Page 58 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๔๙
ประสิ
ทธิ
ภาพและประสิ
ทธิ
ผลของการพั
ฒนารู
ปแบบการจั
ดกิ
จกรรม ศึ
กษาจากกลุ
มตั
วอย
าง
๓ กลุ
มคื
อ คณะทํ
างาน ประชาชนเขตเทศบาลตํ
าบลแม
สะเรี
ยง และนั
กท
องเที่
ยว การประเมิ
ประสิ
ทธิ
ภาพของการจั
ดกิ
จกรรม คณะผู
วิ
จั
ยได
ทํ
าการประเมิ
นจากประโยชน
ที่
ได
รั
บจากการจั
กิ
จกรรมคุ
มกั
บงบประมาณ แรงงาน เวลา และความยั่
งยื
นของกิ
จกรรม โดยใช
การสุ
มแบบบั
งเอิ
ญใน
การเก็
บข
อมู
ลด
วยแบบสอบถามจํ
านวน ๓๐๐ ชุ
ด ซึ่
งคณะผู
วิ
จั
ยได
รั
บข
อมู
ลกลั
บคื
นมาจํ
านวน ๒๗๔
ชุ
ด คิ
ดเป
นร
อยละ ๙๑.๓๓ พบว
าผู
ให
ข
อมู
ลส
วนใหญ
เป
นเพศหญิ
ง ร
อยละ ๕๕.๘๔ และเพศชาย ร
อย
ละ ๔๔.๑๖ อายุ
ของผู
ตอบแบบสอบถามส
วนใหญ
มี
อายุ
อยู
ระหว
าง ๔๕ – ๕๔ ป
ร
อยละ ๒๓.๗๒
รองลงมาคื
อ อายุ
ระหว
าง ๓๕ – ๔๔ ป
ร
อยละ ๒๐.๔๔ ระดั
บการศึ
กษาของกลุ
มผู
ตอบแบบสอบถาม
ส
วนใหญ
ระดั
บอนุ
ปริ
ญญาหรื
อ ปวส. คิ
ดเป
นร
อยละ ๓๑.๗๕ รองลงมาคื
อ มั
ธยมศึ
กษาตอนต
นร
อยละ
๑๗.๕๒ โดยบทบาทส
วนใหญ
ของผู
ให
ข
อมู
ลคื
อ นั
กท
องเที่
ยว คิ
ดเป
นร
อยละ ๗๔.๐๙ ประชาชนทั่
วไป
ร
อยละ ๑๕.๖๙ และคณะทํ
างาน ร
อยละ ๙.๑๒ ภู
มิ
ลํ
าเนาของกลุ
มตั
วอย
างอยู
นอกเขตเทศบาลตํ
าบล
แม
สะเรี
ยง อํ
าเภอแม
สะเรี
ยง ร
อยละ ๗๙.๒๐ และในเขตเทศบาลตํ
าบลแม
สะเรี
ยง อํ
าเภอแม
สะเรี
ยง
ร
อยละ ๑๕.๓๓
กลุ
มคณะทํ
างาน
ในการจั
ดกิ
จกรรมประเพณี
กลุ
มคณะทํ
างานมี
ความพึ
งพอใจในการจั
กิ
จกรรม เพราะถื
อเป
นแหล
งเรี
ยนรู
ที่
สํ
าคั
ญ แต
งบประมาณการจั
ดกิ
จกรรมไม
เพี
ยงพอจึ
งต
องได
รั
การสนั
บสนุ
นจากหน
วยงานต
างๆ เพื่
อจั
ดกิ
จกรรมให
เป
นในรู
ปแบบการมี
ส
วนร
วมจากหน
วยงานทุ
ภาคส
วน
นอกจากนั้
นคณะทํ
างานภายในองค
กร คื
อบุ
คลากรและนั
กศึ
กษาของวิ
ทยาลั
ยชุ
มชน
แม
ฮ
องสอน หน
วยจั
ดการศึ
กษาอํ
าเภอแม
สะเรี
ยงมี
ส
วนร
วมในการทํ
างานมากแต
คณะทํ
างานจาก
ภายนอกยั
งขาดการประสานงานติ
ดต
อข
อมู
ลข
าวสารและร
วมกั
นจั
ดกิ
จกรรม
กลุ
มประชาชนทั่
วไป
ประเพณี
ออกหว
ามี
คุ
ณค
าต
อชุ
มชนแม
สะเรี
ยงมาก ถื
อเป
นภู
มิ
ป
ญญาของชาวอํ
าเภอแม
สะ
เรี
ยง การพั
ฒนารู
ปแบบของการจั
ดกิ
จกรรมเป
นการส
งเสริ
มให
มี
การถ
ายทอดภู
มิ
ป
ญญาสู
รุ
นลู
กรุ
หลาน แต
การทํ
างานยั
งขาดการมี
ส
วนร
วมจากประชาชนอยู
มากเพราะเป
นการทํ
างานเฉพาะกลุ
เท
านั้
กลุ
มนั
กท
องเที่
ยว
ในการจั
ดประเพณี
ออกหว
า ในรู
ปแบบที่
คณะผู
วิ
จั
ยได
ดํ
าเนิ
นการพบว
า เป
นลั
กษณะที่
เหมาะสมโดยเป
นแหล
งเรี
ยนรู
ให
แก
ชุ
มชนและนั
กท
องเที่
ยวได
การแสดงที่
แสดงความเป
นเมื
องที่
มี
ความหลากหลายของชนเผ
า การจั
ดนิ
ทรรศการที่
แสดงความเป
นเอกลั
กษณ
ที่
โดดเด
น รวมทั้
งยั
งมี
กาดมั้
วที่
นํ
าเสนออาหารที่
เป
นอาหารในท
องถิ่
นและมี
ความดั้
งเดิ
ม แต
ยั
งขาดการให
ข
อมู
ลต
นั
กท
อง เที่
ยว การประชาสั
มพั
นธ
ต
อนั
กท
อง เที่
ยวที่
เข
ามาในสถานที่
จั
ดกิ
จกรรม และการ
ประชาสั
มพั
นธ
ต
อนั
กท
องเที่
ยวที่
อยู
ภายนอกซึ่
งมี
ส
วนน
อยมากที่
รั
บทราบข
อมู
ลการจั
ดกิ
จกรรม
ดั
งกล
าว
การประเมิ
นประสิ
ทธิ
ผลของการจั
ดกิ
จกรรมจากความพึ
งพอใจของผู
เข
าชมกิ
จกรรม โดยแบ
ระดั
บความพึ
งพอใจเป
น ๕ ระดั
บ พบว
า กลุ
มตั
วอย
างมี
ความพึ
งพอใจมากที่
สุ
ดคื
อ รู
ปแบบการจั
ดฐาน
การเรี
ยนรู
รู
ปแบบลานนิ
ทรรศการ ความเหมาะสมของสิ
นค
าที่
จํ
าหน
าย ภาพรวมกิ
จกรรมภาค
กลางคื