๖๕
ศรี
ษะของใครมาแทนได
มารดาตอบว
าศี
รษะของใครอะไรก็
ได
ที่
นอนหั
นหั
วไปทางเหนื
อ พระพรหม
และเทวดาทั้
งหลายจึ
งพากั
นลงมายั
งโลกมนุ
ษย
และได
พบช
างตั
วหนึ่
งกํ
าหลั
งนอนหั
วหั
วไปทางทิ
ศ
เหนื
อจึ
งตั
ดหั
วช
างนั้
นนํ
าไปต
อกั
บตั
วของท
าวมหาพรหม ทํ
าให
ท
าวมหาพรหมฟ
นคื
นชี
พและได
รั
บ
ขนานนามว
า “มหาป
งแน” (พระพิ
ฆเนศ) ส
วนตั
วช
าง ก็
ได
นํ
าฟ
นมาก
อกองไฟสุ
ม ฌาปนกิ
จจนเสร็
จกิ
จ
เหล
าพระพรหมและเทวดาทั้
งหลายได
ประชุ
มปรึ
กษากั
นว
าบาปที่
ตั
ดเศี
ยรท
าวมหาพรหมนี้
จะตกแก
ใครพระอิ
นทร
ตอบว
า ตกแก
ชาวเมื
องทั้
งหลาย เพราะชาวเมื
องอยู
ใต
อิ
ทธิ
พลของดวงดาวชะตาราศี
ฤา
ดู
กาลและถามต
อไปว
า หากต
องไถ
บาปจะต
องทํ
าอย
างไรบ
างพระอิ
นทร
ตอบว
า ต
องพากั
นก
อเจดี
ย
ทราย ถวายน้ํ
า ถวายดอกไม
สรงน้ํ
าพระพุ
ทธรู
ป และพระสงฆ
ให
ทํ
าขนมไปทํ
าบุ
ญ ผู
เฒ
าผู
แก
และ
พระสงฆ
ผู
ทรงศี
ลอธิ
ฐานขอให
พ
นจากบาปและได
รั
บความสุ
ขความเจริ
ญยิ่
งๆขึ้
นไป จึ
งเกิ
ดมี
ประเพณี
รดน้ํ
าดํ
าหั
วคารวะผู
เฒ
าผู
แก
ทํ
าขนมประเพณี
แจกจ
ายและถวายพระสงฆ
สื
บกั
นมาจนทุ
กวั
นนี้
เสร็
จจากงานสงกรานต
จะมี
การประกอบพิ
ธี
ทํ
าบุ
ญหมู
บ
านเรี
ยกว
า “งานวานปะลี
ก” โดย
นิ
มนต
พระสงฆ
ไปทํ
าพิ
ธี
เจริ
ญพระพุ
ทธมนต
สี่
มุ
มเมื
อง ชาวบ
านจะนํ
าน้ํ
าขมิ้
นส
มป
อย พร
อมทั้
งไม
ตอก
ทํ
าเป
นตาแหล
วใบหนามเจ็
ดเจื่
อ ใบผั
กกุ
ม ใบปานแข ใบถั่
วแระ โดยนํ
าใบหญ
าคามาทํ
าเป
นเชื
อก
สํ
าหรั
บนํ
าไปแขวนไว
ที่
ประตู
บ
าน พอทํ
าพิ
ธี
เสร็
จแล
วตกตอนตนค่ํ
าจะมี
คนนํ
าตาแหล
วไปป
กในบ
านไว
ที่
หั
วบ
าน ท
ายบ
านก็
จะเอาเครื่
องเซ
น ในกระทงใหญ
เรี
ยกว
า สตวง นํ
าไปถวายผี
ทั้
งสี่
ทิ
ศ พร
อมทั้
ง
เที
ยนขี้
ผึ้
งนํ
าไปจุ
ดทั้
งสี่
ทิ
ศในเวลาเดี
ยวกั
นห
ามคนในออก ห
ามคนนอกเข
า เมื่
อพิ
ธี
เสร็
จจะยิ
งป
นเป
น
สั
ญญาให
รู
กั
นทั่
ว
ประเพณี
เดื
อน ๕ นอกจากจะมี
การวานปะลี
กแล
ว จะมี
การนํ
าน้ํ
าขมิ้
นสมป
อยโปรดน้ํ
าศาล
เจ
าพ
อหลั
กเมื
องและขมามี
การรวบรวมเงิ
นภายในหมู
บ
านเพื่
อทํ
ากิ
