๖๓
(พริ
กไทย) พอเหลื
อบเห็
นพระอานนท
นางสุ
ชาดาก็
รี
บตั
กข
าวยาคู
ไปใส
บาตรพระอานนท
ทั
นที
พระ
อานนท
ได
นํ
าข
าวยาคู
นั้
นไปถวายแด
พระพุ
ทธเจ
า เมื่
อฉั
นข
าวยาคู
ของนางสุ
ชาดาแล
ว พระพุ
ทธเจ
าก็
ทรงหายจากอาการประชวรพระอุ
ทร ด
วยอานิ
สงส
การถวายข
าวยาคู
นี้
นางสุ
ชาดาได
ไปเกิ
ดจุ
ติ
บน
สวรรค
เสวยผลบุ
ญอย
างเป
นสุ
ข ดั
งนั้
นการถวายข
าวยาคู
“ข
าวหย
ากู
” จึ
งเป
นประเพณี
สื
บต
อกั
นมา
จนป
จจุ
บั
น
เดื
อน ๔ ไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นสี่
” ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “มะหยิ่
งหย
าสี่
” ภาษาพม
า
เรี
ยกว
า “ตะป
องละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อน คื
ออาโปธาตุ
ธาตุ
น้ํ
า ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกเปา (ภาษา
ถิ่
น) คื
อไม
รั
ง เดื
อนนี้
จะมี
ประเพณี
ปอยส
างลองและปอยจางลอง อี
กตํ
านานหนึ่
งกล
าวว
า ขณะที่
พระพุ
ทธเจ
าประทั
บอยู
ณ เชตะวั
นวิ
หารเมื
องสาวั
ตถี
นั้
นข
าวคราวของพระองค
ได
ทราบถึ
งพระเจ
าสุ
ทโธทนะพุ
ทธิ
ดา จึ
งทรงสั่
งอํ
ามาตย
๑,๐๐๐ คน ไปนิ
มนต
พระพุ
ทธเจ
าเสด็
จไปเมื
องกบิ
ลพั
สดุ
ฝ
าย
อํ
ามาตย
ทั้
งหลายเมื่
อมาเฝ
าพระพุ
ทธเจ
าและได
สดั
บพระธรรมเทศนาต
างได
บรรลุ
เป
นพระอรหั
นต
ขอ
บรรพชาอุ
ปสมบทไม
กลั
บไปกรุ
งกบิ
ลพั
สดุ
ตามภาระหน
าที่
ที่
ได
รั
บมา พระเจ
าสุ
ทโธทนะได
สั่
งอํ
ามาตย
อี
ก ๑,๐๐๐ คน ไปนิ
มนต
พระพุ
ทธเจ
าอี
ก เหตุ
การณ
ก็
เป
นเช
นเดิ
ม ทุ
กคนบรรลุ
เป
นพระอรหั
นต
แล
วไม
กลั
บกรุ
งกบิ
ลพั
สดุ
ทํ
าเช
นนั้
นถึ
ง ๓ ครั้
ง ครั้
งสุ
ดท
านจึ
งทรงรั
บสั่
งให
กาฬุ
ทายี
อํ
ามาตย
ไปนิ
มนต
พระพุ
ทธเจ
ากาฬุ
ทายี
จึ
งขอพระบรมราชานุ
ญาตบรรพชาอุ
ปสมบทก
อน จึ
งจะนิ
มนต
พระพุ
ทธเจ
า
กลั
บมากรุ
งกบิ
ลพั
สดุ
พระพุ
ทธเจ
าสุ
ทโธทนะทรงอนุ
ญาต กาฬุ
ทายี
จึ
งพาคณะ ๑,๐๐๐ คนไปเฝ
า
พระพุ
ทธเจ
า ได
ฟ
งพระธรรมเทศนาและบรรลุ
มรรคผลอยู
จํ
าพรรษากั
บพระพุ
ทธเจ
าจนครบถ
วนไตร
มาส ๓ เดื
อน แล
วจึ
งอาราธณาพระพุ
ทธเจ
าเสด็
จไปยั
งกรุ
งกบิ
ลพั
สดุ
พระพุ
ทธเจ
าทรงใคร
ครวญแล
ว
เห็
นว
าเป
นธรรมเนี
ยมของพระพุ
ทธเจ
าองค
ก
อนๆ ในอดี
ตที่
