Page 70 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๑
ร
วมแรงร
วมใจกั
นสละทรั
พย
และแรงกายแรงใจช
วยกั
น ตลอดจนรั
บบริ
จาคจากพี่
น
องมุ
สลิ
มทั้
งภายใน
และภายนอกประเทศบางส
วน ดํ
าเนิ
นการก
อสร
างเป
นอาคารคอนกรี
ตเสริ
มเหล็
กสองชั้
น เป
สถาป
ตยกรรมแบบตะวั
นออกกลางผสมแบบโมกุ
ลแห
งอิ
นเดี
ยสู
งเด
นสวยสง
าโดยมี
นายซี
ราจญ
วงศ
อิ
สลาม ควบคุ
มการก
อสร
างจนแล
วเสร็
จ ใช
เงิ
นก
อสร
างทั้
งสิ้
น ๗๐๐,๐๐๐ บาท และได
ทํ
าพิ
ธี
เป
ดเมื่
วั
นที่
๒๐ เมษายน ๒๕๑๙ โดยท
านจุ
ฬาราชมนตรี
ต
วน สุ
วรรณศาสน
มาเป
นตั
วแทนในพิ
ธี
มี
ตั
วแทน
อุ
ปฑู
ตซาอุ
ดิ
อาระเบี
ย ตั
วแทนเอกอั
ครราชฑู
ตบั
งคลาเทศประจํ
าประเทศไทย พี่
น
องมุ
สลิ
มต
างจั
งหวั
และพี่
น
องต
างศาสนิ
กมาร
วมงานมากมาย นอกจากนี้
ภายในบริ
เวณมั
สยิ
ดยั
งได
มี
การก
อสร
างอาคาร
เรี
ยน อาคารเอนกประสงค
และบ
านพั
กอี
หม
ามไว
ในบริ
เวณดั
งกล
าวด
วย ชุ
มชนมุ
สลิ
มแม
สะเรี
ยงจึ
งได
ใช
เป
นแหล
งประกอบศาสน-กิ
จและศึ
กษาอั
ลกุ
รอานตลอดจนการศึ
กษาด
านจริ
ยธรรมต
าง ๆ ของ
อิ
สลามมาจนถึ
งทุ
กวั
นนี้
ประเพณี
และวั
ฒนธรรมประจํ
าป
ของอํ
าเภอแม
สะเรี
ยง
ประเพณี
ในรอบป
(๑๒ เดื
อน) ของประชาชนอํ
าเภอแม
สะเรี
ยงเกิ
ดจากความเชื่
อถื
อศรั
ทธา
ในพุ
ทธศาสนากํ
าหนดไว
ในแต
ละเดื
อน ดั
งนี้
เดื
อนที่
๑ (เดื
อนอ
ายไต) เรี
ยกว
า “เหลิ
นเจ
ง” หรื
อเหลิ
นเก
ง ตรงกั
บเดื
อนธั
นวาคมเป
นเดื
อน
ตามจั
นทรคติ
ภาษาปุ
งนา (ปุ
โลหิ
ต) เรี
ยกว
า “ธะคยาหย
าสี่
” ภาษาพม
าเรี
ยกว
า “นะตอละ” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อเตโชธาตุ
ดอกไม
ประจํ
าราศี
คื
อดอกปานเซ (ภาษาถิ่
น) มี
นิ
ทานบ
อเกิ
ดประเพณี
กล
าว
ไว
ว
าสมั
ยเมื่
อ อะสิ่
งกอนติ่
งญะ(โกณฑั
ญญะ) เป
นชาวนาอยู
ในกรุ
งพาราณสี
ได
ถวายใหม
๙ ครั้
ง คื
อ ๑
ตอนที่
ข
าวเริ่
มทอง ๑ ตอน ข
าวเป
นน้ํ
าใสๆ เหมื
อนน้ํ
านม ๓ ตอนขนข
าวจากนาไปยั
งยุ
งฉาง ๘ ตอน
นํ
าข
าวใส
