Page 80 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๗๑
กุ
สั
นธะพุ
ทธเจ
าที่
แม
โคเอาไปเลี้
ยงเป
นพระโคนาคมนะพุ
ทธเจ
า ที่
แม
เต
านํ
าไปเลี้
ยงเป
นพระศรี
อริ
เมตไตยพุ
ทธเจ
าในอนาคต ดั
งนั้
นเมื่
อมี
งานสํ
าคั
ญวั
นเพ็
ญเดื
อน ๑๑ จะมี
การจุ
ดประที
ปตี
นกา และ
เวลาทํ
าบุ
ญแฮนซอมโก
จา พุ
ทธบริ
ษั
ทชาวไตจะทํ
าตุ
งตํ
าขอนเป
นรู
ปพญานาคกลมยาวที่
มี
รู
ปคล
าย
ตะกร
อเป
นตาวั
วที่
ทํ
าจากด
าย เก,กเต
าที่
เป
นพู
ห
อยลงมาเป
นขนไก
ที่
ทํ
าเป
นรู
ปโค
งเป
นไม
ซั
กผ
าและที
มี
รู
ปนกอยู
ข
างบนนั้
นเป
นแม
กาเผื
อก และจากต
นฉบั
บป
ปสา “ต
ะชนิ
ด หย
าสี่
สิ
บสอง เหลิ
น ซากเส
อู
ต
าน” กล
าวไว
ว
าพระโคดมสมณเจ
าได
ตรั
สรู
อนุ
ตตรสั
มมาสั
มโพธิ
ญาณมาเป
นเวลา ๗ พรรษา ทรง
แสดงยมกปฏิ
หาร
ในเมื
องสาวั
ตถี
ที่
อุ
ทยานสวนมะม
วง เสด็
จขึ้
นไปยั
งดาวดึ
งส
สวรรค
ประทั
บนั่
งเหนื
ป
ณฑุ
กั
มพลศิ
ลาอาสน
ทรงเทศนาพระอภิ
ธรรม ๗ คั
มภี
ร
โปรดสั
นตุ
ฏฐี
พุ
ทธมารดา พร
อมทั้
งเหล
เทพยดาและพระพรหมตลอดในพรรษา ๓ เดื
อน และเสด็
จนิ
วั
ตมนุ
ษย
โลก ในวั
นเพ็
ญเดื
อน ๑๑ ณ
เมื
องสั
งกะนะโก
“สั
งกั
สนคร” ในการเสด็
จลงมานั้
นพระอิ
นทร
ได
เนรมิ
ตบั
นไดเงิ
น บั
นไดทอง และ
บั
นไดแก
ว ฟากตรงประตู
สวรรค
ชั้
นดาวดึ
งส
ด
านทิ
ศใต
ลงสู
ประตู
เมื
องกั
สนครด
านทิ
ศใต
เช
นเดี
ยวกั
ก
อนเดื
อน ๑๑ พระพุ
ทธองค
ทรงมี
กระแสรั
บสั่
งถึ
งพระโมคคั
ลลาว
า พระองค
จะเสด็
จนิ
วั
ตมนุ
ษย
โลกใน
วั
นเพ็
ญเดื
อน ๑๑ พระโมคคั
ลลาได
บอกข
าวการเสด็
จนิ
วั
ติ
ของพระพุ
ทธเจ
าไปจนทั่
วทุ
กหนทุ
กแห
บรรดามนุ
ษย
และสั
ตว
ที่
สามารถมาได
ก็
มารั
บเสด็
จที่
สั
งกั
สนครที่
มาไม
ได
ก็
จั
ดทํ
าจองเข
งต
างปุ
ด(ซุ
ปราสาทรั
บเสด็
จ) ที่
บ
านเรื
อนของตนพอถึ
งวั
นเพ็
ญเดื
อน ๑๑ จะจั
ดอาหารบิ
ณฑบาตและขนมนมเนย
ไว
ถวายพระพุ
ทธเจ
าที่
เสด็
จมาประทั
บอยู
ที่
บั
นไดแก
วแล
วเปล
งรั
ศมี
๖ ประการ (ฉั
พพรรณรั
งสี
)
นั
บตั้
งแต
พรหมโลกจนถึ
งนรกอเวจี
ได
มองเห็
นกั
นหมดสิ้
น กิ่
งนหรี่
(กิ
นรี
) กิ่
งนะหร
า (กิ
นนร) นากกา
(นาค) กระหรุ
ง(ครุ
ฑ) ยั
กข
ะ (ยั
กษ
) กั่
นตั
บปะ (คนธรรพ
) ผี
ลู
ผี
