๖๙
ชื่
อว
าบั
นติ
กตะสามแหน
(สามเณรบั
ณฑิ
ต) ด
วยเหตุ
นี้
ในเดื
อน ๙ นี้
จึ
งมี
ประเพณี
ทํ
าบุ
ญ สลากภั
ตรสื
บ
ต
อกั
นมาจนป
จจุ
บั
น
เดื
อน ๙ เป
นฤดู
ที่
ชาวนาไปทํ
านา ชาวบ
านส
วนใหญ
จะออกไปทํ
านาตั้
งแต
เช
ากว
าจะกลั
บมา
บ
านเป
นเวลามื
ดค่ํ
า ผู
คนส
วนใหญ
ไม
มี
เวลาเตรี
มภั
ตตาหารไปถวายพระที่
วั
ดเรี
ยกว
า ส
งข
าวซอม
ดั
งนั้
นในบางหมู
บ
านจึ
งได
กํ
าหนดเวรส
งข
าวซอมพระในหมู
ผู
ที่
ไม
ต
องไปทํ
านา เรี
ยกว
า ปอยจ
าก
อก
โดยใช
กระบอกไม
ไผ
เป
นสั
ญญาณตกลงกั
นว
าถ
ากระบอกตกอยู
ที่
บ
านใคร บ
านนั้
นต
องเป
นธุ
ระนํ
า
ภั
ตตาหารไปถวายพระในวั
นรุ
งขึ้
น เมื่
อทํ
าเสร็
จนํ
ากระบอกนี้
ไปมอบต
อให
บ
านอื่
น เป
นการนั
ดหมาย
กั
นไว
เพื่
อพลั
ดเปลี่
ยนกั
นบ
งภาระในการส
งข
าวพระ
เดื
อน ๑๐ ชาวไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นสิ
บ” ปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “จั่
นหยาสี่
” ตรงกั
บเดื
อน
กั
นยายน ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “จอซะหริ่
งละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อน คื
อ ปฐวี
ธาตุ
ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อ
หยั่
งหม
า (ภาษาถิ่
น) เรื่
องเป
นบ
อเกิ
ดประเพณี
กล
าวว
าในสมั
ยพระโคดมสมณเจ
ายั
งทรงพระชนม
ชี
พ
อยู
นางวิ
สาขามหาอุ
บาสิ
กกต
องออกเรื
อนไปเป
นสะใภ
ของมหาเศรษฐี
ก
อนออกเดิ
นทางในวั
นเพ็
ญ
เดื
อน ๑๐ นางวิ
สาขาได
จั
ดทํ
าบุ
ญครั้
งยิ่
งใหญ
คื
อจั
ดให
มี
การทํ
าบุ
ญข
าวสารล
นบาตร น้ํ
าผึ้
งล
นบาตร
เนยล
นบาตร เสร็
จแล
วด
วยอานิ
สงส
การทํ
าบุ
ญนั้
น ช
าง ม
า วั
ว ควาย แม
ถู
กมั
ด ถู
กขั
งไว
ในคอกก็
ดึ
ง
เชื
อกขาด พั
งประตู
คอกวิ่
งตามนางวิ
สาขาไปเป
นจํ
านวนนั
บหมื่
นนั
บแสนด
วยเหตุ
นี้
พอถึ
งวั
นเพ็
ญเดื
อน
๑๐ เหล
าพุ
ทธบริ
ษั
ทจั
ดให
มี
การทํ
าบุ
ญ “ซอมต
อหลวง” (พุ
ทธมหาบิ
ณฑบาต) พร
อมทั้
งถวาย
ภั
ตตาหารแด
พระภิ
กษุ
สงฆ
สามรเณร ตลอดจนทํ
าบุ
ญตั
กบาตรแบบข
าวสารล
นบาตร เป
นงานยิ่
งใหญ
ในรอบป
มี
ความเชื่
อว
า อานิ
สงส
แห
งการทํ
าบุ
ญเช
นนี้
จะส
งผลให
งานกสิ
กรรมมี
