๒๙๓
สิ่
งที่
ชวนให้
สั
นนิ
ษฐานอย่
างนี
้
เพราะมี
การนํ
าเอาศิ
ลาจารึ
กจากเมื
องโบราณศรี
เทพมาไว้
โดย
นํ
าเอามาทํ
าเป็
นเสาหลั
กเมื
องจั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
และจารึ
กหลั
กนี
้
มี
การจารึ
กเป็
นสองสมั
ยคื
อสมั
ยแรก
จารึ
กเป็
นภาษาสั
นสกฤตอิ
ทธพลศาสนาพราหมณ์
และมี
การจารึ
กครั
้
งที่
๒ ในสมั
ยหลั
งมี
ทั
้
งภาษาบาลี
ภาษาไทยโดยใช้
อั
กษรขอมอั
นเป็
นการรั
บเอาศาสนาพุ
ทธเข้
ามาแล้
ว(โดยการศึ
กษาจากผู
้
เชี่
ยวชาญ
จากกรมศิ
ลปากรภายใต้
การติ
ดต่
อของดร.วิ
ศั
ลย์
โฆษิ
ตานนท์
อดี
ตนายกเทศมนตรี
เมื
อง)ด้
วยเหตุ
นี
้
เจ้
า
เมื
องศรี
เทพถ้
าไม่
มี
เชื
้
อสายไทย และถ้
าไม่
อยู
่
ในฐานะผู
้
เป็
นผู
้
ทรงอํ
านาจในฐานะเจ้
าเมื
องคงไม่
มี
สิ
ทธิ
สั่
งให้
จารึ
กภาษาไทยลงในศิ
ลาจารึ
กอย่
างแน่
นอน (ผู
้
วิ
จั
ย)
และเมื่
อสิ
้
นสมั
ยของพ่
อขุ
นผาเมื
องเพชรบู
รณ์
ก็
ตกอยู
่
ใต้
อํ
านาจของสุ
โขทั
ยเมื่
อสุ
โขทั
ยสิ
้
น
อํ
านาจดั
งปรากฎหลั
กฐานในประวั
ติ
ศาสตร์
สุ
โขทั
ยที่
กล่
าวถึ
งพระมหาธรรมราชาลิ
ไทโอรสของพ่
อขุ
น
รามคํ
าแหงที่
ใฝ่
ธรรมะจนบ้
านเมื
องอ่
อนแอและสิ
้
นอํ
านาจลงในสมั
ยพระเจ้
าไสยลื
อไทซึ่
งมี
รายละเอี
ยด
ดั
งนี
้
“...ต่
อมา
พระยาลื
อไท
ราชโอรสได้
ขึ
้
นครองราชย์
ต่
อจากพระเจ้
าเลอไท พระราชบิ
ดา ทรงพระนามว่
า
"
พระมหาธรรมราชาลิ
ไทย
" เป็
นกษั
ตริ
ย์
ที่
ทรงมุ
่
งทํ
านุ
บํ
ารุ
งอาณาจั
กรสุ
โขทั
ย แต่
ในทางธรรมอย่
าง
เดี
ยว ทํ
าให้
สุ
โขทั
ยขาดความเข้
มแข็
ง จนไม่
สามารถควบคุ
มประเทศราชไว้
ได้
ดั
งนั
้
น
พระเจ้
าอู
่
ทอง
จึ
ง
ตั
้
งแข็
งเมื
องและประกาศอิ
สรภาพ ไม่
ยอมขึ
้
นกั
บกรุ
งสุ
โขทั
ย ตั
้
งแต่
พ.ศ. 1893 เป็
นต้
นมา
ขุ
นหลวงพะ
งั
่
ว
เสด็
จขึ
้
นเสวยราชสมบั
ติ
ต่
อมา และได้
ส่
งกองทั
พมาทํ
าสงครามตี
เมื
องต่
าง ๆ 7 ปี
ตั
้
งแต่
พ.ศ. 1914-
1921 แต่
ไม่
สามารถตี
หั
กเข้
าเมื
องได้
จนกระทั่
ง "
พระเจ้
าไสยลื
อไท
" (พระมหาธรรมราชาที่
2) ขึ
้
น
ครองราชย์
กรุ
งศรี
อยุ
ธยาจึ
งยกกองทั
พไปตี
เมื
องชากั
งราว
(กํ
าแพงเพชร) ซึ่
งพระเจ้
าไสยลื
อไทย เสด็
จ
มาบั
ญชาการรบเอง จนขุ
นหลวงพะงั่
วไม่
สามารถตี
หั
กเอาเมื
องได้
แต่
ต่
อมาทรงพระราชดํ
าริ
ว่
า "ถ้
าหาก
ขื
นรบต่
อไปก็
คงเอาชนะกองทั
พของขุ
นหลวงพะงั่
วไม่
ได้
" จึ
งทรงยอมอ่
อนน้
อมต่
อขุ
นหลวงพะงั่
วโดยดี
และนั
บแต่
นั
้
นมา กรุ
งสุ
โขทั
ยก็
สู
ญเสี
ยเอกราช กลายเป็
นเมื
องขึ
้
นของกรุ
งศรี
อยุ
ธยาตลอดไป”
นั่
นคื
อคํ
าตอบที่
ทํ
าไมเมื
องเพชรบู
รณ์
ตกอยู
่
ใต้
อํ
านาจของกรุ
งศรี
อยุ
ธยาไปด้
วยเช่
นเดี
ยวกั
นแต่
สาเหตุ
ที่
เมื
องเพชรบู
รณ์
ถู
กทิ
้
งร้
างนั
้
นอาจเกิ
ดจากการผลั
ดแผ่
นดิ
นและบริ
เวณเมื
องกลายเป็
นป่
ารกทึ
บ
และจากนั
้
นชนชั
้
นชาวบ้
านดั
้
งเดิ
มแถวสะเดี
ยงและจั
งหวั
ดอื่
นๆได้
อพยพเข้
ามาอยู
่
ดั
งมี
ตํ
านานดั
งนี
้
จากประวั
ติ
ของชุ
มชนที่
๑๒ได้
กล่
าวถึ
งความเป็
นมาของชุ
มชนนี
้
(ที่
อยู
่
ใกล้
กั
บวั
ดพระแก้
วและ
รอบๆวั
ดพระแก้
ว)