๕๙
เดิ
มชาวกะเหรี่
ยงปลู
กฝ
นเช
นเดี
ยวกั
บชาวเขาเผ
าอื่
นๆ แต
ป
จจุ
บั
นได
หั
นมาปลู
กพื
ชผั
กที่
มี
ความสํ
าคั
ญทางเศรษฐกิ
จ รวมทั้
งพื
ชเมื
องหนาว โดยได
รั
บการสนั
บสนุ
นและให
ความรู
จากโครงการ
พั
ฒนาชนบทจากหลายๆ หน
วยงาน เช
น โครงการหลวง ทํ
าให
ความเป
นอยู
ของชาวกะเหรี่
ยงในหลาย
ชุ
มชนมี
ความผาสุ
ก
กะเหรี่
ยงได
ชื่
อว
ารู
จั
กการใช
พื้
นที่
ทํ
ากิ
นแบบ "ไร
หมุ
นเวี
ยน" นั่
นคื
อ ทํ
าครั้
งหนึ่
ง แล
วพั
กไว
๓
- ๕ ป
จึ
งกลั
บไปทํ
าใหม
วนเวี
ยนไปโดยตลอด เพื่
อป
องกั
นดิ
นเสื่
อมคุ
ณภาพ มิ
ได
ทํ
าไร
เลื่
อนลอยอั
น
เป
นการตั
ดไม
ทํ
าลายป
าอย
างที่
เคยเข
าใจกั
น
กะเหรี่
ยงยั
งนิ
ยมเลี้
ยงสั
ตว
เช
น โค กระบื
อ สุ
กร ไก
โดยเฉพาะสุ
กรและไก
และสุ
กร ที่
เลี้
ยงไว
ใต
ถุ
นบ
าน หรื
อใกล
บ
าน เพื่
อใช
ในพิ
ธี
กรรม และบางชุ
มชนยั
งนิ
ยมเลี้
ยงช
าง ในอดี
ตเคยมี
การใช
ช
าง
เพื่
อทํ
านา และชั
กลากไม
แต
ในป
จจุ
บั
นเหลื
ออยู
น
อยมาก และใช
เพี
ยงเพื่
อบริ
การนั
กท
องเที่
ยว
มากกว
าการใช
งานแบบอื่
น
ชาวปกากะญอ นิ
ยมใส
เสื้
อผ
าฝ
ายทอมื
อมาแต
สมั
ยโบราณ ซึ่
งแต
เดิ
มชาวกะเหรี่
ยงจะปลู
ก
ฝ
ายเอง นํ
าฝ
ายมาป
นเป
นเส
นด
าย ย
อมด
วยสี
ธรรมชาติ
สร
างลวดลายด
วยการทอ การป
กด
วยเส
นไหม
และลู
กเดื
อย สตรี
ชาวกะเหรี่
ยง จะถ
ายทอดภู
มิ
ป
ญญากระบวนการผลิ
ตผ
าทอ แก
บุ
ตรสาว ๑๒ - ๑๕
ป
เริ่
มจากแบบง
ายๆ ฝ
กฝนจนมี
ความชํ
านาญ และสามารถออกแบบลวดลายด
วยตนเองได
สํ
าหรั
บ
ลวดลายผ
าทอของชาวกะเหรี่
ยงนั้
น มี
เรื่
องราวเล
าสื
บมาว
า ได
มาจากลายหนั
งงู
ใหญ
ซึ่
งเป
นคู
รั
กใน
อดี
ตของหญิ
งสาวชาวกะเหรี่
ยง โดยงู
จะเปลี่
ยนลายทุ
กวั
น และหญิ
งสาวก็
ทอผ
าตามลายที่
ปรากฏจน
ครบ ๗ วั
น ทอได
๗ ลาย แต
ลายที่
นิ
ยมนํ
ามาทอ และป
ก มี
๔ ลาย คื
อ โยห
อกื
อ เกอเป
เผลอ ฉุ
ย
ข
อลอ อี
กลายหนึ่
ง คื
อ ลายที
ข
า ป
จจุ
บั
