๖๘
ตี
ฆ
องกลองก
นยาวนํ
าดอกไม
ยารั
กษาโรค ตลอดถึ
งน้ํ
าส
มน้ํ
าหวาน ไปถวายพระผละผู
มี
จํ
าศี
ลที่
เรี
ยกว
า
พ
อศี
ล แม
ศี
ล พร
อมกั
บขอนิ
มนต
พระภิ
กษุ
สงฆ
สามเณรและเชิ
ญผู
ที่
จํ
าศี
ลไปรั
บประทานอาหารเช
าใน
รุ
งขึ้
นอี
กวั
นหนึ่
ง บางที
วั
นรุ
งขึ้
นจะมี
การแจกข
าวห
อแก
ผู
จํ
าศี
ล เรี
ยกว
า หลู
ปอยจากะ ทํ
าทานงาน
ปอยจาคะ
เรื่
องราวบ
อเกิ
ดประเพณี
กล
าวว
า ตอนที่
พระพุ
ทธเจ
า ได
ประทั
บนั่
งบนบั
ลลั
งก
ที่
ตรั
สรู
นั้
นเป
น
วั
นเพ็
ญ เดื
อน ๖ ระหว
างเดื
อน ๖ แรม ๗ ค่ํ
า จนถึ
งวั
นเดื
อน ๗ นั้
น เป
นระยะที่
พระพุ
ทธองค
ทรงเสวย
วิ
มุ
ตติ
สุ
ข พอถึ
งวั
นขึ้
น ๔ ค่ํ
า เดื
อน ๘ พระองค
เสด็
จไปยั
ง มิ
กกะตุ
หวุ
น (มฤคทายวั
น) ใช
เวลาเดิ
นทาง
๑๐ วั
น ถึ
งวั
นขึ้
น ๑๓ ค่ํ
า เดื
อน ๘ วั
นขึ้
น ๑๕ ค่ํ
า เดื
อน ๘ เทศนาโปรดวั
ปปะ ภั
ททิ
ยะ มหานามะ
และอั
ลสชิ
ตามลํ
าดั
บ ในป
ะทะมะหว
า(ปฐมพรรษา) พระพุ
ทธองค
อยู
จํ
าพรรษาในมฤทายวั
นพอถึ
ง
พรรษาที่
๒ พระพุ
ทธองค
ทรงบั
ญญั
ติ
การเข
าพรรษาไว
ให
พระสงฆ
อยู
จํ
าพรรษา ไม
ไปค
างคื
นที่
อื่
น
ตลอดจนครบถ
วน ๓ เดื
อน ส
วนศรั
ทธาอุ
บาสก อุ
บาสิ
กาก็
ได
ถื
อศี
ลภาวนาในพรรษาตามพระสงฆ
ไป
ด
วย ฉะนั้
นเดื
อน ๘ จึ
งเป
นเดื
อนที่
พระสงฆ
อธิ
ษฐานเข
าพรรษา
เดื
อน ๙ ชาวไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นเก
า” ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “สิ
นนะหย
าสี่
” ตรงกั
บ
เดื
อนสิ
งหาคม ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “คยองละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อเตโชธาตุ
เป
นเดื
อนที่
มี
อากาศร
อน
เล็
กน
อย ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกออกคะต
อโหลง (ภาษาถิ่
น) เป
นเดื
อนที่
ทํ
าสลากภั
ตร มี
เรื่
องราวที่
เป
นบ
อเกิ
ดประเพณี
กล
าวว
า ในสมั
ยพระพุ
ทธเจ
าทรงพระนามว
าวิ
ป
สสี
มี
หน
อพุ
ทธางกู
รที่
ตกทุ
กข
ได
ยากถื
อกํ
าหนดในตระกู
ลมหาทุ
คตะในเมื
องป
าหร
านะสี
(พาราณสี
) ในสมั
ยนั้
นคนเมื
องทั้
งหลายนิ
ยม
ทํ
าบุ
ญสลากภั
ตร คนหนึ่
งก็
รั
บถวายไทยธรรม ๑ องค
บ
าง ๒ องค
บ