จะต
องไปโปรดประยู
รญาติ
จึ
งทรงรั
บ
นิ
มนต
เมื่
อทราบแน
ชั
ดแล
วกาฬุ
ทายี
ภกษุ
จึ
งขอพระราชทานพระบรมราชานุ
ญาตเดิ
นทางไปเตรี
ยมการ
ล
วงหน
า และเดิ
นทางไปแจ
งข
าวแด
พระเจ
าสุ
ทโธทนะและข
าราชบริ
พารว
า พระพุ
ทธเจ
าจะเสด็
จกรุ
ง
กบิ
ลพั
สดุ
ในเดื
อน ๔ นี้
ให
ทุ
กคนเตรี
ยมชุ
ดรั
บเสด็
จและเครื่
องไทยธรรม อาหารบิ
ณฑบาตและอุ
นๆ ไว
รั
บเสด็
จพระพุ
ทธเจ
าพระเจ
าสุ
ทโธนทะรั
บสั่
งให
จั
ดทํ
าถนนหนทางปราสาทและซุ
มรั
บเสด็
จทั่
วกรุ
ง
กบิ
ลพั
สดุ
พอถึ
งวั
นขึ้
น ๑ ค่ํ
า เดื
อน ๔ พระพุ
ทธเจ
าทรงนํ
าพระสงฆ
ออกจากเชตุ
วั
นวิ
หาร เดิ
นทางไป
วั
นละ ๑ โยชน
เมื่
อนํ
าพระสงฆ
เดิ
นทางถึ
งกรุ
งกบิ
ลพั
สดุ
แล
ว บรรดาประชาชนชาวเมื
องต
างชื่
นชมยิ
นดี
พากั
นจั
ดไทยธรรมไว
ถวายเป
นจํ
านวนมาก ทั้
งอาหารบิ
ณฑบาตล
วนแต
เป
นสิ่
งของพิ
เศษแปลกๆ ที่
ทุ
ก
คนคิ
ดว
าทํ
าได
ดี
ที่
สุ
ด บางกลุ
มจั
ดทํ
าต
นเวชยั
นต
หรื
อต
นหอโลม ต
นร
ม ต
นธง ต
นจี
วร ๑,๐๐๐ ผื
น
พร
อมทั้
งบรรเลงเครื่
องดนตรี
ดุ
ริ
ยางค
นานาประการรั
บเสด็
จพระพุ
ทธเจ
าทุ
กแห
งหน จั
ดเป
นงานพิ
ธี
ยิ่
งใหญ
ในการแสดงความยิ
นดี
ที่
ได
รั
บเสด็
จพระพุ
ทธเจ
าในสมั
ยพุ
ทธกาลนั้
น ด
วยเหตุ
นี้
ชาวไตจึ
งพากั
น
จั
ดงานประเพณี
เดื
อน ๔ สื
บตอมาจนป
จจุ
บั
น ตั
วแทนพระพุ
ทธเจ
า เช
นพระธาตุ
เจดี
ย
ก็
ดี
พระพุ
ทธรู
ป
เจดี
ย
ก็
ดี
พระบรมฉายาลั
กษณ
เจดี
ย
ก็
ดี
มี
อยู
ณ ที่
ใด ศรั
ทธาพุ
ทธบริ
ษั
ทก็
จะพากั
นไปทํ
าบุ
ญเป
นงานรั
บ
เสด็
จพระพุ
ทธเจ
าเช
นในสมั
ยพระพุ
ทธกาล เมื่
อถึ
งวั
นเพ็
ญเดื
อน ๔ ชาวไตจะไปหาฝ
กป
อยถื
อว
าดี
เป
น
สิ
ริ
มงคลและเก็
บยอดขี้
เหล็
กมาเป
นอาหารเชื่
อว
าเป
นยา
เดื
อน ๕ ไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นห
า” มี
ปอยเหลิ
นห
า ปอยชางกย
าน ปอยจาตี่
ชาย ตรงกั
บเดื
อน
เมษายน ภาษาปุ
งนา (ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “มิ
กชะหย
าสี่
” ภาษาพม
า เรี
ยกว
า “ตะกู
ละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อน คื
อ เตโชธาตุ
ธาตุ
ไฟ ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อ ดอกก่ํ
าก
อ(ดอกบุ
นนาค) เป
นเดื
อนที่
เปลี่
ยน