Page 73 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๔
ศั
กราชใหม
ในช
วงนี้
จะมี
งานปอยจ
าตี่
ชาย “เจดี
ย
ทราย” ที่
วั
ด จะมี
การขนทรายเข
าวั
ด มี
การถวาย
ขนมเที
ยน ขนมจ
อก มี
การชอนน้ํ
าเจ
าพรา(สงน้ํ
าพระ) ตลอดจนถึ
งพระสงฆ
ขอขมาลํ
าหั
วผู
เฒ
า ผู
แก
ขอขมาพ
อแม
และญาติ
ผู
ใหญ
นอกจกากนี้
จะมี
การละเล
นพื้
นบ
านต
างๆ เช
น เล
นหมากนิ
ม(สะบ
า)
หมากขว
าง หมกกอน หมากอิ้
น ของหนุ
มๆ สาวๆ จะมี
การเล
นน้ํ
าสงกรานต
“เหลิ
นห
า” ปอยชางก
ย
าน ส
วนผู
สู
งอายุ
ในวั
นขึ้
น ๑๔-๑๕ ค่ํ
า จะพากั
นไปฟ
งธรรม จํ
าศี
ลนอนวั
ด ถื
อศี
ล ๘ มี
การทํ
าบุ
ญตั
บาตรพระ เรื่
องที่
เห็
นประเพณี
กล
าวไว
ว
าขณะที่
พระพุ
ทธเจ
าประทั
บอยู
ที่
เชตุ
วั
นวิ
หารในกรุ
งสาวั
ตถี
พระเจ
าปเสนทิ
โกศลได
ชั
กชวนข
าราชบริ
พารตระเตรี
ยมไทยธรรมความหวาน นํ
าไปถวายพระพุ
ทธเจ
และพระสงฆ
พระพุ
ทธเจ
าตรั
สเทศนาว
าในช
วงเทศกาลเปลี่
ยนศั
กราชนี้
ขอให
เชิ
ญชวนกั
นไปคาราวะ
พระรั
ตนตรั
ย และผู
มี
พระคุ
ณและพากั
นไปสรงน้ํ
าพระพุ
ทธรู
ประน้ํ
าดํ
าหั
วผู
เฒ
าผู
แก
เพื่
อขอพรป
ใหม
ให
มี
โชคลาภอยู
เย็
นเป
นสุ
ขเจริ
ญด
วยจตุ
รพิ
ธพร ๔ ประการ มี
อายุ
วรรณะ สุ
ขะ พละ ปฏิ
ภาณธนสาร
สมบั
ติ
ตลอดไป พระพุ
ทธองค
ทรงนํ
าพระสงฆ
ไปสรงน้ํ
าในสระอนปทั
ต ในกลุ
มดอกบั
ว ๕ ประเภทที่
บานสะพรั่
งเต็
มพระ พอถึ
งเดื
อน ๕ ชาวประชาจึ
งพากั
นทํ
าโกมโบ
(โคมรู
ปดอกบั
ว) ไปบู
ชาตามวั
ดวา
อารามต
างๆ ยึ
ดถื
อเป
นประเพณี
สื
บต
อกั
นมาจนตราบเท
าทุ
กวั
นนี้
จากเอกสารโรเนี
ยวเย็
บเล
มภาษาไต
ชื่
อ “หย
าสี่
สิ
บสองเหลิ
นคํ
า” เขี
ยนโดยเจเร แสงเฮิ
ง บ
านแม
สาว อ.แม
อาย จ.เชี
ยงใหม
กล
าวว
า เดื
อน
๕ เป
นวาระการเปลี่
ยนศั
กราชเนื่
องจากธิ
ดาท
าวมหาพรหมเปลี่
ยนวาระอุ
มเศี
ยรบิ
ดาไว
ในแต
ละป
ตาม
ตํ
านานเล
าว
าหลั
งจากเกิ
ดดลกาวิ
นาศไฟประลั
ยกั
ลป
ล
างโลก และน้ํ
าท
วมโลกแล
วมี
ดอกบั
ว ๕ ดอก ผุ
ขึ้
นที่
กลางสระใหญ
เป
นจุ
ดเริ่
มต
นของภั
ทรกั
ลป
นี้
ให
กั
ลป
นี้
มี
พระพุ
ทธเจ
ามาตรั
สรู
๕ พระองค
และใน
ดอกบั
ว ๕ ดอก มี
จี
วร ๕ ชุ
ด พระพรหมได
ลงมาอั
ญเชิ
