๗๓
มี
การนํ
าต
นเงิ
นซึ่
งจะมาจากหมู
บ
านละต
น ส
วนประเพณี
ต
างๆ เช
น การเกิ
ด การตาย การขึ้
นบ
านใหม
การแต
งงาน ชาวไทยนิ
ยมกระทํ
ากั
นแบบสากล
ประเพณี
แต
งงาน
ประเพณี
แต
งงาน การแต
งงานของชาวไทยใหญ
เมื่
อหนุ
มสาวรั
กกั
นแล
ว จะให
พ
อแม
หรื
อผู
เฒ
าผู
แก
ไปทํ
าการสู
ขอ เมื่
อเป
นที่
ตกลงแล
วก็
หาฤกษ
แต
งงานกั
นทั
นที
ไม
มี
การหมั้
นหมาย การแต
งงาน
จะทํ
ากั
นเฉพาะเดื
อนคู
ยกเว
นเดื
อนก๋ํ
า (เดื
อนมกราคม) พิ
ธี
การแต
งงานไม
มี
อะไรซั
บซ
อน เป
นพิ
ธี
ง
ายๆ
และนิ
ยมแต
งกั
นที่
บ
านเจ
าสาวเมื่
อได
ฤกษ
ผู
กข
อมื
อสู
ขวั
ญ ผู
เฒ
าผู
แก
พ
อแม
จะทํ
าการผู
กข
อมื
อเจ
าบ
าว
เจ
าสาวด
วยด
ายสายสิ
ญจน
พร
อมกั
บให
ศี
ลให
พร หลั
งจากเสร็
จพิ
ธี
ผู
กข
อมื
อแล
ว ก็
จะมี
การเลี้
ยง
ข
าวต
มมั
ด (ไทยใหญ
เรี
ยกว
า ข
าวต
มหั
วหงอก) เพราะถื
อว
าหนุ
มสาวจะอยู
ด
วยกั
นไปจนแก
เฒ
า เมื่
อ
เสร็
จจากงานเลี้
ยง คู
บ
าวสาวจะทํ
าการแจกของชํ
าร
วยให
แก
แขกที่
มาในงานและถื
อว
าเสร็
จพิ
ธี
แต
งงาน
สํ
าหรั
บของชํ
าร
วยที่
ใช
แจกแขกนั้
น ประกอบไปด
วยกล
วยดิ
บหนึ่
งคู
เกลื
อหนึ่
งห
อ น้ํ
าอ
อยหนึ่
งแผ
น
สิ่
งของแจกนี้
จะมั
ดรวมกั
นเป
นมั
ดเดี
ยว ที่
ทํ
าเช
นนี้
มี
ความหมายว
ากล
วยดิ
บ ต
อไปจะเริ่
มสุ
กงอมขึ้
น
เรื่
อยๆ ความรั
กคู
บ
าวสาวก็
จะสุ
กงอมเช
นเดี
ยวกั
บกล
วย เกลื
อมี
ความหมายว
าคู
บ
าวสาวนั้
นรั
กษาความ
รั
กไว
ดุ
จเกลื
อรั
กษาความเค็
ม น้ํ
าอ
อยมี
ความหมายว
าความรั
กคู
บ
าวสาวนั้
นมี
ความหวานดั่
งน้ํ
าอ
อ
ประเพณี
ต
างซอมต
อ
ต
างซอมต
อ (คื
อการถวายข
าวมธุ
ปายาส) ตามปกติ
ประเพณี
นี้
จั
ดให
มี
ขึ้
นในวั
นพระระหว
าง
พรรษา โดยศรั
ทธาและเจ
าอาวาสนั้
น ๆ วั
ดใดจะต
างซอมต
อวั
นใดคณะศรั
ทธาจะเชิ
ญชวนหรื
อบอก
บุ
ญประชาชนในหมู
บ
านนั้
นให
ทราบโดยทั่
วกั
น เขาจะเอาข
าวสาร พริ
ก เกลื
อ ฯลฯ เท
าที่
ตนมี
ไป
บริ