าง ๓ องค
บ
าง ๑๐ องค
บ
าง จั
บ
สลากกั
น เพราะความที่
หน
อพุ
ทธธางกู
รเป
นคนจนทั้
งสามี
และภรรยามี
อาชี
พหาฟ
นหาใบตอมาขาย
เพื่
อเลี้
ยงชี
พไปในวั
นหนึ่
งๆ แต
มี
เจตนาศรั
ทธาประสงค
จะร
วมทํ
าบุ
ญสลากภั
ทรกั
บคนอื่
นๆ ก็
ไปบอก
เจ
าหน
าที่
ที่
จั
ดทํ
ารายชื่
อศรั
ทธาเจ
าภาพเพื่
อขอรั
บสลาก กลั
บได
รั
บคํ
าตอบว
า ลื
มจั
ดชื่
อไว
และได
จั
บ
สลากกั
นไปหมดแล
วพระสงฆ
ก็
ได
รั
บนิ
มนต
ไปจนหมดสิ้
นไม
เหลื
อเลย พอได
ยิ
นดั
งนั้
นมหาทุ
คตะรู
สึ
ก
น
อยอกน
อยใจถึ
งกั
บร
องไห
ขึ้
นมาในท
ามกลางฝู
งชน หลายคนที่
เกิ
ดความสงสารก็
แนะนํ
าว
าขณะนี้
จะ
เหลื
อเพี
ยงพระพุ
ทธเจ
าพระองค
เดี
ยวเท
านั้
นที่
ยั
งไม
ได
รั
บนิ
มนต
ผู
ใดขอให
ไปนิ
มนต
พระพุ
ทธองค
ดู
มหา
ทุ
คตะก็
ชื่
นชมยิ
นดี
รี
บเข
าไปนิ
มนต
พระพุ
ทธเจ
า พระพุ
ทธเจ
าก็
รั
บนิ
มนต
ทั
นที
พร
อมกั
บยื่
นบาตรให
มหา
คุ
กตะด
วยเงิ
น ๑๐๐-๑,๐๐๐ กษาปณ
มหาทุ
คตะไม
ยอมขาย บรรดาศรั
ทธาผู
ดี
มี
เงิ
นต
างปริ
วิ
ตตกกั
น
ว
ามหาทุ
คตะจะไม
มี
อาหารดี
ๆ ถวายพระพุ
ทธเจ
า จึ
งได
ชวนกั
นตามไปดู
ที่
เรื
อน ด
วยหวั
งว
าหากอาหาร
บิ
ณฑบาตและไทยธรรมไม
ดี
ไม
เพี
ยงพอ จะได
นิ
มนต
พระพุ
ทธเจ
าไปยั
งเรื
อนของตน แต
ปรากฏว
า
อาหารบิ
ณฑบาตของมหาทุ
คตะ นั้
น พวกเทวดาได
ลงมาช
วยหุ
งช
วยปรุ
งรสชาติ
อั
นเป
นทิ
พย
พอเป
ดฝา
ภาชนะเท
านั้
น กลิ่
นอั
นหอมหวานขจรขจายไปทั่
วบ
านทั่
วเมื
อง คณะศรั
ทธาทั้
งหลายจึ
งช
วยกั
นจั
ด
อาหารบิ
ณฑบาตไปถวายพระพุ
ทธเจ
า เมื่
อฉั
นเสร็
จแล
วพระพุ
ทธเจ
าก็
อนุ
โมทนา เสร็
จแล
วมหาทุ
คตะก็
อุ
มบาตรตามส
งเสด็
จพระพุ
ทธเจ
าจนถึ
งวั
ด เมื่
อกลั
บคื
นมาถึ
งบ
านเรื
อน พระอิ
นทร
ก็
เนรมิ
ตฝนเงิ
น
ฝนทองและฝนแก
ว ๗ ประการตกลงมารอบๆ เรื
อนของมหาทุ
คตะเป
นกองพะเนิ
นทิ
นทึ
ก
พระมหากษั
ตริ
ย
ทราบเรื่
องดั
งกล
าว จึ
งพระราชทานตํ
าแหน
งมหาเศรษฐี
ใหญ
ให
แก
มหาทุ
คตะมหา
เศรษฐี
ใหม
ก็
ได
โอกาสทํ
าบุ
ญทํ
าทานมากยิ่
งขึ้
น เมื่
อสิ้
นอายุ
ขั
ยได
จตุ
เป
นเทวดาในสวรรค
จากสวรรค
ก็
จุ
ติ
เป
นมนุ
ษย
กลั
บไปกลั
บมาจนถึ
งสมั
ยพระโคดมสมณเจ
า สามารถบรรลุ
มรรคผลเมื่
ออายุ
๗ ขวบ มี