Page 267 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๔๙
ครั
นเมื่
อล่
วงรั
ชสมั
ยของพระเจ้
าอโศกมหาราชมาประมาณ ๖๐๐ ปี
มี
พระเจ้
าแผ่
นดิ
นครองคั
ธารราฐข้
างฝ่
ายเหนื
อแห่
งประเทศอิ
นเดี
ย ทรงพระนามว่
าพระเจ้
ากนิ
ษกะได้
เป็
นพระเจ้
าราชาธิ
ราช และ
อุ
ปถั
มภ์
บํ
ารุ
งพระพุ
ทธศาสนาคล้
ายกั
บพระเจ้
าอโศกมมหาราช แต่
ไปทรงเลื่
อมใสพระสงฆ์
ซึ่
งถื
อลั
ทธิ
อาจ
ริ
ยวาท ให้
ชุ
มนุ
มสงฆ์
ทํ
าสั
งคายนาพระธรรมวิ
นั
ยอี
กครั
ง ๑ แล้
วให้
แปลงพระธรรมวิ
นั
ยจากภาษาบาลี
เป็
ภาษาสั
นสกฤต
ด้
วยการถื
อพระพุ
ทธศาสนาในอิ
นเดี
ยจึ
งแยกกั
นเป็
น ๒ ลั
ทธิ
เด็
ดขาดแต่
นั
นมา ลั
ทธิ
ซึ่
งเกิ
ดขึ
ทางฝ่
ายเหนื
อได้
นามว่
า "มหายาน" ถื
อตามคติ
อาจริ
ยวาท และรั
กษาพระธรรมวิ
นั
ยไว้
เป็
นภาษาสั
นสกฤต
ลั
ทธิ
เดิ
มซึ่
งเกิ
ดขึ
นข้
างฝ่
ายใต้
ได้
นามว่
า "สาวกยาน" หรื
อ "หิ
นยาน" ถื
อลั
ทธิ
อย่
างครั
งพระเจ้
อโศก และคงรั
กษาพระธรรมวิ
นั
ยในภาษาบาลี
ครั
นต่
อมาพระสงฆ์
ทั
ง ๒ จํ
าพวกต่
างเขี
ยนพระธรรมวิ
นั
ลงเป็
นตั
วอั
กษรจั
ดเป็
น ๓ ปิ
ฎก คื
อ พระวิ
นั
ย พระสู
ตร และพระปรมั
ตถ์
เรี
ยกรวมกั
นว่
า"พระไตรปิ
ฎก"มี
ทั
ภาษาสั
นสกฤตและภาษาบาลี
สื
บมา
ดั
งนั
นเราจึ
งอาจจะสรุ
ปได้
ว่
าพระธรรมคํ
าสั่
งสอนของพระพุ
ทธเจ้
าที่
ถู
กจารึ
กด้
วยภาษาบาลี
เป็
นของลั
ทธิ
หิ
นยานและเป็
นลั
ทธิ
ของอิ
นเดี
ยฝ่
ายใต้
ส่
วนพระธรรมคํ
าสั่
งสอนที่
ถู
กจารึ
กด้
วยภาษา
สั
นสกฤตเป็
นของลั
ทธิ
มหายานและเป็
นลั
ทธิ
ความเชื่
อของอิ
นเดี
ยฝ่
ายเหนื
ด้
วยเหตุ
นี
วั
ดมี
องค์
ประกอบที่
๒นอกจากเจดี
ย์
แล้
ว แนวทางและลั
ทธิ
ที่
ใช้
ในการสั่
งสอนคื
พระธรรมประกอบด้
วย๒ลั
ทธิ
ด้
วยกั
นคื
อหิ
นยานและมหายาน
ส่
วนประวั
ติ
พระสงฆ์
เมื่
อครั
งพุ
ทธกาลบรรดาผู
ที่
บวชเป็
นพระภิ
กษุ
สงฆ์
ล้
วนจะบวชอยู
จน
ตลอดชี
วิ
ตทั
งนั
น ที่
ประสงค์
จะออกบวชแต่
ชั่
วคราวหามี
ไม่
การที่
สึ
กลาพรตในชั
นพุ
ทธกาลล้
วนแต่
เกิ
เหตุ
ให้
จํ
าเป็
น นานๆจึ
งมี
สั
กครั
งหนึ่
ง วั
ตตปฏิ
บั
ติ
ของพระสงฆ์
ในครั
งพุ
ทธกาลนั
นก็
อนุ
วั
ติ
ตามพุ
ทธ
ประเพณี
คื
อไม่
อยู
ประจํ
า ณ ที่
แห่
งใดแห่
งหนึ่
ง ในฤดู
แล้
งเวลาเดิ
นทางได้
สะดวกก็
ชวนกั
นแยกย้
ายไป
เที่
ยวสั่
งสอนพระพุ
ทธศาสนาตามบ้
านเมื
องน้
อยใหญ่
หรื
อมิ
ฉะนั
นก็
หลี
กไปเที่
ยวหาที่
สงั
ด บํ
าเพ็
วิ
ปั
สสนาญาณชํ
าระจิ
ตของตนให้
ผ่
องใสพ้
นกิ
เลส
ต่
อถึ
งฤดู
ฝนจะเดิ
นทางไม่
ได้
สะดวก จึ
งรวมกั
นเข้
าวั
สสาหยุ
ดพั
กอยู
ในบ้
านในเมื
องจนกว่
าจะ
ถึ
งฤดู
แล้
งก็
เที่
ยวไปใหม่
อาศั
ยประเพณี
เช่
นว่
ามาจึ
งมี
ผู
ศรั
ทธาถวายที่
"อาราม" (แปลว่
าสวน) เช่
นที่
เรี
ยกว่
า "เชตวนาราม" และ "บุ
พพาราม" เป็
นต้
น ให้
เป็
นที่
ประทั
บของพระพุ
ทธเจ้
าและเหล่
าพระสงฆ์
พุ
ทธสาวกสํ
าหรั
บจะได้
ยั
บยั
งอยู
ในบ้
านในเมื
องเมื่
อฤดู
ฝน หาเป็
นที่
อยู
ประจํ
าของพระสงฆ์
เหมื
อนอย่
าง
วั
ดในประเทศของเราทุ
กวั
นนี
ไม่