Page 45 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๐
ตั
วอย่
างการถ่
ายทอดภู
มิ
ปั
ญญาซึ่
งส่
วนใหญ่
จะมี
การถ่
ายทอดกั
นในครอบครั
วได้
แก่
พ่
อชาลี
มะระแสง ,(๒๕๔๓,หน้
า ๕๘ )ได้
กล่
าวว่
“ถ่
ายทอดความรู
ทางธรรมชาติ
ให้
รู
จั
กตนเองว่
าเกิ
ดมาแล้
วตนเองมี
คุ
ณค่
าอย่
างไร พ่
แม่
เลี
ยงดู
มาอย่
างไร ให้
ภู
มิ
ความรู
อย่
างไร จึ
งเป็
นได้
อย่
างในปั
จจุ
บั
นนี
พ่
อมหาอยู
,(๒๕๔๓,๕๘ )ได้
กล่
าวว่
า “การสื
บทอดให้
ลู
กเข้
าใจ ฝึ
กลู
ก ๓ อย่
างคื
อไม่
เล่
นการ
พนั
น ไม่
เสพสิ่
งเสพติ
ด ไม่
เกี
ยจคร้
าน บํ
าเพ็
ญ ๔ คื
อ พอใจในสิ่
งที่
ทํ
า ละอบายมุ
ข มี
จิ
ตสํ
านึ
ในหน้
าที่
ทบทวนคารมของพ่
อ มี
ดี
๕ อย่
างคื
อ อารมณ์
ดี
อากาศดี
บริ
โภคอาหารดี
ทํ
างานดี
เงิ
นดี
ทั
งสองท่
านเป็
นปราชญ์
ชาวบ้
านทางสาขาการเกษตรและทั
งสองท่
านได้
ถ่
ายทอดภู
มิ
ปั
ญญานี
ให้
แก่
บุ
ตรหลาน นิ
ตยา กนกมงคล ,(๒๕๔๓,หน้
า ๑ )ได้
กล่
าวถึ
งคุ
ณค่
าของภู
มิ
ปั
ญญาไทยไว้
ดั
งนี
“ภู
มิ
ปั
ญญาไทยทุ
กแขนงจึ
งเป็
นสิ่
งที่
ควรได้
รั
บการสื
บทอดพั
ฒนา
และปรั
บประยุ
กต์
ให้
สอดคล้
องกั
บสั
งคมโลก”ยุ
คโลกาภิ
วั
ตน์
นี
.“ ด้
วยเหตุ
ที่
ภู
มิ
ปั
ญญาไทยเป็
นพื
นฐานการดํ
ารงชี
วิ
ต เป็
นองค์
ความรู
ที่
ผ่
านการกลั่
นกรอง
มี
ความเหมาะสมจากบรรพบุ
รุ
ษแล้
วว่
าเหมาะสมกั
บคนไทย จึ
งเป็
นแนวทาง
การใช้
ชี
วิ
ตที่
คนไทยปั
จจุ
บั
นพึ
งตระหนั
ก ในคุ
ณค่
า และนํ
ามาปรั
บประยุ
กต์
ใช้
ให้
สอดคล้
องกั
บสภาพชี
วิ
ตที่
เปลี่
ยนไป เพื่
อให้
พื
นฐานสั
งคมและเศรษฐกิ
จไทย
มี
ความมั่
นคงเป็
นตั
วของ ตั
วเอง”
นอกจากในท้
องถิ่
นหรื
อชุ
มชนจะประกอบด้
วยภู
มิ
ปั
ญญาอั
นเป็
นสิ่
งสํ
าคั
ญในการดํ
ารง
วิ
ถี
ชี
วิ
ตให้
มี
ความสุ
ขแล้
ในสั
งคมยั
งมี
การจั
ดระบบของสั
งคมที่
เรี
ยกว่
าวั
ฒนธรรมและ
ประเพณี
ซึ่
งมี
ความเกี่
ยวพั
นกั
บภู
มิ
ปั
ญญาเพราะ จากบทสรุ
ปภู
มิ
ปั
ญญาของชุ
มชนเมื
อง
เพชรบู
รณ์
( เทศบาลเมื
องเพชรบู
รณ์
ร่
วมกั
บคณะสั
งคมศาสตร์
มหาวิ
ทยาลั
ยนเรศวร,การ
พั
ฒนาเทศบาลตั
วอย่
าง : กรณี
ศึ
กษานครบาลเพชรบู
รณ์
, (พ.ศ.๒๕๔๗-๒๕๕๑,หน้
า ๓๑๐-
๓๑๑ ) ได้
สรุ
ปไว้
ดั
งนี
“ ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น บางครั
งอาจจะเรี
ยกว่
าภู
มิ
ปั
ญญาชาวบ้
าน
หรื
อภู
มิ
ปั
ญญาไทย เป็
นศั
พท์
ที่
นั
กวิ
ชาการและพั
ฒนาองค์
การ
เอกชนได้
กํ
าหนดขึ
นเพื่
อเรี
ยกแทนคํ
าว่
ากระบวนทั
ศน์
(paradigm)
ของชาวบ้
านที่
มี
ต่
อตนเอง ต่
อโลก ต่
อสิ่
งแวดล้
อม ซึ่
งแสดงออก
ให้
เห็
นให้
เห็
นจากระบบความเชื่
อ ค่
านิ
ยมในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
กระบวนทั
ศน์
ดั
งกล่
าวจะมี
รากฐานมาจากคํ
าสั่
งสอนทางศาสนา