Page 325 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๓๐๗
สถาปั
ตยกรรม สิ่
งก่
อสร้
างสมั
ยสุ
โขทั
ยมี
ความงดงามและเป็
นแบบอย่
างของสุ
โขทั
โดยเฉพาะ ดั
งจะเห็
นได้
จากการก่
อสร้
างเจดี
ย์
ในสมั
ยสุ
โขทั
ยตอนต้
นที่
นิ
ยมให้
ก่
อสร้
างเจดี
ย์
ทรงกลมแบบลั
งกา ซึ่
งได้
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจากพระพุ
ทธศาสนาลั
ทธิ
ลั
งกาวงศ์
ต่
อมาในสมั
สุ
โขทั
ยตอนปลายการก่
อสร้
างเจดี
ย์
จะมี
ลั
กษณะสวยงามยิ่
งขึ
น เป็
นรู
ปแบบสุ
โขทั
แท้
คื
อ เจดี
ย์
ทรงพุ
มข้
าวบิ
ณฑ์
หรื
อทรงดอกบั
วตู
นอกจากนี
สมั
ยสุ
โขทั
ยจะสร้
างวิ
หารใหญ่
กว่
าโบสถ์
มี
กํ
าแพงทึ
บ และเจาะเป็
นช่
องเล็
ก ๆ
คล้
ายกั
บหน้
าต่
างเพื่
อให้
แสงลอดผ่
านเข้
าข้
างในได้
ซึ่
งเป็
นลั
กษณะเฉพาะของการสร้
างวิ
หาร
ในสมั
ยนั
น จะนิ
ยมสร้
างไว้
ด้
านหน้
าของเจดี
ย์
เช่
น วิ
หารหลวงที่
เมื
องสุ
โขทั
ย วิ
หารหลวงที่
วั
ดมหาธาตุ
เป็
นต้
น”
และตามจารึ
กจากลานทองคํ
าระบุ
ว่
าวั
ดมหาธาตุ
เป็
นวั
ดที่
ลู
กเจ้
าเมื
องเพชรบู
รณ์
เป็
นผู
สร้
างจึ
งเป็
นวั
หลวงและเป็
นวั
ดหลวงซึ่
งสมเด็
จกรมพระยาฯดํ
ารงราชานุ
ภาพ(๒๔๗๑)ได้
ทรงราชาธิ
บายไว้
ดั
งนี
สํ
าหรั
บวั
ดหลวง พิ
เคราะห์
ดู
เกณฑ์
ที่
จะขนานนามวั
ดหลวงดู
เหมื
อนจะเอาสิ่
งสํ
าคั
ญซึ่
ประดิ
ษฐานอยู
ในวั
ดนั
นเป็
นนามอย่
าง ๑ เช่
น "วั
ดมหาธาตุ
" เพราะเป็
นที่
ประดิ
ษฐานพระบรมธาตุ
ดั
งนั
นเราจึ
งอาจจะกล่
าวสรุ
ปได้
ว่
าวั
ดมหาธาตุ
เป็
นวั
ดที่
ถู
กสร้
างขึ
นในสมั
ยสุ
โขทั
ยยุ
คปลาย
เพราะมี
วิ
หารสร้
างไว้
หน้
าเจดี
ย์
เช่
นเดี
ยวกั
นเป็
นวั
ดที่
กษั
ตริ
ย์
สร้
างขึ
นเพื่
อให้
เป็
นวั
ดคู
บ้
าน
คู
เมื
องและถ้
าหากลํ
าดั
บเหตุ
การณ์
ตั
งแต่
วั
ดพระแก้
วจะเห็
นว่
าเป็
นวั
ดที่
เก่
าแก่
และน่
าจะเป็
นวั
ดที่
สร้
าง
อยู
ในวั
ง และสิ่
งก่
อสร้
างวั
งน่
าจะเป็
นเครื่
องไม้
จึ
งผุ
พั
งไปในที่
สุ
ด ยุ
ดสมั
ยของวั
ดพระแก้
วเป็
นวั
ดที่
เน้
วั
ดพุ
ทธเจดี
ย์
ที่
เป็
นทรงปรางค์
อั
นเป็
นยุ
คสมั
ยที่
ขอมเรื
องอํ
านาจ ในสมั
ยพระเจ้
าชั
ยวรมั
นที่
๗และเป็
พุ
ทธศาสนาลั
ทธิ
มหายาน นั
บถื
อสิ่
งศั
กดิ
สิ
ทธิ ์
อภิ
นิ
หารเหนื
อจริ
ง (การที่
ก่
อเจดี
ย์
ทรงปรางค์
เนื่
องจาก
ขาดแคลนพระบรมสารี
ริ
กธาตุ
เนื่
องจากมี
การแบ่
งให้
ไปบรรจุ
เพี
ยง ๘ แห่
งจนถึ
งสมั
ยพระเจ้
าอโศก
มหาราชทรงเรี
ยกคื
นมาและกระจายไปบรรจุ
ในวั
ดมหาธาตุ
ถึ
ง ๘๔,๐๐๐แห่
ง สํ
าหรั
บไทยได้
รั
บอิ
ทธิ
พล
ศาสนาลั
ทธิ
หิ
นยานผ่
านมาทางลั
งกาโดยพระสงฆ์
จากเมื
องนครศรี
ธรรมราช)อยู
ในลั
ทธิ
มหายานและ
อยู
ในยุ
คสมั
ยที่
ขอมยั
งมี
อิ
ทธิ
พลอยู
มี
เหตุ
การณ์
เรื่
องราวที่
เกี่
ยวพั
นระหว่
างลู
กสาวเจ้
าเมื
องขอมกั
บหนุ
ชาวบนคื
อตํ
านานนางผมหอมแห่
งวั
ดช้
างเผื
อกเป็
นเรื่
องราวของชนชาติ
ขอมทั
งสิ
นและจากเรื่
องราวที่
เจ้
าเมื
องถ้
าหากเป็
นพ่
อขุ
นผาเมื
องพระองค์
ได้
ทิ
งเมื
องเพื่
อไปครองเมื
องศรี
เทพเมื
องอาจจะถู
กทิ
งร้
างไป
ในสมั
ยสุ
โขทั
ยยุ
คต้
น มี
การเข้
ามาของคนไทยในยุ
คต้
นสุ
โขทั
ยและที่
วั
ดพระแก้
วได้
มี
การสร้
าง
เพิ่
มเติ
มขึ
นใหม่
เพราะเมื่
อมี
คนมาอาศั
ยอยู
มั
กนิ
ยมสร้
างวั
ดโดยเรี
ยกชื่
อวั
ดตามตํ
าแหน่
งที่
สร้
างและชื่
คนที่
อํ
านวยการสร้
างนั่
นคื
อวั
ดพระสิ
งห์
และวั
ดพระเสื
อ และน่
าจะมี
กษั
ตริ
ย์
ปกครองเรื่
อยมาและได้