Page 43 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๘
พระพุ
ทธศาสนามาแต่
ก่
อน
ก็
ถู
กพวกแขกอาหรั
บมาบั
งคั
บให้
ไปเข้
ารี
ตนั
บถื
อศาสนาอิ
สลาม
เสี
ยโดยมาก ประเทศที่
ถื
อพระพุ
ทธศาสนาในแถวนี
จึ
งยั
งเหลื
ออยู
แต่
ประเทศลั
งกา พม่
า มอญ
ถื
อลั
ทธิ
อย่
างหิ
นยาน ส่
วนประเทศไทยกั
บประเทศกั
มพู
ชาถื
อลั
ทธิ
อย่
างมหายาน ต่
างพวกต่
าง
ถื
อมาตามลํ
าพั
งตน มาจนราว พ.ศ. ๑๖๙๖ พระเจ้
าปรั
กกรมพาหุ
มหาราชได้
ครองประเทศ
ลั
งกา ทรงทํ
านุ
บํ
ารุ
งพระพุ
ทธศาสนา ให้
ประชุ
มพระสงฆ์
ทํ
าสั
งคายนาพระธรรมวิ
นั
ยเฟื่
องฟู
ขึ
เกี
ยรติ
คุ
ณอั
นนั
นเลื่
องลื
อมาถึ
งประเทศทางนี
มี
พระภิ
กษุ
สงฆ์
ทั
งเขมร ไทย มอญ พม่
า พากั
ไปศึ
กษาพระศาสนาในลั
งกาทวี
ป แล้
วบวชแปลงเป็
นลั
งกาวงศ์
นํ
าลั
ทธิ
หิ
นยานอย่
างลั
งกามา
ประดิ
ษฐานยั
งประเทศเดิ
มของตน เมื่
อราว พ.ศ. ๑๘๐๐ แต่
นั
นมาประเทศไทยและกั
มพู
ชาก็
นั
บถื
อพระพุ
ทธศาสนาอย่
างลั
ทธิ
หิ
นยานลั
งกาวงศ์
กลั
บมาใช้
พระ ไตรปิ
ฎกภาษาบาลี
เป็
นหลั
พระธรรมวิ
นั
ยสื
บมาจนทุ
กวั
นนี
และการที่
คนไทยสามารถรั
บศาสนาพุ
ทธจากพระสงฆ์
จาก
อิ
นเดี
ยสมเด็
จฯกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพได้
กล่
าวถึ
งตํ
านานการที่
พระพุ
ทธ
ศาสนามา
ประดิ
ษฐานในประเทศไทย โดยตั
งข้
อสั
งเกตว่
าข้
อที่
มนุ
ษย์
พู
ดภาษาผิ
ดกั
น หนั
งสื
อที่
แต่
งแต่
โบราณมั
กจะสมมติ
ว่
ามนุ
ษย์
แม้
จะต่
างชาติ
ต่
างเมื
องกั
นก็
พู
ดจาเข้
าใจกั
นได้
จะยกพอเป็
ตั
วอย่
างดั
งเช่
นเรื่
องตํ
านานว่
าด้
วยการที่
พระพุ
ทธ ศาสนา มาประดิ
ษฐานในประเทศไทยดั
งนี
ปรากฎอยู
ในหนั
งสื
อเรื่
องศาสนวงศ์
กล่
าวว่
าเมื่
อครั
งพระเจ้
าอโศกมหาราชให้
เที่
ยวสั่
งสอน
พระพุ
ทธศาสนาตามนานาประเทศนั
น ทรงอาราธนาให้
พระเถระ ๒ องค์
ชื่
อว่
า พระโสณะ
องค์
๑ พระอุ
ตตระองค์
๑ มาสอนพระศาสนาทางประเทศเหล่
านี
พระเถระ ๒ องค์
นั
น เมื่
มาถึ
งมาแสดงพรหมชาลสู
ตรแก่
ชาวประเทศนี
ก็
พากั
นเลื่
อมใสในพระพุ
ทธศาสนา ข้
อนี
เมื่
อมา
คิ
ดดู
ว่
าพระมหาเถระทั
ง ๒ ท่
านเป็
นชาวอิ
นเดี
ย (อุ
ปมาเหมื
อนอย่
างแขกแรกเข้
ามายั
งพู
ภาษาไทยไม่
ได้
) จะมาแสดงเทศนาแก่
ชาวประเทศนี
ด้
วยภาษาอั
นใด คิ
ดดู
เท่
านี
ก็
จะเห็
นได้
ว่
เรื่
องเช่
นกล่
าวในหนั
งสื
อศาสนวงศ์
ไม่
เป็
นแก่
นสาร ก็
แต่
หลั
กฐานมี
อยู
อี
กฝ่
าย ๑ ด้
วยโบราณ
วั
ตถุ
มี
อยู
เป็
นหลั
กฐานว่
าชาวอิ
นเดี
ยได้
มาสอนพระพุ
ทธศาสนาในประเทศนี
แต่
ในกาลใกล้
ต่
สมั
ยพระเจ้
าอโศกมหาราชเช่
นปรากฎอยู
ที่
พระปฐมเจดี
ย์
ดั
งกล่
าวแล้
จึ
งน่
าสั
นนิ
ษฐานว่
เมื่
อก่
อนรั
ชสมั
ยของพระเจ้
าอโศกนั
น จะมี
ชาวอิ
นเดี
ยมาตั
งภู
มิ
ลํ
าเนาหรื
อประกอบการค้
าขาย
อยู
ในประเทศไทยนี
มากอยู
แล้
ว ทู
ตที่
มาสอนพระพุ
ทธศาสนาคงมาสอนพวกชาวอิ
นเดี
ยก่
อน
ด้
วยพู
ดเข้
าใจภาษากั
น พวกชาวอิ
นเดี
ยเหล่
านั
นรู
ภาษาไทย เมื่
อเลื่
อมใสในพระพุ
ทธศาสนา
แล้
วจึ
งสอนหรื
อเป็
นล่
ามในการสอนพระพุ
ทธศาสนาแก่
ชาวไทยในสมั
ยนั
นต่
อมา
ครั
นมี
พุ
ทธศาสนิ
กชนขึ
นเป็
นอั
นมากแล้
ว จึ
งไปขอพระบรมธาตุ
และคณะสงฆ์
มาจากอิ
นเดี
ย แล้
วสร้
างพุ
ทธเจดี
ย์
ที่
บรรจุ
พระบรมธาตุ
และผู
ที่
มี
ศรั
ทธาจะบวชก็
ขอบรรพชา
อุ
ปสมบทต่
อพระสงฆ์
ซึ่
งมาจากอิ
นเดี
ย จึ
งเกิ
ดวั
ดและพระสงฆมณฑลขึ
นในประเทศไทยด้
วย
ประการฉะนี
ชั
นเดิ
มพระพุ
ทธศาสนาคงจะรุ่
งเรื
องแต่
ที่
ในบ้
านเมื
องก่
อนแล้
วจึ
งแผ่
ออกไปถึ
งที่