๒๙๐
“วั
ดบวรสถานสุ
ทธาวาส หรื
อ วั
ดพระแก้
ววั
งหน้
า
เป็
นวั
ดสํ
าคั
ญซึ่
งกรมพระราชวั
งบวรมหาศั
กดิ
พลเสพ
วั
งหน้
าในรั
ชกาลที่
3 ทรงสร้
างขึ
้
นใหม่
และเหตุ
ที่
เรี
ยกกั
นว่
า วั
ดพระแก้
ววั
งหน้
า
เนื่
องจากเป็
นวั
ดที่
สร้
างในวั
ง เช่
นเดี
ยวกั
บ
วั
ดพระศรี
รั
ตนศาสดาราม หรื
อวั
ดพระแก้
ว ในวั
งหลวง
“
จากข้
อความนี
้
แสดงว่
ามี
ธรรมเนี
ยมสร้
างวั
ดในวั
งเป็
นไปได้
หรื
อไม่
ว่
าวั
ดพระแก้
วน่
าจะเป็
นวั
ดอยู
่
ในวั
งของเจ้
าเมื
องเพชรบู
รณ์
ในสมั
ยนั
้
น
และอี
กกรณี
หนึ่
งคื
อการปรากฏตั
วของคนไทยคื
อพ่
อขุ
นผาเมื
องได้
รุ
กไล่
ขอมที่
มี
อิ
ทธิ
พลเหนื
อ
คนเผ่
าไทยและสถาปนากรุ
งสุ
โขทั
ยไม่
ยอมอยู
่
ใต้
อํ
านาจของขอม เจ้
าเมื
องเพชรบู
รณ์
น่
าจะอยู
่
ใต้
อิ
ทธิ
พลของขอมและมาเป็
นอิ
สระมาอยู
่
ใต้
อํ
านาจการปกครองของสุ
โขทั
ยดั
งปรากฏหลั
กฐานในศิ
ลา
จารึ
กหลั
กที่
๒ วั
ดศรี
ชุ
มดั
งนี
้
(ประวั
ติ
ศาสตร์
สมั
ยสุ
โขทั
ยโดย
ww google”com
เมื่
อ ๒๕ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๕)
29
การก่
อตั
้
งอาณาจั
กรสุ
โขทั
ย
การก่
อตั
้
งอาณาจั
กรสุ
โขทั
ยเท่
าที่
ปรากฏหลั
กฐานแว่
นแคว้
น สุ
โขทั
ยได้
ก่
อตั
้
งขึ
้
นในช่
วงกลาง
พุ
ทธศตวรรษที่
๑๘ โดยศู
นย์
กลางอํ
านาจของสุ
โขทั
ยอยู
่
บริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
าน่
าน ต่
อมาจึ
งได้
ขยายตั
วไป
ทางด้
านตะวั
นตกบริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
าปิ
งและทิ
ศตะวั
นออกบริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
าป่
าสั
ก จากศิ
ลาจารึ
กหลั
กที่
๒
ศิ
ลาจารึ
กวั
ดศรี
ชุ
ม จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย ได้
กล่
าวถึ
งการขยายอํ
านาจทางเศรษฐกิ
จและการเมื
องของชุ
มชน
เมื
องในลุ
่
มแม่
นํ
้
ายม และลุ
่
มแม่
นํ
้
าน่
าน ในรั
ชสมั
ยของพ่
อขุ
นศรี
นาวนํ
าถม ขุ
นในเมื
องเชลี
ยง (ศรี
สั
ชนา
ลั
ย) เป็
นเจ้
าเมื
องปกครองในฐานะเมื
องขึ
้
น ขอมได้
ครอบครองเมื
องศรี
สั
ชนาลั
ย และสุ
โขทั
ยเมื่
อ
ประมาณกลางพุ
ทธศตวรรษที่
๑๘ ซึ่
งสั
นนิ
ษฐานว่
าเป็
นการขยายเมื
อง โดยการรวบรวมเมื
องเป็
นเมื
อง
คู
่
ดั
งปรากฏเรี
ยกในศิ
ลาจารึ
กว่
า “นครสองอั
น” การรวมเมื
องเป็
นเมื
องคู
่
นี
้
เป็
นการรวมทรั
พยากร
สํ
าหรั
บการขยายเมื
องให้
เป็
นแว่
นแคว้
นใหญ่
โตขึ
้
น พระองค์
มี
โอรส ๒ พระองค์
คื
อ พ่
อขุ
นผาเมื
อง เจ้
า
เมื
องราด และพระยาคํ
าแหงพระราม เจ้
าเมื
องสระหลวงสองแคว (เมื
องพิ
ษณุ
โลก) พ่
อขุ
นผาเมื
องนั
้
น
ปรากฏความในจารึ
กว่
ากษั
ตริ
ย์
ขอมในสมั
ยนั
้
น ซึ่
งสั
นนิ
ษฐานว่
า คื
อพระเจ้
าชั
ยวรมั
นที่
๗ (พ.ศ. ๑๗๒๔
– ๑๗๖๑) ได้
ยกราชธิ
ดาคื
อ “นางสุ
ขรมหาเทวี
” ให้
เพื่
อสร้
างสั
มพั
นธไมตรี
พร้
อมทั
้
งพระราชทานเครื่
อง