จกรรมขอขมาศาลเจ
าพ
อหลั
กเมื
อง
เรี
ยกว
า “เงิ
นอ
านแค็
ก” จะทํ
าป
ละครั้
ง
เดื
อน ๖ ไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นหก” มี
งานประเพณี
ปอยจ
าตี่
หรื
อกองมู
ลทราย ปอยบอกไฟปอย
ชอมต
อโหลง(มธุ
ปายาส)
ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “ป
กซะหย
าสี่
” ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “กะส
งละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อปฐวี
ธาตุ
ธาตุ
ดิ
น เป
นเดื
อนที่
มี
ลั
กษณะแข็
ง ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกจํ
ากาโหลง หรื
อ
ดอกจํ
าแป
(ดอกลั่
นทม) ดอกก
านง
อก (ดอกซ
อนกลิ่
น) งานทํ
าบุ
ญในวั
นเพ็
ญ เดื
อน ๖ วั
นวิ
สาขบู
ชา
จะมี
การถวายเจดี
ย
ทราย ไตเรี
ยกว
า ปอยจ
าตี่
ซาย มี
การแจกข
าวห
อและมี
การจุ
ดบ
องไฟ ตอนเช
าจะมี
ถวายข
าวมธุ
ปายาส (คนไตเรี
ยกว
า ซอมต
อหลวง) คื
อถวายข
าว ๔๙ ก
อนถื
อว
า ได
ทํ
าบุ
ญมาก ได
อานิ
สงค
“อกโยก้ํ
า ฮองแสนก้ํ
าผ
า” (อานิ
สงค
๑ แสนกั
ลป
) ปรากฏอยู
ในคั
มภี
ร
ธรรมะ หรื
อลี
กโหลงเรื่
อง
นางโหมถามโผ ในวั
นเดื
อนเพ็
ญนี้
ผู
เฒ
าผู
แก
ไปจํ
าศี
ลแปด นอนวั
ดฟ
งธรรม เรี
ยกว
า ถอมลี
ก ที่
วั
ด
เรื่
องราวประเพณี
ระบุ
ไว
ว
า ในเมื
องสี่
โห
(เมื
องสิ
งหลหรื
อเมื
องลั
งกา) มี
มาณพผู
ยากเข็
ญคน
หนึ่
งหาเลี้
ยงชี
พ โดยการหาฟ
น หาใบตองขาย พอถึ
งวั
นเพ็
ญเดื
อน ๖ ก็
ห
อข
าวเข
าป
า หาฟ
นหาใบตอง
ตามปกติ
เมื่
อเดิ
นไปถึ
งฝ
งลํ
าธารแห
งหนึ่
ง จึ
งนั่
งพั
กและฉุ
กคิ
ดขึ้
นมาว
า ชาติ
นี้
เกิ
ดเป
นคนก็
เป
นคนเสี
ย
เปล
าๆ ไม
เคยทํ
าบุ
ญสุ
นทานสั
กอย
างที่
จะเป
นป
จจั
ยส
งผลให
เสวยสุ
ขในชาติ
หน
า วั
นนี้
ก็
เป
นวั
นเดื
อน
เพ็
ญควรที่
จะได
ทํ
าบุ
ญสั
กอย
างหนึ่
งจะดี
กว
า คิ
ดได
ดั
งนี้
จึ
งวางสั
มภาระลงไปตั
กทรายที่
ฝ
งลํ
าธารมากอง
ก
อเป
นรู
ปเจดี
ย
เสาะหาดอกไม
ในป
ามาประดั
บตบแต
งให
สวยงามตั
ดไม
ไผ
มาจั
กตอกสานเป
นราชวั
ติ
ขั
ดเป
นสี่
เหลี่
ยมกั้
นเป
นขั้
นๆ เหมื
อนเจดี
ย
เสร็
จแล
วแก
ห
อข
าวออกมาแบ
งเป
นสามส
วน ส
วนที่
๑ นํ
า