จาคร
วมทํ
าบุ
ญด
วย พอถึ
งวั
นโกน ผู
คนไปช
วยกั
นจั
ดเตรี
ยมงานที่
วั
ด เป
นต
น ว
าหญิ
งก็
จะจั
ดดอกไม
ธู
ปเที
ยนตกแต
งผลไม
และหุ
งหาอาหารเพื่
อเลี้
ยงพวกที่
มาช
วยงาน พวกผู
ชายก็
จะช
วยทํ
างานประเภท
หนั
กๆ เช
น เตรี
ยมสถานที่
สร
างเตาไฟที่
ใช
หุ
งข
าวถวายพระพุ
ทธเจ
าเป
นต
น สํ
าหรั
บเตาไฟนั้
น สร
าง
ต
างหากนอกเหนื
อไปจากเตาที่
ใช
หุ
งอาหารเลี้
ยงผู
ที่
มาช
วยงาน ส
วนมากสร
างให
สู
งแค
เอว โดยรอบ
เตาไฟมี
การขั
ดราชวั
ติ
ตรงด
านหน
าทํ
าช
องเข
าสู
เตาไฟ มุ
มราชวั
ติ
ทั้
งสี่
ด
านและตรงประตู
เข
าสู
เตา
ประเพณี
ท
องถิ่
นของอํ
าเภอแม
สะเรี
ยง
จากคํ
าขวั
ญของอํ
าเภอแม
สะเรี
ยง “เที
ยนเหงพร
างตา ผ
าทอกะเหรี่
ยง เสนาะเสี
ยงสาละวิ
น
งามถิ่
นธรรมชาติ
พระธาตุ
สี่
จอม กล
วยไม
หอมเอื้
องแซะ”
ประเพณี
ที่
ปรากฏในคํ
าขวั
ญของอํ
าเภอแม
สะเรี
ยง “เที
ยนเหงพร
างตา” เป
นหนึ่
งใน
“ประเพณี
ออกหว
า เทศกาลออกพรรษา” ซึ่
งจั
ดมานานนั
บร
อยป
ประเพณี
ออกหว
า (ภาษาไทยใหญ
)
แปลว
าวั
นออกพรรษา ตามความเชื่
อของชาวไทยใหญ
(ไต) ว
าเป
นวั
นที่
พระพุ
ทธองค
ได
เสด็
จนิ
วั
ติ
จาก
สวรรค
ชั้
นดาวดึ
งส
หลั
งจากไปโปรดพุ
ทธมารดา อํ
าเภอแม
สะเรี
ยงมี
การตั
กบาตรในวั
นขึ้
น ๑๔ ค่ํ
า ถึ
ง
แรม ๑ ค่ํ
า เดื
อน ๑๑ ตั้
งแต
เวลา ตี
๔ เป
นต
นไป หน
าบ
านของพุ
ทธศาสนิ
กชนจะประดั
บด
วยราชวั
ตร
ประที
ป โคมไฟ ต
นกล
วย ต
นอ
อย ไม
เกี๊
ยะ ให
เกิ
ดความสวยงามสว
างไสว เปรี
ยบเสมื
อนการต
อนรั
บ
พุ
ทธองค
ในประวั
ติ
การณ
สํ
าหรั
บในภาคกลางคื
นจะมี
การแสดงศิ
ลปวั
ฒนธรรมพื้
นบ
านเช
น รํ
านก รํ
า
โต รํ
ากิ่
งกะหล
า ซึ่
งถื
อว
าเป
นตั
วแทนสั
ตว
ในป
าหิ
มพานต
มาต
อนรั
บพระพุ
ทธเจ
า หลั
งจากนั้
นก็
จะมี
การแห
เที
ยนเหง (เที
ยน ๑๐๐๐ เล
ม) เพื่
อถวายเป
นพุ
ทธบู
ชา “ประเพณี
ออกหว
า”ภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
นที่