น ยั
งมี
ลายที่
ยมทอ คื
อ เกอแนเดอ หรื
อลายรั
งผึ้
ง และเซอกอ
พอ หรื
อ ลายดอกมะเขื
อ การย
อมผ
าฝ
ายสี
ธรรมชาติ
ใช
เปลื
อกไม
เรี
ยกว
า ซาโก
แระ จะได
เป
นสี
แดง
แกมน้ํ
าตาล ใบฮ
อม เซอ หย
า เหล
า ให
สี
น้ํ
าเงิ
นแกมกรมท
า ผลสมอ ให
สี
น้ํ
าตาล และผลมะขามป
อม
ให
สี
เทา เป
นต
น ชาวกะเหรี่
ยงสร
างสรรค
ลวดลาย สี
สั
นของผ
าทอจากธรรมชาติ
และสิ่
งแวดล
อมใกล
ตั
ว จึ
งมี
ความสวยงาม และคงไว
ซึ่
งเอกลั
กษณ
โดดเด
นของชาวกะเหรี่
ยง มี
การนํ
าเมล็
ดเดื
อย ซึ่
งเป
น
วั
ชพื
ชป
า ป
กบนผื
นผ
า สร
างเป
นลวดลายลั
กษณะเฉพาะ เป
นที่
สะดุ
ดตาแก
บุ
คคลภายนอก ซึ่
งสนใจซื้
อ
หาไปสวมใส
และเป
นของฝาก ทํ
าให
สตรี
ชาวกะเหรี่
ยงสร
างสรรค
ผลิ
ตภั
ณฑ
ผ
าทอเพื่
อการจํ
าหน
าย
นอกเหนื
อจากการทอผ
าไว
ใช
ในครั
วเรื
อน เป
นการสร
างรายได
เพิ่
มอี
กทางหนึ่
ง ผ
าทอกะเหรี่
ยง ตาม
โครงการหนึ่
งตํ
าบล หนึ่
งผลิ
ตภั
ณฑ
ได
รั
บการพั
ฒนาคุ
ณภาพ รู
ปแบบให
เป
นที่
ต
องการของตลาดมาก
ขึ้
น สร
างงาน สร
างรายได
แก
ผู
ผลิ
ต อย
างยั่
งยื
น ตลอดจนสื
บสานภู
มิ
ป
ญญาชาวกะเหลี่
ยง เป
น
ผลิ
ตภั
ณฑ
ที่
มี
เอกลั
กษณ
ของจั
งหวั
ดแม
ฮ
องสอน
ไทใหญ
กลุ
มชาติ
พั
นธุ
ไทใหญ
ในอํ
าเภอแม
สะเรี
ยงมี
สั
ญลั
กษณ
ที่
เห็
นได
ชั
ดคื
อ บ
านไต หรื
อ
เฮิ
นโหลง ในสมั
ยก
อน บ
านไตจะมี
ลั
กษณะเป
นบ
านสองหลั
งและมี
รางริ
นคั่
นกลางเป
นบ
านไม
ทั้
งหลั
งที่
ติ
ดกั
นจะมี
เฮิ
นโหลงและเฮิ
นอ
อนติ
ดกั
น ซึ่
งเฮิ
นอ
อนจะสร
างต่ํ
ากว
าเฮิ
นโหลง เพราะว
าเฮิ
นโหลงมี
ใช
สํ
าหรั
บรั
บแขกและประกอบพิ
ธี
ต
างๆ ทางศาสนา ส
วนภายในจะมี
ห
องอยู
เพี
ยงหนึ่
งห
องเท
านั้
น เพื่
อไว
ให
ผู
หญิ
งและเด็
กนอนข
างในส
วนผู
ชายนอนข
างนอก ซึ่
ง อยู
กั
นหลายครอบครั
วส
วนห
องครั
วนั้
น
ส
วนมากจะสร
างแยกกั
บตั
วบ
านแต
จะสร
างไว
ติ
ดกั
นหรื
ออาจสร
างไว
ในตั
วบ
านตอกฝาซึ่
งต
องตรงกั
น