Page 69 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๐
ข
ามกั
บห
องนอน ในตั
วบ
านจะมี
ที่
นั่
งต
างระดั
บเพื่
อห
อยขา และในการสร
างห
องน้ํ
านั้
นคนไตใหญ
จะไม
นิ
ยมสร
างติ
ดกั
บตั
วบ
าน จะอยู
ห
างออกไป
ลั
กษณะบ
านไตใหญ
นั้
น มี
ลั
กษณะที่
เรี
ยกว
า สองส
อง เหมื
อนกั
นแต
จะมี
มุ
ขหน
า หรื
อ แงบ ซึ่
จะมี
ลั
กษณะเป
นครึ่
งวงกลมหรื
อสี่
เหลี่
ยม หลั
งคาทํ
าด
วยไม
มุ
งด
วยตอง ภายในบ
าน จะโล
งไม
มี
ห
องแต
จะมี
ไม
เป
นแผ
นฝากั้
นไว
เป
นเหมื
อนห
องเพื่
อให
สํ
าหรั
บให
คนที่
มี
ครอบครั
วไว
นอนที่
เป
นสามี
ภรรยา
และเด็
กส
วนพ
อ แม
จะนอนข
างฝา ซึ่
งเรี
ยกว
าฝาต
นรม ส
วนพวกผู
ชายจะนอนข
างนอกบริ
เวณในบ
าน
เพราะในบ
านจะอยู
ดั
วยกั
นหลายครอบครั
วและในช
วงหน
าหนาวก็
จะเอาเตาไฟมาไว
กลางบ
านเพื่
คลายความหนาว ในส
วนของห
องครั
วนั้
นสมั
ยก
อนจะไม
นิ
ยมสร
างไว
ข
างในบ
าน แต
นิ
ยมสร
างต
อจาก
ข
างบ
านที่
ติ
ดกั
บ ที่
เรี
ยกว
า จานตากแดด ซึ่
งจะสร
างเป
นหลั
งโดยเฉพาะไว
ส
วนห
องน้ํ
าจะไม
สร
างติ
กั
บตั
วบ
านจะสร
างแยกออกมาต
างหากในเรื่
องของรู
ปแบบบ
านนั้
นจะสร
างหลั
งคาเดี
ยวหรื
อส
องเดี
ยวก็
ได
โดยผู
ที่
ทํ
า สองส
องนั้
นเป
นคนมี
ฐานะ หรื
อต
องการให
บ
านใหญ
และในการสร
างเฮิ
นหรื
อบ
านสู
งนั้
ก็
เพื่
อเอาไว
มั
ดพวก วั
ว หรื
อ ควาย เป
นต
กลุ
มมุ
สลิ
ประมาณป
พ.ศ. ๒๓๙๖ มี
มุ
สลิ
มกลุ
มหนึ่
งเดิ
นทางมาจากประเทศปากี
สถานตะวั
นออก
ป
จจุ
บั
น (ประเทศบั
งกลาเทศ) โดยผ
านมาทางประเทศพม
าเข
ามาตั้
งรกรากที่
อํ
าเภอแม
สะเรี
ยง ได
ทํ
การค
าขายซึ่
งเป
นชุ
มชนที่
มี
หลายเชื้
อชาติ
เช
น ไทยใหญ
ต
องสู
กะเหรี่
ยง จี
น ส
วนมุ
สลิ
มต
อมาได
เพิ่
จํ
านวนมากขึ้
นจึ
งได
มี
การจั
ดสร
างมั
สยิ
ดขึ้
นเมื่
อป
พ.ศ. ๒๔๒๕ การประกอบธุ
รกิ
จการค
าของชุ
มชน
มุ
สลิ
มได
เจริ
ญก
าวหน
าตามลํ
าดั
บ สิ
นค
าส
วนใหญ
จะนํ
าเข
ามาจากประเทศพม
า ได
จั
ดให
มี
ร
านค
าแบบ
ดี
