๑๔
๑.ภาษาที่
ใช้
แต่
ละท้
องถิ่
นแตกต่
างกั
นไปในเรื่
องระบบเสี
ยงระบบคํ
าและความหมาย
๒.ข้
อคิ
ดเห็
นและความรู
้
สึ
กในเรื่
อง จะเปลี่
ยนแปลงไปตามวั
ฒนธรรมของแต่
ละ
ท้
องถิ่
น แต่
เค้
าโครงเรื่
องเดิ
ม
๓ . การเน้
นตั
วละครแตกต่
างกั
นไปในแต่
ละท้
องถิ่
น บางถิ่
นเน้
นที่
ตั
วนางและบาง
แห่
งเน้
นตั
วพระ เช่
น พระรถ นางเมรี
บางถิ่
นเรี
ยกรวมกั
นว่
า “พระรถเมรี
”
ลั
กษณะของนิ
ทานชาวบ้
าน
๑ . เป็
นเรื่
องที่
เล่
าต่
อๆ กั
นมาด้
วยปาก
๒. ไม่
ปรากฏผู
้
เล่
า
๓. ใช้
ภาษา ถ้
อยคํ
า เป็
นภาษาพู
ดธรรมดาและจะเป็
นภาษาในถิ่
นนั
้
นๆ.
๔.
มี
โครงเรื่
องง่
ายๆ
๕.. มี
ส่
วนประกอบที่
นํ
าเรื่
อง ตั
วเรื่
องและจุ
ดจบของเรื่
อง
๖. มี
ตั
วละครน้
อยและแสดงความประสงค์
ตามประเภทของนิ
ทาน
๗. ตั
วละครใกล้
ชิ
ดกั
บชี
วิ
ตจริ
ง มั
กเป็
นเรื่
องของคนและสั
ตว์
๘. เนื
้
อเรื่
องจะปาฏิ
หาริ
ย์
พิ
สดาร ถ้
ากล่
าวถึ
งผู
้
มี
บุ
ญวาสนา
ประเภทของนิ
ทานชาวบ้
าน
เราแบ่
งประเภทของนิ
ทานพื
้
นบ้
านได้
ดั
งนี
้
คื
อ
๑. นิ
ทานปรั
มปรา (Fairy Tale) หรื
อนิ
ทานเทพนิ
ยาย มี
ลั
กษณะที่
ทั
้
ง
คนเล่
าคนฟั
งไม่
เชื่
อว่
ามี
จริ
ง เช่
น ศรี
ธนนชั
ย มี
ความยาวของเรื่
อง สลั
บซั
บซ้
อน
มี
อภิ
นิ
หาร ปาฏิ
หาริ
ย์
๒. นิ
ทานตลก (Tall Tale) เป็
นเรื่
องสั
้
นๆ ขบขั
น อาจจะเป็
นเรื่
อง
โง่
เง่
าหรื
อฉลาดแกมโกงเป็
นนิ
ทานที่
สร้
างอารมณ์
ขั
น เช่
น ตาบอดคลํ
าช้
าง เป็
น
ต้
น
๓ .นิ
ทานเกี่
ยวกั
บสั
ตว์
(Animal Tale) เป็
นนิ
ทานที่
มี
สั
ตว์
เป็
นตั
วชู
โรงให้
คติ
เช่
น เรื่
องลู
กกตั
ญ�ู
นางหล้
านางลุ
น เป็
นต้
น
๔.นิ
ทานศาสนา (Myth) เป็
นเรื่
องเกี่
ยวกั
บความเชื่
อ นิ
ทานลั
กษณะนี
้
ทั
้
ง
คนเล่
าคนฟั
งเชื่
อว่
ามี
จริ
ง เช่
น เรื่
องราหู
อมจั
นทร์
เป็
นต้
น
๕.นิ
ทานท้
องถิ่
น (Folk) เป็
นนิ
ทานที่
เกี่
ยวกั
บประเพณี
ลั
ทธิ
ความเชื่
อ โชค
ลางต่
างๆ ตลอดจนค่
านิ
ยมของชาวบ้
าน นิ
ทานท้
องถิ่
นมี
ลั
กษณะดั
งนี
้
•
มี
ขนาดสั
้
นกว่
านิ
ทานปรั
มปรา