๗๔
พุ
ทธศาสนิ
กชนแสดงความศรั
ทธาในพระพุ
ทธศาสนาของชาวแม
สะเรี
ยง ไม
ว
าจะเป
นชนเผ
าใดเมื่
อถึ
ง
เวลาของช
วงประเพณี
ออกหว
า เทศกาลออกพรรษา
ตานเตี
ยนเห็
ง หรื
อ หลู
เตนเหง (ตาน,หลู
หมายถึ
งทาน เตี
ยน,เตน หมายถึ
งเที
ยน เห็
ง, เหง
หมายถึ
งพั
น) เป
นประเพณี
ที่
ถวายเพื่
อเป
นพุ
ทธบู
ชารั
บการสื
บทอดจากไทยใหญ
สู
อํ
าเภอแม
สะเรี
ยง
เพี
ยงแห
งเดี
ยวเท
านั้
น
หลั
งจากออกพรรษาแล
วระหว
างระหว
างแรม ๑ ค่ํ
า ถึ
งแรม ๑๔ ค่ํ
า เดื
อน ๑๑ (ปลายเดื
อน
ตุ
ลาคมถึ
งต
นเดื
อนพฤศจิ
กายน) จะเป
นประเพณี
ตานเตนเหง พิ
ธี
แห
เตี
ยนเห็
งประกอบด
วยขบวน
เครื่
องไทยทานในขบวนก็
จะมี
การละเล
น ได
แก
การฟ
อนโต ฟ
อนกิ่
งกะหล
า ฟ
อนนกแซม ฟ
อนนกยู
ง
ประโคมฆ
องกลอง เป
นการแสดงออกด
วยจิ
ตที่
เป
นกุ
ศล ไปถวายทานตามวั
ดต
างๆจนถึ
งวั
ดสุ
ดท
ายที่
เป
นเจ
าภาพก็
จะร
วมกั
นจุ
ดต
นเกี๊
ยะที่
นํ
ามาป
กไว
กลางลานเป
นอั
นเสร็
จพิ
ธี
"ตานต
นเกี๊
ยะ" มาจากตํ
านานพระเข
าเลี
ยบโลกของชาวไทยใหญ
กล
าวไว
ว
าเมื่
อถึ
งเทศกาล
เข
าพรรษา องค
สมเด็
จพระสั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
าได
ขึ้
นไปโปรดพระพุ
ทธมารดา บนสวรรค
ชั้
นดาวดึ
งส
เมื่
อ
ครบกํ
าหนด ๓ เดื
อน จึ
งได
เสด็
จลงมาโปรดมนุ
ษย
และสั
ตว
บนพิ
ภพ ในคื
นที่
เสด็
จลงมานั้
น (วั
นออก
พรรษา) ได
บั
งเกิ
ดความอั
ศจรรย
และเป
นพุ
ทธนิ
มิ
ตที่
ดี
งาม บรรดาสิ
งสาราสั
ตว
ต
างออกมาจากป
าหิ
ม
พานต
กรี
ดกรายร
ายรํ
าฟ
อนเป
นพุ
ทธบู
ชา เช
น นกกิ
นรี
นกกิ
งกล
า และ นกหลั่
งหลี
ส
วนบรรดา บรรพ
บุ
รุ
ษของพี่
น
องชาวไทยใหญ
ต
างพากั
นเก็
บดอกไม
และจุ
ดเกี๊
ยะถวายเป
นพุ
ทธบู
ชา
ประเพณี
ที่
เป
นวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของคนในชุ
มชน วั
ฒนธรรมการแต
งกาย วั
ฒนธรรมการตั้
ง
บ
านเรื
อน วั
ฒนธรรมการกิ
น วั
ฒนธรรมการละเล
นต
างๆ ทรั
พยากรการท
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรม
รวมทั้
งทรั
พยากรที่
เป
นทุ
นเดิ
มทางการท
องเที่
ยว โดยเฉพาะทรั
พยากรธรรมชาติ
และสถานที่
ท
องเที่
ยว
ทางธรรมชาติ