยมี
เอกลั
กษณ์
เฉพาะตนต่
างจากสั
งคมของจี
นเป็
นต้
น
จากเหตุ
ผลที่
กล่
าวมาเป็
นข้
อยื
นยั
นว่
าเราได้
มี
การซึ
มซั
บกฎระเบี
ยบของสั
งคมเข้
าไว้
แล้
วมั
นจะ
ทํ
าหน้
าที่
เป็
นปุ
่
มควบคุ
มการกระทํ
าของเราในสั
งคม เมื่
อเราแสดงบทบาทต่
างๆ ในการมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บคนอื่
นการซึ
มซั
บกฎระเบี
ยบนี
้
เราเรี
ยกว่
าเป็
นกระบวนการบ่
มเพาะคื
อการั
บรู
้
สิ่
งเร้
าใน
ลั
กษณะสั
ญลั
กษณ์
และการอ่
านความหมายของสั
ญลั
กษณ์
นี
้
ต้
องขึ
้
นอยู
่
กั
บสิ่
งแวดล้
อมทางสั
งคมแต่
ละ