๖๖
ถวายเป
นพุ
ทธบู
ชา ส
วนที่
๒ นํ
าถวายเป
นธรรมบู
ชา ส
วนที่
๓ นํ
าถวายเป
นสั
งฆบู
ชา ส
วนที่
ถวายเป
น
สั
งฆบู
ชานี้
เมื่
อเสร็
จสิ้
นการถวายแล
วก็
นํ
าไปวางไว
ให
กากิ
น เมื่
อทํ
าบุ
ญถวายทานเสร็
จแล
วเกิ
ดป
ติ
ซาบซึ้
งในการกระทํ
าของตนเอง จึ
งร
องรํ
าทํ
าเพลงฟ
อนไปรอบๆ เจดี
ย
ทรายอยู
คนเดี
ยวในป
า เมื่
อหมด
วั
นก็
กลั
บบ
าน ตั้
งแต
นั้
นมาชายทุ
กคนนี้
นึ
กถึ
งบุ
ญที่
ได
ทํ
าในวั
นนั้
นก็
รู
สึ
กป
ติ
เป
นสุ
ขทุ
กครา ต
อมาถึ
ง
คราวที่
ต
องถึ
งแก
ชี
วิ
ตเป
นโรครุ
นแรงเมื่
อใกล
จะตายก็
พอดี
เป
นวั
นขุ
นหอคํ
า(กษั
ตริ
ย
) ครองเมื
องสี
โห
และนางมิ
พญา (พระมเหสี
) ทรงช
างเสด็
จมาเลี
ยบนครได
เสด็
จผ
านถึ
งกระต
อบที่
อยู
ของทุ
คตะคนนี้
พอดี
และชายทุ
คตะคนก็
มองเห็
นพระมหากษั
ตริ
ย
และพระมเหสี
ที่
ทรงช
างเสด็
จมาใกล
ที่
อยู
ของแก
เกิ
ดอุ
ปาทานขึ้
นในใจใคร
จะเกิ
ดเป
นพระโอรสของพระราชาพร
อมกั
นนั้
นก็
สิ้
นใจไปทั
นที
และได
ไปจุ
ติ
ปฏิ
สนธิ
ในครรภ
พระมเหสี
พอเติ
บใหญ
ก็
ได
สื
บราชสมบั
ติ
แทนพระบิ
ดา อยู
มาวั
นหนึ่
งได
นิ
มนต
พระ
อรหั
นต
มาเทศนาในพระบรมราชวั
ง ในขณะที่
ฟ
งธรรมเทศนาอยู
นั้
น เกิ
ดศรั
ทธาจะถวายผ
าสไบค
าควร
แสนทองคํ
า ที่
พรองค
ทรงห
มอยู
เป
นเครื่
องบู
ชากั
ณฑ
เทศน
แต
ก็
ไม
อาจตั
ดสิ
นใจได
ทั
นที
ครั้
งที่
หนึ่
งก็
แล
วครั้
งที่
สองก็
แล
ว ครั้
งที่
สามก็
แล
ว ยั
งไม
อาจตั
ดสิ
นใจละทิ้
งความเสี
ยดายได
เป
นเจตนาศรั
ทธาที่
ยึ
ดๆ
หดๆอยู
ไม
อาจให
สํ
าเร็
จอย
างแท
จริ
งได
พอดี
มี
กาสองตั
วผั
วเมี
ยมาจั
บอยู
บนกิ่
งมะขามตรงหน
าต
าง กา
มองเห็
นและทราบเจตนาพยายามของพระราชา กาตั
วผู
จึ
งพู
ดกั
บการตั
วเมี
ยว
า พระราชานี้
ด
วยเหตุ
ที่
เป
นคนยากจนเข็
ญใจได
เกิ
ดเป
นพระราชาจึ
งไม
อาจตั
ดสิ
นใจถวายสิ่
งที่
ค
าสู
ง แม
มี
เจตนาศรั
ทธาก็
ตาม
หากพระองค
ถวายในคราวที่
มี
เจตนาครั้
งแรกก็
ได
เสวยผล ๘ ประการ พระราชาได
ยิ
นคํ
าสนธนาของกา
สองผั
วเมี
ยและรู
ภาษากาได
จึ
งชื่
อว
า “กากะหวุ
นลิ
ยะ” พระราชก็
ทรงพระสรวลออกมา พระอรหั
นต
จึ
งทู
ลถามเหตุ
ที่
พระราชาทรงพระสรวลนั้
น พระราชาก็
นมั
สการเรื่
องราวตามที่