ยุ
งฉาง ๙ ตอนนํ
าข
าวออกจากฉางมาตํ
าเป
นข
าวสารด
วยอานิ
สงส
การถวายข
าว ๙ ครั้
งนี้
เมื่
ชาติ
ที่
เกิ
ดมาเป
นฤาษี
๕ ตนได
ออกบวชตามพระพุ
ทธเจ
าและเป
นกลุ
มบุ
คคลกลุ
มแรกที่
พระพุ
ทธเจ
เทศนาโปรด (ปฐมเทศนา) และได
บรรลุ
พระอรหั
นต
สาวกชุ
ดแรกด
วย ในเดื
อน ๑ นี้
จึ
งเป
นเดื
อนที่
พุ
ทธศาสนิ
กชนทํ
าบุ
ญถวายข
าวใหม
แด
พระภิ
กษุ
สงฆ
และผู
เฒ
าผู
แก
ทั้
งหลายเรี
ยกว
า “กาบชอมอู
เป
นประเพณี
ทํ
าบุ
ญถวายข
าวใหม
สื
บมาจนป
จจุ
บั
น การทํ
าบุ
ญข
าวใหม
จะทํ
าที่
บ
านหรื
อที่
วั
ดก็
ได
โดย
เชิ
ญแขกมาร
วมทํ
าบุ
ญนอกจากนี้
จะมี
การทํ
าบุ
ญหลู
ข
าวปุ
ก “ข
าดํ
าคลุ
กงา” คนไตจะใช
งาดํ
าผสมเกลื
รั
บประทานกั
บน้ํ
าอ
อย ส
วนกะเหรี่
ยงจะตํ
าข
าวเหนี
ยวคลุ
กกั
บงาขาว
เดื
อน ๒ (เดื
อนยี่
) ไตเรี
ยกว
า “เหลิ
นก๋ํ
า” เดื
อนนี้
ชาวไตก๋ํ
าคื
อถื
อปฏิ
บั
ติ
ว
าจะไม
นํ
าข
าวออก
จากยุ
งฉาง ภาษาปุ
งนา(ปุ
โรหิ
ต) เรี
ยกว
า “มะกะระหย
าสี่
” ตรงกั
บเดื
อนมกราคม ภาษาพม
าเรี
ยกว
“ปยาโส
” ธาตุ
ประจํ
าเดื
อนคื
อ ปฐวี
ธาตุ
ดอกประจํ
าราศี
คื
อ ดอกขวาโหย
(ภาษาถิ่
น) หรื
อดอกกวาง
ของ (ภาษาถิ่
น) เป
นเดื
อนที่
พระสงฆ
อยู
บริ
วาสกรรมและมานั
ต ชาวบ
านเรี
ยกว
า พระภิ
กษุ
สงฆ
ปริ
วส
หรื
อเข
ากรรม มี
พิ
ธี
ตั
กบาตร “ลองก๋ํ
า” พระสงฆ
จะไปพั
กนอนเข
าปริ
วาสในกระต
อบฟางข
าว หรื
อใน
กลด ตาป
าทุ
งนา ซึ่
งคณะศรั
ทธาเป
นผู
จั
ดสถานที่
ให
พั
กตลอดจนที่
ทํ
าบุ
ญตั
กบาตร ห
องน้ํ
า ห
องส
วม
พระทุ
กรู
ปจะเข
าพิ
ธี
สวดกรรมฐานในตอนกลางคื
นทุ
กคื
น มี
ศรั
ทธาญาติ
โยม ผู
เฒ
าผู
แก
จะเข
าร
วมและ
ถื
อศี
ลแปด หลายแห
งเข
าปริ
วาสกรรมในป
าช
า และมี
การทอดผ
าป
าหาจตุ
ป
จจั
ยปรั
บปรุ
งป
าช
า ในการ
ทํ
าบุ
ญมี
การถวายอาหารเช
าอาหารเพล รั
บศี
ล อนุ
โมทนาทุ
กวั
น ตามที่
ได
ตกลงว
าจะทํ
า ๗ วั
น หรื
๑๕ วั
นมี
นิ
ทานบ
อเกิ
ดประเพณี
กล
าวไว
ว
า สมั
ยที่
พระพุ
ทธเจ
ายั
งทรงพระชนม
อยู
มี
พระภิ
กษุ
จํ
านวน