ผลผลิ
ตมากเลี้
ยงสั
ตว
จั
ก
แพร
หลาย จะบริ
บู
รณ
ด
วยทรั
พย
เงิ
นทองและข
าทาสบริ
วาร
เดื
อน ๑๑ ชาวไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นสิ
บเอ็
ด” มี
การทํ
าบุ
ญให
ผู
ตาย “แฮนซอมโก
จา” ตรงกั
บ
เดื
อนตุ
ลาคม ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อวาโยธาตุ
ธาตุ
ลม ลมแรงในเดื
อนนี้
ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกบั
ว ๕
อย
าง เป
นเดื
อนที่
พุ
ทธบริ
ษั
ทชาวไตพากั
นจั
ดงานประเพณี
เป
น ๒ ช
วง ช
วงแรกตั้
งแต
วั
นขึ้
น ๑ ค่ํ
า
เดื
อน ๑๑ ถึ
งวั
นขึ้
น ๑๕ ค่ํ
า เดื
อน ๑๑ เป
นงานทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วนกุ
ศลให
ผู
ตาย เรี
ยกว
า “เฮ
นซอมโก
จา”
ซึ่
งตายในรออบป
ที่
ผ
านมาอี
กครั้
งหนึ่
งภายหลั
งจากการแฮนซอมใจขาด ๗ วั
นนั
บจากวั
นตาย จั
ดทํ
า
โดยสามี
ภรรยา บุ
ตรหลาน ตลอดจนญาติ
อื่
นๆ ของผู
ตายถื
อว
าเป
นการแสดงถึ
งความกตั
ญู
กตเวที
ต
อ
ผู
ตาย นอกจากนี้
เชื่
อว
า การแฮนซอมอุ
ทิ
ศกุ
ศลให
แกผู
ตายจะได
อานิ
สงฆ
ทั้
งผู
ทํ
าและผู
วายชนม
โดยผื
ทํ
าจะได
บุ
ญ ส
วนผู
ตายจะได
อานิ
สงส
จาการทํ
าบุ
ญ หากตกอบายภู
มิ
ก็
จะได
พ
นทุ
กข
เวทนาจากการเป
น
เปรต และสั
ตว
นรก เนื่
องจากผู
ทํ
าจะถวาย “ลี
กซุ
ตตะ” (หนั
งสื
อสุ
ตตะและตํ
าข
อนตุ
ง) ตํ
าข
อนจะทํ
า
จากระดาษผ
า ไม
ด
าย กระจก สั
งกะสี
ฉลุ
เป
นลวดลายจะทํ
าแบบง
ายๆที่
เรี
ยกว
า ตุ
งนางผาน (ตุ
งคน
จน) ตั
ดกระดาษเป
นแผ
นยาวๆ ตอนท
ายระบุ
ชื่
อผู
อุ
ทิ
ศส
วนกุ
ศลและชื่
อ ผู
วายชนม
ห
อยติ
ดไม
โค
งยาว
ข
างบนจะมี
ถุ
งกระดาษทํ
าเป
นย
าม ข
างในมี
หมากพลู
บุ
หรี่
อาหารให
ผู
ตายหรื
อจะทํ
าเป
นกระดาษม
วน
กลมยาว หรื
อทํ
าจากผ
าม
วนยาวคล
ายตั
วพญานาคข
างบนมี
ไม
แกะสลั
กเป
นรู
ปนก ปลายใช
ด
ายถั
กเป
น
รู
ปตระกร
อ เกล็
ดเต
า ไม
โค
งและพู
ห
อยระย
าท
ายจะมี
ผู
อุ
ทิ
ศ และชื่
อผู
ตาย เช
นเดี
ยวกั
น เรี
ยกว
า ตํ
า
ขอนนากกา (ตุ
งพญานาค) อี
กประเภทหนึ่
งจ
างให
ช
างเป
นตํ
าข
อนไม
แกะสลั
กแต
งลวดลายด
วยกระจก
ซึ่
งพบเห็
นมากตามวั
ดในจั
งหวั
ดแม
ฮ
องสอน ข
างบนมี
รู
ปนกที่
ฐานมั
กมี
เรื
อ