กาสองตั
วผั
วเมี
ยพู
ด
พระอรหั
นต
ผู
เป
นประทานของมหาบพิ
ตร (ตอนที่
ถวายเจดี
ย
ทรายได
นํ
าข
าวส
วนที่
เป
นสั
งฆ
บู
ชาไปวาง
ไว
ให
กากิ
น) พระราชาจึ
งตั
ดสิ
นใจถวายผ
าสไบค
าควรแสนทองคํ
า บู
ชาพระธรรมเทศนา เมื่
อละจากภพ
นั้
นก็
จุ
ติ
เสวยผลบุ
ญไปสรวงสวรรค
ไปๆมาๆ ระหว
างสวรรค
และมนุ
ษย
อยู
ตลอดเวลา ไม
ได
เกิ
ดนรก
อบายใดๆ เลยด
วยเหตุ
นี้
พอถึ
งเดื
อน ๖ ชาวไตในกลุ
มพุ
ทธศาสนิ
กชน จึ
งพากั
นทํ
าบุ
ญก
อเจดี
ย
ทราย
ถวายห
อข
าวห
อแกงเป
นประเพณี
มาจนตราบเท
าทุ
กวั
นนี้
สํ
าหรั
บเนื้
อเรื่
องจากเอกสาร “หย
าสี่
สิ
บสองเหลิ
นคํ
า” โดยเจเรแสงเฮิ
ง กล
าวไว
ว
า เดื
อน ๖
เป
นเดื
อนที่
เกษตรกรเริ่
มปลู
กพื
ชผั
กนานาชนิ
ดและเป
นเดื
อนที่
พระพุ
ทธเจ
าตรั
สรู
ในเดื
อนนี้
ด
วย
ตํ
านานกล
าวว
า พอถึ
งวั
นขึ้
น ๑๔ ค่ํ
า เดื
อน ๖ พระพุ
ทธเจ
าได
เกิ
ดนิ
มิ
ตต
างๆ นานาที่
เป
นสั
ญญาบ
ง
บอกว
าจะได
ตรั
สรู
เป
นพระสั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
า เช
าตรู
วั
นขึ้
น ๑๔ ค่ํ
า เดื
อน ๖ พระองค
ทรงออก
บิ
ณฑบาตในเมื
องราชคฤห
หลั
งจากนั้
น ก็
ได
เสด็
จไปประทั
บนั่
งพั
กที่
ใต
ต
นไทรใกล
ชายเมื
องในโอกาส
เดี
ยวกั
นนางสุ
ชาดา ธิ
ดาของเศรษฐี
มี
ความปรารถนาอยากมี
บุ
ตร ในวั
นขึ้
น ๑๔ ค่ํ
า ได
ตระเตรี
ยม
อาหารพิ
เศษเป
นเครื่
องบู
ชาเทพารั
กษ
นั้
น คื
อข
าวหุ
งด
วยนมเนยอย
างดี
ตามตํ
านานพรรณนาวิ
ธี
การไว
ว
าใช
นมที่
บี
บจากแม
วั
ว ๑,๐๐๐ ตั
ว ป
อนให
วั
ว ๕๐๐ ตั
วดื่
ม และบี
บจากวั
ว ๕๐๐ ตั
ว ป
อนวั
วตั
วต
อๆ
ไป บี
บป
อนให
เรื่
อยๆ จนเหลื
อวั
วตั
วเดี
ยว และบี
บน้ํ
านมจากตั
วสุ
ดท
าย เพื่
อใช
เป
นนมหุ
งข
าวนมเนย
ครั้
งนี้
ในขณะที่
หุ
งข
าวนมเนยนั้
นก็
มี
เทวดาเจ
าที่
เจ
าทางมาช
วยกั
นปรุ
งแต
งรสชาติ
ให
วิ
เศษยิ่
งขึ้
น สม
เป
นภั
ตตาหารมื้
อแรกที่
จะทํ
าให
มี
พระพุ
ทธเจ
าตรั
สรู
ขึ้
นในโลก พอหุ
งข
าวได
ที่
แล
ว จึ
งป
นเป
นก
อน
ขนาดเท
าไข
นกยู
งจํ
านวน ๕๐ ก
อนแล
วจึ
งสั่
งสาวใช
ไปกวาดทํ
าความสะอาดใต
ต
นไทรใหญ
สาวใช
ได
เห็
นพระพุ
ทธเจ
าที่
โคนต
นไทรในตอนเช
ามื
ด เข
าใจว
าเทพารั
กษ
ประจํ
าต
นไทรแสดงอภิ
นิ
หารให
ปรากฏ