๗๒
หยอดเมล็
ดฝ
ายลงในอ
างทองคํ
าที่
เตรี
ยมพร
อมทั้
งอธิ
ษฐานให
ฝ
ายออกดอกผลในวั
นเดี
ยว และนํ
าปุ
ย
ฝ
ายมาป
นทอเป
นจี
วรทองคํ
า(ชาวไตเรี
ยกว
าส
งกานคํ
า) ให
เสร็
จในวั
นขึ้
น ๑๕ ค่ํ
าเดื
อน ๑๒ ได
จี
วร ๒
ชุ
ด พอถึ
งวั
นเพ็
ญเดื
อน ๑๒ ก็
นํ
าจี
วรทั้
งสองชุ
ดไปน
อมถวายพระพุ
ทธเจ
า พระพุ
ทธเจ
ารั
บไว
ชุ
ดหนึ่
ง
อี
กชุ
ดหนึ่
งได
มอบถวายท
ามกลางสงฆ
และพระสงฆ
ได
ทํ
าการกฐิ
นและมี
มติ
ถวายแด
อจิ
นตสามเณรซึ่
ง
จะได
ตรั
สรู
เป
นพระศรี
อริ
ยเมตไตยพุ
ทธเจ
าในโอกาสต
อไป อจิ
นตสามเณรก็
นํ
าผ
าจี
วรดั
งกล
าวไปทํ
า
เป
นผ
าเพดานมุ
งไม
ที่
พระคั
นธกุ
ฏี
ของพระพุ
ทธเจ
า ด
วยเหตุ
นี้
จึ
งมี
ประเพณี
ทํ
าบุ
ญทอดกฐิ
น สื
บต
อมา
จนตราบเท
าทุ
กวั
นนี้
เมื่
อถึ
งเดื
อน ๑๒ นอกจากจะมี
การหลู
ส
างการกะถิ่
ง (กฐิ
น) หลู
ส
างกานคํ
า “จี
วรทองคํ
า”
ดั
งกล
าวแล
วชาวไตจะมี
การถวายจี
วรธรรมดาเรี
ยกว
า “ ปอยหลู
ส
างกาน” ซึ่
งศรั
ทธาญาติ
โยมจะนํ
า
จี
วรไปถวายแกเจ
าอาวาสวั
ดต
างๆ ที่
นิ
มนต
มา และโยมของภิ
กษุ
สามรเณรจะนํ
าจี
วรถวายแก
ลู
กบวช
ของตน มี
ขบวนแห
ต
นส
างกานพร
อมเครื่
องไทยทานอื่
นๆ สมั
ยก
อนจะทํ
าเป
นต
นหอโลมมี
ยอดสู
ง (ต
น
กั
ลปพฤกษ
) ขบวนแห
จะมี
ทั้
งกลองมองเชิ
ง กลองมองลาว และกลองก
นยาว โดยมี
ความเชื่
อว
า ผู
ที่
เป
นเจ
าภาพถวายจี
วรเมื่
อพระพุ
ทธเจ
าบั
งเกิ
ดขึ้
นและได
โปรดให
อุ
ปสมบทจะมี
การบวชจากพระโอษฐ
ของพระพุ
ทธเจ
าที่
เรี
ยกว
า “เอหิ
ภิ
กขุ
อุ
ปสั
มปทา” มี
จี
วรทิ
พย
เกิ
ดขึ้
นเองในขณะที่
พระพุ
ทธเจ
าตรั
สว
า
เธอจงเป
นภิ
กษุ
มาเกิ
ด บุ
คคลผู
นั้
นจะกลายร
างเป
นพระภิ
กษุ
มี
จี
วรเกิ
ดขึ้
นทั
นที
ประเพณี
เดื
อน ๑๒ ยั
งมี
การทํ
าบุ
ญตั
กบาตรชาวไต เรี
ยกว
า “ปอยลองซอมเหลิ
น ๑๒” ในลั
กษณะต
างๆ คื
อ ตั
กบาตรเขาวงกต
(ปอยหวั่
งกะป
า) ตั
กบาตรรกยอง ๘ หลั
งหรื