ผาย ส
างซี่
(สิ
งโต) และบรรดาสั
ตว
๙๐
ประเภทมาแสดงความชื่
นชมบุ
ญบารมี
และเดชานุ
ภาพแห
งองค
พระสั
มมามั
มพุ
ทธเจ
าเป
นที่
สนุ
กสนาน
กั
นทั่
วไปทุ
กถิ่
นแคว
น ขณะที่
พระพุ
ทธองค
ทรงเปล
งฉั
พพรรณรั
งสี
นั้
น รั
ศมี
แสงแห
งฉั
พพรรณรั
งสี
กระจายสาดส
องไปถึ
งจองเข
งต
างล
างปุ
ตของทุ
กบ
านเรื
อนบรรดาพุ
ทธบริ
ษั
ทที่
อยู
ในบ
านเรื
อนรู
สึ
กชื่
ชมโสมมนั
สเป
นอย
างยิ่
ง จึ
งพร
อมกั
นถวายภั
ตตาหารและจุ
ดธู
ปเที
ยนบู
ชาเป
นเวลา ๗ วั
น ดั
งนั้
น พอถึ
เดื
อน ๑๑ ครั้
งใดชาวไต จึ
งพากั
นทํ
าจองเข
งต
างส
างปุ
ต (ซุ
มปราสาท) หรื
อจองพาพารั
บเสด็
จพระพุ
ทธ
องค
ทุ
กบ
านเรื
อน สื
บต
อกั
นมาเป
นประเพณี
ตราบทุ
กวั
นนี้
นอกจากนี้
ประเพณี
ชาวไตเมื่
อถึ
งเทศกาลเดื
อน ๕ ก็
ดี
เดื
อน ๑๑ ก็
ดี
นอกจากมี
การขอขมา
พ
อแม
ญาติ
ผู
ใหญ
ที่
เคาระนั
บถื
อ ตลอดถึ
งพระสงฆ
แล
วเมื่
อสิ้
นสุ
ดเทศกาลเดื
อน ๕ และเดื
อน ๑๑
ศรั
ทธา ประชาชนจั
กได
นิ
มนต
พระสงฆ
อยู
โปรดชาวบ
านต
อไป โดยเชื่
อว
า หากไม
นิ
มนต
ไว
พญามารจะ
นิ
มนต
เสี
ยก
อน ดั
งเช
นพญามารได
นิ
มนต
ให
พระพุ
ทธเจ
าปริ
นิ
พาน อี
กประการหนึ่
งพระสงฆ
อาจจาริ
ไปที่
อื่
นเกรงว
าจะไม
มี
พระภิ
กษุ
สงฆ
อยู
วั
ดโปรดชาวบ
าน
เดื
อน ๑๒ ชาวไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นสิ
บสอง” จะมี
งานประเพณี
ปอยส
างการ “งานถวายจี
วร”
ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “ป
กสาหย
าสี่
” ตรงกั
บเดื
อนพฤศจิ
กายน ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “ต
ะสย
อง
มุ
งละ” อาโปธาตุ
ธาตุ
น้ํ
าเป
นธาตุ
ประจํ
าเดื
อน ดอกราศี
คื
อดอกคะจอย (ภาษาถิ่
น) หรื
อดอกบวบเป
ฤดู
ถวายจี
วร นิ
ทานบ
อเกิ
ดประเพณี
มี
ว
าสมั
ยพระพุ
ทธเจ
าประทั
บอยู
ณ กรุ
งกบิ
ลพั
สดุ
นิ
โครธาราม
แม
น้ํ
าโคตรมี
จิ
นตนาการว
าบุ
ตรของเราเป
นพระพุ
ทธเจ
าแล
ว ไทยธรรมที่
ดี
งามเป
นพิ
เศษนั้
นฉั
นไม
ได
ถวายสั
กอย
างฉั
นควรขวนขวายหาวิ
ธี
การทํ
าบุ
ญยิ่
งใหญ
สั
กครั้
งหนึ่
ง ดั
งนั้
นพอถึ
งฤดู
กฐิ
นเดื
อน ๑๒ จึ
พิ
จารณาจั
ดทํ
าจี
วรทองคํ
าไปป
นเป
นผงผสมกั
บดิ
นและปุ
ยบรรจุ
ลงในอ
างทองคํ
า สํ
าหรั
บเพาะฝ
าย