ญจี
วรทั้
ง ๕ ชุ
ดขึ้
นไปไว
ในพรหมโลก เมื่
อถึ
เวลาที่
พระพุ
ทธเจ
าแต
ละองค
มาตรั
สรู
ท
าวมหาพรหมและคณะจะนํ
าผ
าจี
วรลงมาถวายตามลํ
าดั
และขณะนี้
พระพุ
ทธเจ
าแต
ละองค
มาตรั
สรู
ไปแล
ว ๕ พระองค
ยั
งเหลื
ออี
ก ๑ พระองค
คื
อ พระศรี
อาริ
ยเมตไตย ซึ่
งตรั
สรู
ต
อจากยุ
คพระโคดมพระพุ
ทธเจ
า บรรดาพระพรหมที่
ลงมาในมนุ
ษย
โลกมาได
สู
ดกลิ่
นดิ
นหอมแล
ว เกิ
ดความพอใจพากั
นขุ
ดมาชิ
มดู
หลั
งจากชิ
มดิ
นหอมแล
ว ทํ
าให
วิ
ชาฌาน(เหาะเหิ
เดิ
นอากาศ)เสื่
อมไม
สามารถเหาะกลั
บไปสู
พรหมโลกได
จึ
งอาศั
ยอยู
ในโลกมนุ
ษย
ต
อมาจนถึ
งป
จจุ
บั
เหล
าพรหมและเทวดาได
ประชุ
มปรึ
กษาเรื่
องวิ
ธี
กํ
าหนดราศี
ฤดู
กาล และพิ
จารณาหาผู
ที่
มี
ความสามารถกํ
าหนดราศี
ฤดู
กาลได
ซึ่
งท
าวพรหมได
รั
บอาสาเป
นผู
จั
ดทํ
า พร
อมกั
บสั
ญญาว
าหากไม
สามารถทํ
าให
สํ
าเร็
จก็
จะให
ศี
รษะเป
นประกั
นต
อมาเมื่
อไม
สามารถกํ
าหนดราศี
ฤดู
กาลให
ดี
ทั
ดเที
ยมกั
ได
พระอิ
นทร
จึ
งขอให
ศาสดาพยากรณ
(งะพอหมอกยาม)กํ
าหนด ฤดู
กาลเป
นฤดู
ร
อน ฝน หนาว ซึ่
เป
นฤดู
กาลตราบจนป
จจุ
บั
น พระอิ
นทร
จึ
งบอกธิ
ดาทั้
ง ๗ ของท
าวมหาพรหมว
าใครสามารถตั
ดศี
รษะ
ของท
าวมหาพรหมได
จะอภิ
เษกยกขึ้
นเป
นอั
ครเหสี
ธิ
ดา ๖ องค
ไม
สามารถทํ
าได
แต
ธิ
ดาองค
สุ
ดท
าย
(วั
นเสาร
) ได
ใช
เส
นผมขึ
งกั
บโครงไม
ทํ
าเป
นเลื่
อย ใช
เลื่
อยคอของท
าวมหาพรหมจนขาด พอขาดแล
นํ
าไปไว
ที่
ไหนก็
ไม
ได
ไว
ในน้ํ
า น้ํ
าก็
แห
ง ไว
บนบกก็
เกิ
ดไฟไหม
จํ
าเป
นที่
ธิ
ดาทั้
ง ๗ จะต
องผลั
ดกั
นทู
ศี
รษะของบิ
ดาไว
คนละ ๑ ป
หมุ
นเวี
ยนกั
นไปตลอดกาล พอถึ
งเดื
อน ๕ ของแต
ละป
ก็
จะเปลี่
ยนกั
ครึ่
งหนึ่
ง ธิ
ดาองค
ที่
หมดภารกิ
จก็
จะถื
อโอกาสล
างมื
อ อาบน้ํ
า ซั
กผ
า สระผมให
สดชื่
น หลั
งจากที่
รั
ภารกิ
จมานานเป
นเวลาแรมป
ด
วยเหตุ
นี้
จึ
งถื
อเป
นประเพณี
ว
าพอถึ
งเดื
อน ๕ เปลี่
ยนศั
กราชใหม
จะ
พากั
นอาบน้ํ
าชํ
าระร
างการ สระผม ป
ดกวาดทํ
าความสะอาดบ
านเรื
อนในโอกาสขึ้
นป
ใหม
ให
เป
นกรณี
พิ
เศษ สํ
าหรั
บตั
วท
าวมหาพรหมนั้
น พระอิ
นทร
ได
ทู
ลถามมารดาของท
าวมหาพรหมว
า จะสามารถหา