อขั
ดราชวั
ติ
หน
าบ
าน ตั
กบาตรตามถนนบางแห
งทํ
าซุ
มขั
ด
ราชวั
ติ
ตั
กบาตรในบริ
เวณวั
ดในวงกตจะมี
การจั
ดราชวั
ติ
โค
งไปมาเหมื
อนเขาวงกตในสมั
ยที่
พระพุ
ทธเจ
า
ที่
ชาติ
เป
นพระเวสสั
นดร จะมี
การสร
างปราสาทในเขตวงกตให
ผู
คนบู
ชาด
วยดอกไม
ธู
ปเที
ยน เช
าบู
ชา
ด
วยข
าวพระพุ
ทธ (ข
าวซอมต
อ) แล
วตั
กบาตรรอบเขาวงกตหรื
อจอง ๘ หลั
งแล
วแต
กรณี
ชาวไตที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ มี
วั
ดที่
ชาวบ
านร
วมแรงร
วมใจกั
นสร
างขึ้
นมี
พระสงฆ
จํ
าวั
ด
ประเพณี
ดั้
งเดิ
มของชาวบ
านที่
ปฏิ
บั
ติ
มาเนิ่
นนานและยั
งคงอนุ
รั
กษ
ไว
คื
อ
การเลี้
ยงเมื
อง
การเลี้
ยงเมื
อง
ในหนึ่
งป
จะมี
การเลี้
ยงเมื
อง ๑ ครั้
ง วิ
ธี
การก็
คื
อ การนํ
าข
างตอก ดอกไม
อาหารความหวา ไปสั
กการะศาลหลั
กเมื
องของหมู
บ
านนั่
นเอง ก
อนที่
จะกํ
าหนดวั
นในแต
ละป
จะมี
การ
ดู
ฤกษ
ยาม โดยคนที่
อาวุ
โสในหมู
บ
าน พอถึ
งเวลาก็
จะมาทํ
าพิ
ธี
ที่
บริ
เวณศาลหลั
กเมื
องมี
การสวด
พิ
ธี
กรรมแบบชาวไทยใหญ
จะให
เวลาประมาณ ๑ ชั่
วโมง หลั
งจากที่
ประกอบพิ
ธี
เสร็
จเรี
ยบร
อยแล
วก็
มี
การยิ
งป
นจุ
ดประทั
ดกั
นสนั่
นหวั่
นไหว
การเลี้
ยงเถื่
อน
การเลี้
ยงเถื่
อน (เลี้
ยงป
า) วิ
ธี
การก็
เหมื
อนกั
บการเลี้
ยงเมื
อง แต
จะมี
การเข
าร
วมพิ
ธี
ไม
มาก
เหมื
อนกั
บเลี้
ยงเมื
อง จะมี
แต
เฉพาะผู
ชายที่
ร
างกายแข็
งแรงเท
านั้
น เพราะจะไปทํ
าพิ
ธี
ในป
าโดยจะมี
การเก็
บเงิ
นกั
นเพื่
อซื้
อเหล
า ธู
ป เที
ยน ขนม หรื
อแม
กระทั่
งไก
เป
น ๆ จะมี
การเชื
อดคอไก
เลี้
ยงป
ากั
น
สดๆ ในตอนท
ายของพิ
ธี
ประเพณี
ดั
บไฟเที
ยน
ปอยดั
บไฟเที
ยน
จะกํ
าหนดวั
นเพื่
อไม
ให
ตรงกั
บหมู
บ
านอื่
น เพราะจะมี
การร
วมแรงร
วมใจกั
น
ระหว
างหมู
บ
านไทยใหญ
ด
วยกั
น ในพิ
ธี
จะมี
การแห
ต
นเงิ
น ซึ่
งจะคล
ายๆ กั
บการทอดผ
าป
าในภาคกลาง