๑๐
การท
องเที่
ยวแบบยั่
งยื
น หมายถึ
ง การใช
ทรั
พยากรทางการท
องเที่
ยว เช
นธรรมชาติ
โบราณสถาน วั
ฒนธรรม ประเพณี
ท
องถิ่
นที่
มี
อยู
อย
างจํ
ากั
ด อย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ด
วยการนํ
ามาใช
ให
เกิ
ดประโยชน
สู
งสุ
ดทั้
งในป
จจุ
บั
นและอนาคต สงวนรั
กษาทรั
พยากรให
คงอยู
สภาพเดิ
ม และสงวน
รั
กษาทรั
พยากรไว
ให
อนุ
ชนรุ
นหลั
ง ขณะเดี
ยวกั
นการเปลี่
ยนแปลงหรื
อการพั
ฒนาใด ๆ ที่
จะเกิ
ดขึ้
น
ต
องเป
นการพั
ฒนาที่
สามารถตอบสนองความต
องการของนั
กท
องเที่
ยว และประชาชนเจ
าของท
องถิ่
น
ด
วย
การจั
ดการท
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมอย
างยั่
งยื
น จํ
าเป
นต
องส
งเสริ
มให
ประชาชนในท
องถิ่
นเห็
น
ความสํ
าคั
ญของการท
องเที่
ยวว
ามี
ผลต
อเศรษฐกิ
จในสั
งคมของตนเสี
ยก
อน เพราะโดยธรรมชาติ
มนุ
ษย
ย
อมคํ
านึ
งถึ
งประโยชน
ของตนเป
นที่
ตั้
งเสมอ การมี
ส
วนร
วมในผลประโยชน
จึ
งสํ
าคั
ญยิ่
ง เงิ
นลงทุ
น
แรงงาน รวมทั้
งนั
กบริ
หารทางการท
องเที่
ยว ควรสนั
บสนุ
นให
คนในชุ
มชนเจ
าของถิ่
นเข
ามามี
ส
วนร
วม
มากขึ้
น หากสามารถสร
างความเข
าใจแก
คนในชุ
มชนได
ว
า การท
องเที่
ยวและการบริ
หารเป
นส
วนที่
ทํ
า
ให
เกิ
ดรายได
แก
ท
องถิ่
นมากที่
สุ
ด เกิ
ดการจ
างงาน สร
างรายได
ทั้
งในทางตรงและทางอ
อม การรั
กษา
วั
ฒนธรรมและทรั
พยากรท
องถิ่
น จะไว
เป
นผลดี
ต
อการท
องเที่
ยว จะทํ
าให
คนในท
องถิ่
นมี
ความรู
สึ
กใน
ความเป
นเจ
าของทรั
พยากรร
วมกั
น สิ่
งเหล
านี้
จะสามารถสร
างความตระหนั
กในการอนุ
รั
กษ
วั
ฒนธรรม
และทรั
พยากรของแต
ละท
องถิ่
นได
ในการวางแผนการท
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม ไม
ควรให
มี
ผลกระทบต
อประชาชนในท
องถิ่
นทั้
ง
ผลกระทบทางสิ่
งแวดล
อม และสั
งคม ดั
งนั้
นผู
ที่
เกี่
ยวข
องในการวางแผนจึ
งต
องมี
ความระมั
ดระวั
ง ควร
มี
การกํ
าหนดกฎเกณฑ
แก
ผู
มาเยื
อนและให
ข
อมู
ลความเป
นมา ความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรม ประเพณี
และโบราณสถาน แก
ผู
มาเยื
อนเพื่
อให
ผู
มาเยื
อนได
เห็
นความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมและธรรมเนี
ยม
ปฏิ
บั
ติ
ของที่
ที่
ไปเยื
อน เพื่
อที่
จะลดผลกระทบจากความแตกต
างของวั
ฒนธรรม ศาสนา ภาษา
สามารถรั
กษาวั
ฒนธรรม ค
านิ
ยม และรู
ปแบบของงานประเพณี
ของท
องถิ่
นให
คงอยู
ไว
รวมทั้
งควบคุ
ม
จํ
านวนนั
กท
องเที่
ยวให
เหมาะสมกั
บความสามารถในการรองรั
บพื้
นที่
และความต
องการของชุ
มชนว
า
จะต
องให
เกิ
ดความเปลี่
ยนแปลงในชุ
มชนมากน
อยเพี
ยงใด
การมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนต
องมาจากความสมั
ครใจของชุ
มชน โดยเฉพาะการสมั
ครใจที่
จะ
ต
อนรั
บนั
กท
องเที่
ยวเพราะการท
องเที่
ยวหรื
อการเข
ามาของนั
กท
องเที่
ยวที่
เข
ามาในชุ
มชนจะมี
ส
วน
สร
างผลกระทบทั้
งทางบวกและลบ ดั
งนั้
นควรเป
ดโอกาสให
ชุ
มชนเข
ามามี
ส
วนร
วมในกิ
จกรรมและงาน
เทศกาลที่
จั
ดขึ้
นเพื่
อนั
กท
องเที่
ยว ทั้
งการมี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจก
อนทํ
า กิ
จกรรม การมี
ส
วนร
วมใน
การจั
ดกิ
จกรรม และการประเมิ
นร
วมกั
นหลั
งกิ
จกรรมระหว
างภาครั
ฐ และเอกชน เพื่
อที่
จะทํ
าให
ท
องถิ่
นเป
นสถานที่
พั
กผ
อนที่
มี
ความสมบู
รณ
และมี
คุ
ณภาพ และก
อผลกระทบแก
เจ
าของท
องถิ่
นน
อย
ที่
สุ
ด
๒.๓ งานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
อง
ธั
นยา นวลละออง (๒๕๔๗) ได
ศึ
กษาแนวทางการพั
ฒนาการท
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม
จั
งหวั
ดปทุ
มธานี
โดยทํ
าการศึ
กษาศิ
ลปวั
ฒนธรรมของจั
งหวั
ด ศึ
กษาป
ญหา ข
อจํ
ากั
ดของแหล
ง
ศิ
ลปวั
ฒนธรรม ศึ
กษาการตลาดท
องเที่
ยวศิ
ลปวั
ฒนธรรม และเสนอแนวทางการพั
ฒนาและปรั
บปรุ
ง
แหล
งศิ
ลปวั
ฒนธรรม การสํ
ารวจพบว
า กลุ
มวั
ดและชุ
มชนริ
มน้ํ
ามี
อุ
ปสงค
การท
องเที่
ยวสู
งสุ
ด รองลงมา