Page 44 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๙
อื่
นโดยลํ
าดั
บด้
วยเหตุ
นี
วั
ดในชั
นดึ
กดํ
าบรรพ์
ซึ่
งยั
งปรากฎอยู
จึ
งมั
กอยู
ในท้
องถิ่
นอั
นเป็
นเมื
อง
เก่
าและในเมื
องอั
นเคยเป็
นราชธานี
โดยเฉพาะห่
างออกไปหาใคร่
จะมี
ไม่
จะยกเป็
นอุ
ทาหรณ์
ดั
งเช่
นที่
เมื
องนครปฐม
นอกจากพระปฐมเจดี
ย์
ยั
งปรากฏวั
ดซึ่
งมี
พระเจดี
ย์
ใหญ่
ๆสร้
างไว้
อี
หลายแห่
ว่
าแต่
ที่
พอจะเห็
นได้
ง่
ายๆในเวลานี
คื
อวั
ดพระงามและวั
ดพระประโทนเป็
นต้
นี่
คื
อการที่
พระพุ
ทธศาสนาได้
แพร่
หลายเข้
ามาในประเทศไทย และคนไทยได้
เข้
าถึ
งพุ
ทธศาสนาเพราะเมื่
อมารวมตั
วกั
นเป็
นท้
องถิ่
นจะนิ
ยมสร้
างวั
ด เพื่
อใช้
เป็
นศู
นย์
กลาง
ของการปฏิ
บั
ติ
ศาสนกิ
จร่
วมกั
จากประวั
ติ
การสร้
างวั
ดในประเทศไทยทํ
าให้
ทราบว่
าวั
ดเป็
นการจํ
าลององค์
พระรั
ตนตรั
ยคื
อองค์
พระสถู
ปหรื
อเจดี
ย์
แทนพระพุ
ทธองค์
พระธรรมคํ
าสอนที่
มี
พระสาวกได้
จํ
ไว้
มี
การสั
งคายนาแล้
วแบ่
งออกเป็
น ๒ พวกคื
อการสั
งคายนาของพระเจ้
าอโศกมหาราชจารึ
ด้
วยภาษาบาลี
เป็
นของอิ
นเดี
ยฝ่
ายใต้
เรี
ยกว่
า”หิ
นยาน”
ส่
วนการสั
งคายนาของอิ
นเดี
ยฝ่
าย
เหนื
อรั
บคํ
าสอนของพระพุ
ทธเจ้
าและคณาจารย์
อื่
นๆเรี
ยกว่
า”มหายาน”จารึ
กคํ
าสอนเป็
นภาษา
สั
นสกฤต
สํ
าหรั
บพระสงฆ์
ไม่
พํ
านั
กเป็
นที่
จะจาริ
กไปสั่
งสอนธรรมแก่
เวไนยสั
ตว์
หรื
อไม่
ก็
ปลี
กวิ
เวกหาที่
สงบสงั
ดศึ
กษาธรรมจะหยุ
ดพํ
านั
กต่
อเมื่
อเข้
าพรรษา
ต่
อมามี
คนทํ
อารามถวายให้
จึ
งมี
วั
ดเกิ
ดขึ
นดั
งนั
นวั
ดจึ
งต้
องมี
ส่
วนประกอบสามประการนี
ในอดี
ตจะมี
การสร้
างวั
ดขึ
นเพื่
อบรรจุ
กระดู
กของสมาชิ
กในตระกู
ล ในวั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
ถวายเป็
นอนุ
สรณ์
ถึ
งผู
เสี
ยชี
วิ
ตและสร้
างเพื่
อเป็
นพุ
ทธเจดี
ย์
และองค์
เจดี
ย์
ที่
สร้
างขึ
เป็
ผลลั
พธ์
จากการถ่
ายทอดอิ
ทธิ
พลของศิ
ลปะของกลุ
มชนที่
รุ่
งเรื
องในแต่
ละยุ
คแต่
ละสมั
ย การ
สร้
างวั
ดจึ
งเป็
นแหล่
งรวมใจของคนในชุ
มชนและเป็
นตั
วบ่
งชี
ให้
ทราบประวั
ติ
ของชุ
มชนนั
นๆ
ในขณะเดี
ยวกั
นวั
ดก็
เป็
นแหล่
งเสริ
มสร้
างวั
ฒนธรรมและก่
อให้
เกิ
ดภู
มิ
ปั
ญญาขึ
นในชุ
มชน
เพราะท้
องถิ่
นในเขตเมื
องซึ่
งจะมี
ทั
งการประกอบอาชี
พ วั
ฒนธรรมประเพณี
งานศิ
ลปะ
หั
ตถกรรมสิ่
งเหล่
านี
ผ่
านกระบวนการทดลอง
คั
ดสรรจากอดี
ตและมี
การถ่
ายทอดจากรุ่
นพ่
แม่
สู
ลู
กหลาน สิ่
งที่
บรรพบุ
รุ
ษคิ
ดขึ
น และการทดลองคั
ดสรรคื
อภู
มิ
ปั
ญญา วรเดช จั
นทศร,(
๒๕๔๗ ,หน้
า ๑) ได้
กล่
าวถึ
ภู
มิ
ปั
ญญาไทย
ไว้
ดั
งนี
“ ภู
มิ
ปั
ญญาไทยคื
อการเรี
ยนรู
ถึ
งแก่
นความคิ
ดของนั
กคิ
ด นั
กปฏิ
บั
ติ
หรื
อปราชญ์
ชาวบ้
านซึ่
งมี
การพู
ดถึ
งกั
นอยู
เสมอว่
าพวกเขาเหล่
านี
เป็
นเสมื
อนรากเหง้
าของ แผ่
นดิ
นที่
สื
สานสร้
างสรรค์
องค์
ความรู
จากบรรพบุ
รุ
ษสะท้
อนเป็
นภู
มิ
ปั
ญญา
ไทยมิ
ให้
สู
ญหายต่
อเนื่
องยาวนานมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น”