Page 76 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๗
จึ
งได
รี
บกลั
บมาแจ
งข
าวแก
นางสุ
ชาดารู
สึ
กปราบปลื้
มดี
ใจอย
างยิ่
งรี
บหอบถาดทองคํ
าใส
ข
าวนมเนยไป
ยั
งต
นไทรใหญ
พอถึ
งรี
บถวายแด
พระพุ
ทธเจ
าพร
อมอธิ
ฐานบนบาทขอให
ได
บุ
ตรที่
ดี
งามและรู
สึ
กชื่
นชม
ยิ
นดี
กลั
บบ
านด
วยหั
วใจที่
เป
ยมล
นด
วยความหวั
ง หลั
งจากที่
นางสุ
ชาดากลั
บไปแล
วพระพุ
ทธเจ
าได
นั่
ตรองว
า นางนี้
ถวายห
วยหุ
งด
วยนมเนย (มธุ
ปายาส) โดยอุ
ทิ
ศต
อเทวดาผู
รั
กษาต
นไทร จึ
งนํ
าเอาข
าว
ก
อนหนึ่
งวางไว
ที่
ง
ามไม
ไทรส
วนที่
เหลื
อ ๔๙ ก
อนในถาดทอง พระพุ
ทธองค
ทรงนํ
าไปยั
งฝ
งแม
น้ํ
าเหน
หลิ่
นจะหญ
า (เนรั
ญชรา) ล
างหน
าล
างตา แล
วนั่
งลงฉั
นด
วยความเอร็
ดอร
อยจนหมดทั้
ง ๔๗ ก
อน ฉั
เสร็
จแล
วรู
สึ
กสดชื่
นอย
างยิ่
ง ได
ตั้
งอธิ
ฐานไว
ว
า หากจะได
ตรั
สรู
เป
นพระพุ
ทธเจ
าแน
นอนขอให
ถาด
ทองคํ
านี้
ลอยมุ
ดลงไปซ
อนกั
บถาดทองของพระพุ
ทธเจ
าทั้
ง ๓ พระองค
ตรั
สรู
ไปก
อนล
วงหน
าพร
อมกั
นั้
นก็
ลอยถาดทองลงไปในน้ํ
า ถาดทองก็
ลอยทวนน้ํ
าขึ้
นไปหมุ
นมุ
ดลงไปซ
อนกั
บถาดทองของ
พระพุ
ทธเจ
าองค
ก
อนตามคํ
าอธิ
ฐาน เสี
ยงกระทบของถาดทองนั้
นดั
งก
องสะท
อนเข
าหู
พญานาคที่
นอน
ขดตั
วครอบโลกไว
ทํ
าให
ตกใจตื่
นฟ
นตั
วขึ้
นพร
อมกั
บบ
นว
าเพิ่
งนอนไปไม
ทั
นอิ่
มมี
พระพุ
ทธเจ
ามาตรั
สรู
อี
กแล
วอาการตกใจตื่
นฟ
นตั
วของพญานาคนี้
รุ
นแรงจนทํ
าให
เกิ
ดแผ
นดิ
นไหวครั้
งใหญ
เป
นสั
ญญาญให
ชาวโลกรู
ว
ามี
พระพุ
ทธเจ
าเกิ
ดขึ้
นในโลกอี
กองค
หนึ่
งแล
เมื่
อเสร็
จภารกิ
จเช
าแล
วพระพุ
ทธเจ
าก็
เสด็
จพระราชดํ
าเนิ
นไปหาที่
สงบเพื่
อบํ
าเพ็
ญสมณธรรม
ระหว
างทางได
มี
คนเลี้
ยงม
าถวายหญ
าแพรก (ตามพุ
ทธประวั
ติ
เป
นหญ
าคา) ๘ กํ
ามื
อ พระองค
รั
บแล
เสด็
จพระราชดํ
าเนิ
นไปจนถึ
งต
นโพธิ์
ใหญ
ใช
หญ
าแพรก ปู
ลาดใต
ต
นโพธิ์
ทํ
าเป
นบั
ลลั
งก
นั่
งบํ
าเพ็
สมณธรรมหั
นหน
าไปทางทิ
ศตะวั
นออกทํ
าจิ
ตใจให
มั่
นไม
สั่
นไหว พร
อมอธิ
ฐานว
าจะไม
ลุ
กไปไหนถ
าไม
บรรลุ
อมตธรรม ด
วยเหตุ
นี้
พุ
ทธศาสนิ
กชนชาวไตจึ
งได
ถื
อเป
นประเพณี
การทํ
าบุ
ญถวายซอมต
อโหลง
๔๙ ก
อน (ข
าวมธุ
ปายาส) ในวั
นเพ็
ญเดื
อน ๖ สื
บต
อมาจนป
จจุ
บั
เดื
