๒๙๕
ถามโก ) วั
ดสามั
คคี
วั
ฒนา อํ
าเภอหล่
มสั
ก จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
เจ้
าคณะจั
งหวั
ด ตาก-
เพชรบู
รณ์
- อุ
ตรดิ
ถต์
( ธรรมยุ
ต) ในขณะนั
้
นให้
มาจํ
าพรรษาที่
วั
ดพระแก้
ว ท่
านเจ้
าคณะจั
งหวั
ดจึ
งจั
ด
พระสงฆ์
จํ
านวน ๕ รู
ปจากวั
ดสามั
คคี
วั
ฒนา ให้
มาจํ
าพรรษาที่
วั
ดพระแก้
วนั
้
นตามประสงค์
เพื่
อสั่
งสอน
พุ
ทธศาสนิ
กชน ต่
อมาเกิ
ดปั
ญหาบางประการเกี่
ยวกั
บที่
ดิ
น(วั
ดพระแก้
วอยู
่
ในการดู
แลของมหานิ
กาย)
นายสวั
สดิ
์
เพชระบู
รณิ
น ซึ่
งเป็
นคนหนึ่
งในคณะผู
้
ดํ
าริ
ก่
อการฟื
้
นฟู
วั
ดพระแก้
วจึ
งมอบที่
ดิ
นอั
นเป็
นสวน
ของตนเป็
นเนื
้
อที่
ในการสร้
างวั
ดขึ
้
นมาใหม่
คื
อวั
ดเพชรวรารามแล้
วนิ
มนต์
พระสงฆ์
มาพํ
านั
กที่
วั
ดนี
้
วั
ดเพชรวรารามห่
างจากวั
ดพระแก้
วไปราว๓๐๐ เมตรเศษ เมื่
อ พ.ศ ๒๔๙๙ นายสวั
สดิ
์
เพชระบู
รณิ
น จึ
งได้
ดํ
าเนิ
นการขอสร้
างวั
ดและกระทรวงศึ
กษาธิ
การได้
ประกาศตั
้
งเป็
นวั
ดมี
นามว่
า “วั
ด
เพชรวราราม” เมื่
อวั
นที่
๖ พฤศจิ
กายน พ.ศ. ๒๕๐๑ได้
รั
บพระราชทานวิ
สุ
งคามสี
มาตาม
ประกาศในราชกิ
จจานุ
เบกษา ลงวั
นที่
๑ มี
นาคม ๒๕๐๒
เมื่
อแรกขออนุ
ญาตตั
้
งวั
ดมี
เนื
้
อที่
๗ ไร่
งาน ๖๐ ตารางวาโดยการบริ
จาคของผู
้
มี
จิ
ตศรั
ทธาคื
อ
๑.นายสวั
สดิ
์
และนางทั
บทิ
ม เพชระบู
รณิ
น
๒.จ.ส.ต.พิ
มลและนางสุ
ธรรมา สุ
รเสน
๓.นายมณี
และนางมาลี
เกตุ
ปั
ญญา
ภายหลั
งได้
มี
ผู
้
มี
จิ
ตศรั
ทธาร่
วมกั
นบริ
จาคจั
ดซื
้
อที่
ดิ
นขยายที่
ตั
้
งวั
ดเพชรวรารามออกไปอี
ก
ปั
จจุ
บั
นที่
ดิ
นของวั
ดมี
รวมทั
้
งสิ
้
น ๒ ไร่
๑งาน ๔๖.๘ตามโฉนดที่
ดิ
นของวั
ดเพชรวรารามที่
๒๐๑๒ ,
๑๐๑๗,๖๗๑
(วิ
ทยากรนางทองล้
วน
น พรหมบุ
ญ อายุ
๗๒ปี
อยู
่
บ้
านเลขที่
๔๑ตํ
าบล ในเมื
อง อํ
าเภอ เมื
อง
เพชรบู
รณ์
จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
ผู
้
ให้
ข้
อมู
ลเพิ่
มเติ
ม นางพั
ฒนา ทองมา)
ที่
มาของชื่
อของวั
ดเพชรวรารามเป็
นการนํ
าเอานามสกุ
ลของผู
้
อุ
ทิ
ศที่
ดิ
นและเป็
นผู
้
นํ
าในการ
ก่
อสร้
างมาเป็
นชื่
อของวั
ด ดั
งที่
สมเด็
จฯกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ( ๒๔๗๑ )ทรงอธิ
บายไว้
ดั
งนี
้
“ อี
กอย่
าง ๑ ใช้
นามผู
้
สร้
างหรื
อสร้
างอุ
ทิ
ศต่
อผู
้
ใดใช้
นามผู
้
นั
้
นเป็
นนามวั
ด เช่
น วั
ดราษฎร์
บู
รณะ วั
ดราษฎร์
ประดิ
ษฐาน วั
ดพระราม วั
ดวรเชษฐาราม เป็
นตั
วอย่
าง “
ดั
งนั
้
นจึ
งอาจจะกล่
าวได้
ว่
าชุ
มชนวั
ดพระแก้
วเป็
นที่
ตั
้
งของชุ
มชนเก่
าแก่
และถู
กทิ
้
งร้
างไป
ปั
จจุ
บั
นมี
ชาวบ้
านแถบตํ
าบลในเมื
องและคนต่
างถิ่
นอพยพมาอยู
่
อาศั
ยและสร้
างวั
ดขึ
้
นมาใหม่
โดยใช้
ชื่
อ
สกุ
ลของประธานดํ
าเนิ
นการเป็
นชื่
อของวั
ด