๑๖
๖. ได้
มาจากการละเล่
นต่
างๆ เช่
น ไม่
ดู
ตามม้
าตาเรื
อ (หมากรุ
ก)
ลั
กษณะของภาษิ
ต
๑. มี
ความคล้
องจองและสั
มผั
สกั
น
๒. ใช้
คํ
าง่
าย สั
้
น กะทั
ดรั
ด
๓.ใช้
คํ
ากล่
าวนั
้
นๆ มาก มี
คนใช้
กั
นมากและใช้
จํ
าเจ
เทื
อก กุ
สุ
มา ณ อยุ
ธยา.( ๒๕๑๒ ,หน้
า๐-๗๐๕) ได้
กล่
าวถึ
งประเภทของ
สุ
ภาษิ
ตไว้
ดั
งนี
้
๑. เกี่
ยวกั
บข้
อห้
ามและธรรมเนี
ยมต่
างๆ เช่
น หญิ
งสามผั
ว ชายสามโบสถ์
๒. เกี่
ยวกั
บประวั
ติ
พงศาวดาร เช่
น กรุ
งศรี
อยุ
ธยาไม่
สิ
้
นคนดี
๓. เกี่
ยวกั
บรู
ปร่
างลั
กษณะ เช่
น ไทยเล็
ก เจ๊
กดํ
า ห้
ามคบ
๔. เกี่
ยวกั
บการรั
กษาตั
ว เช่
น สามวั
นดี
สี่
วั
นไข้
๕. เกี่
ยวกั
บดิ
นฟ้
าอากาศ เช่
น ฟ้
าไม่
กระเทื
อนสั
นหลั
ง ฝนตกไม่
ทั่
วฟ้
า ฝนตกขี
้
หมู
ไหล
๖. เกี่
ยวกั
บคํ
าทํ
านายทายทั
ก เช่
น คนเดี
ยวหั
วหาย สองคนเพื่
อนตาย
การวางรู
ปแบบของสุ
ภาษิ
ต
๑. การสั
มผั
สสระ (Rhymes) เช่
น คบคนให้
ดู
หน้
า ซื
้
อผ้
าให้
ดู
เนื
้
อ
๒. ประเภทสั
มผั
สพยั
ญชนะ (Alliteration) เช่
น รั
กสนุ
ก ทุ
กข์
สนั
ด
๓. ข้
อความขนานกั
นหรื
อตรงข้
ามกั
น เช่
น รั
กวั
วให้
ผู
กรั
กลู
กให้
ตี
เขี
ยนด้
วยมื
อลบ
ด้
วยเท้
า
๔. ประเภทเล่
นสั
มผั
สจั
งหวะคล้
ายร้
อยกรอง เช่
น นํ
้
าร้
อนปลาเป็
น นํ
้
าเย็
นปลา
ตาย
๕. ประเภทบุ
คลาธิ
ษฐาน (Personification) เช่
น แพ้
เป็
นพระชนะเป็
นมาร ปาก
คนยาวกว่
าปากกา
ลั
กษณะของวั
ฒนธรรมด้
านคติ
ชนวิ
ทยาที่
จํ
าแนกได้
ทั
้
งสามประเภทนี
้
เป็
นการแบ่
ง
ตามลั
กษณะการถ่
ายทอดสารที่
สื
บต่
อกั
นมาจากชนรุ่
นหนึ่
งสู
่
คนอี
กรุ่
นหนึ่
งในชุ
มชนและ
ท้
องถิ่
นของตน
ความหมายของท้
องถิ
่
น
ครอบครั
วเป็
นแหล่
งชุ
มชนที่
ย่
อยและเล็
กที่
สุ
ดและได้
มี
การรวมตั
วกั
นกลายเป็
นชุ
มชนที่
มี
ขนาด
ใหญ่
ขึ
้
นตามปริ
มาณครั
วเรื
อนที่
เพิ่
มขึ
้
น การเพิ่
มขึ
้
นของสมาชิ
กในชุ
มชนจึ
งเป็
นจุ
ดกํ
าเนิ
ดให้
มี
การจั
ดระบบระเบี
ยบทางสั
งคมของคนในชุ
มชนนั
้
น นิ
ตยา กนกมงคล,(๒๕๔๓,หน้
า ๑)ได้
กล่
าวไว้
ดั
งนี
้