อน ๗ ชาวไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นเจ็
ด” เป
นเดื
อนที่
ชาวนาเตรี
ยมทํ
านา “ตอกฝาย ลางห
อง”
ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “เหม
ถุ
งหย
าสี่
” ตรงกั
บเดื
อนมิ
ถุ
นายน ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “นหยุ
งละ”
ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อวาโยธาตุ
ธาตุ
ลม เป
นเดื
อนที่
มี
ลมแรง ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกเข
าแตกโหลง
(ดอกมะลิ
ใหญ
) เป
นเดื
อนที่
พระสงฆ
จั
ดให
มี
จ
าแมปอย (ปุ
จฉา-วิ
สั
ชนา) ศึ
กษาค
นคว
า ซั
กถามในเรื่
อง
พระธรรมคํ
าสอนและวิ
ชาการต
างๆ ตามเอกสารจเรแสงเฮิ
งกล
าวว
า เดื
อน ๗ เป
นเดื
อนที่
พระพุ
ทธเจ
ทรงไตร
ตรองในหลั
ก โมกขธรรมที่
จริ
งตรั
สรู
โดยเฉพาะหลั
กปฏิ
จจสมุ
ปบาท ซึ่
งเป
น วั
ฏจั
กรของ
สั
งสารวั
ฏ จนถึ
งหลั
กความจริ
งแห
งความหลุ
ดพ
น ๔ ประการ (อริ
ยสั
จ ๔) ตลอดเอน ๗ นี้
เป
นเดื
อน
แห
งการทบทวนหลั
กโมกขธรรมของพระพุ
ทธเจ
เดื
อนนี้
ชาวนาต
างเตรี
ยมตั
วทํ
านากั
น มี
การตอกฝาย “ทํ
าเหมื
องฝาย” ลางห
อง “ขุ
ดรอกก
ร
องน้ํ
า” เพื่
อทดน้ํ
าเข
านา จึ
งว
างเว
นจากงานประเพณี
เดื
อน ๘ ชาวไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นแปด” ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “กะระกั
ดหย
าสี่
” ตรง
กั
บเดื
อนกรกฎาคม ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “หว
าเสื่
อละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อ อโปธาตุ
ธาตุ
น้ํ
า เป
นเดื
อน
ที่
มี
น้ํ
ามาก ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกสะระพี
เล็
ก (ดอกสารภี
) เป
นฤดู
ที่
มี
การบรรพชาอุ
ปสมบทกั
มากเป
นเดื
อนที่
พระสงฆ
อธิ
ษฐานอยู
จํ
าพรรษา เดื
อนนี้
ขึ้
น ๑๕ ค่ํ
า เดื
อน ๘ เป
นอาสาฬหบู
ชา ตรงกั
วั
นที่
พระพุ
ทธเจ
าแสดงพระธรรมจั
กร ดั
งนั้
น ตามประเพณี
ไตผู
เฒ
าผู
แก
ตลอดถึ
งผู
ที่
สนใจปฏิ
บั
ติ
ธรรม
จะพากั
นไปจํ
าศี
ลที่
วั
ด ที่
เรี
ยกว
า กํ
าศี
ลนอนกยอง ซึ่
งจะไปปฏิ
บั
ติ
ในวั
นพระตลอดฤดู
เข
าพรรษา ๓
เดื
อน ในขณะเดี
ยวกั
น ชาวไตจะมี
การทํ
าบุ
ญในวั
นโกนวั
นพระเรี
ยกว
า ปอยจ
ากะ จะมี
เจ
าภาพจั
ดงาน