พาร
ทเมนท
สโตร
(Department Store) เป
นห
องแถว ๑๑ คู
หา “โดยมี
ฮั
จยี
สลามาตุ
ลลาห
” เป
เจ
าของแยกเป
นแผนก ตั
ดเย็
บเสื้
อผ
า, ขนม, เครื่
องเหล็
ก, เครื่
องอุ
ปโภคบริ
โภค นอกจากนี้
ยั
งได
มี
การ
เป
ดตลาดศู
นย
กลางการค
าขายพื
ชผลตลอดจนแลกเปลี่
ยนสิ
นค
านานาชนิ
ดโดยการริ
เริ่
มของ “นายโอลี
เมี
ย” ต
อมาได
มี
การจั
ดตั้
งโรงงานผลิ
ตน้ํ
าอั
ดลมเรี
ยกว
า “น้ํ
ามเน็
ต” โดยท
าน “ ฮาฟ
สสุ
ลต
านอะห
หมั
ด” ซึ่
งนํ
าเครื่
องจั
กรอุ
ปกรณ
มาจากประเทศพม
า ชุ
มชนมุ
สลิ
มได
มี
การเพิ่
มจํ
านวนมากขึ้
นตาม
กาลเวลา บางส
วนอพยพมาจากต
างจั
งหวั
ดบ
าง ต
างประเทศ
บ
าง แล
วกระจายกั
นไปอยู
ทั่
วอํ
าเภอแม
สะเรี
ยงและอํ
าเภอใกล
เคี
ยง ซึ่
งส
วนมากจะประกอบธุ
รกิ
จการค
าขาย รั
บราชการ มาจนถึ
งป
จจุ
บั
นนี้
ความเป
นมาของมั
สยิ
ดญามี
อาตุ
ลอิ
สลามแม
สะเรี
ยง
ตั้
งแต
มี
ชุ
มชนมุ
สลิ
มในอํ
าเภอแม
สะเรี
ยงในป
พ.ศ. ๒๓๙๖ การปฏิ
บั
ติ
ศาสนกิ
จส
วนมากจะทํ
กั
นที่
บ
าน ต
อมาป
พ.ศ. ๒๔๒๕ เมื่
อชุ
มชนมุ
สลิ
มแม
สะเรี
ยงมี
จํ
านวนมากขึ้
นได
มี
การปรึ
กษาหารื
อกั
โดยการนํ
าของ นายอั
บดุ
ลฮามิ
ด และ นายอั
บดุ
ลเราะห
มาน สองพี่
น
องต
นตระกู
ล (ไชยวงศ
) (อร
าม
วงศ
) และ (พู
ลวานิ
ช) ร
วมกั
บนายตอรอฟอาลี
โดยมี
นายนู
ซู
เมี
ย ต
นตระกู
ล (จิ
ตสว
าง) และนายลี
ฮา
นุ
ดดี
น (ต
นตระกู
ลน
อยสกุ
ล) เป
นผู
ผลั
กดั
นให
เกิ
ดการก
อสร
างอาคารมั
สยิ
ดเป
นเรื
อนไม
สองชั้
นหลั
งคา
มุ
งกระเบื้
องดิ
นเผาจึ
งได
ใช
เป
นที่
ประกอบศาสนกิ
จศึ
กษาอั
ลกุ
รอานและบทเรี
ยนทางศาสนาจนลุ
ล
วง
มาถึ
งป
พ.ศ. ๒๕๑๕ อาคารมั
สยิ
ดดั
งกล
าวได
ทรุ
ดโทรมและกอบกั
บชุ
มชนมุ
สลิ
มได
เพิ่
มจํ
านวนมากขึ้
ทํ
าให
อาคารดั
งกล
าวคั
บแคบ นายหนู
ไชยวงศ
จึ
งได
เชิ
ญชวนพี่
น
องมุ
สลิ
มว
าควรจะได
มี
การจั
ดสร
าง
มั
สยิ
ดขึ้
นใหม
คณะกรรมการมั
สยิ
ดโดยการนํ
าของท
านฮั
จยี
ครู
ชิ
ดอาลั
มเห็
นชอบในดํ
าริ
ดั
งกล
าว จึ
งได