๘
ในการจั
ดการท
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมจํ
าเป
นอย
างยิ่
งที่
จะต
องมี
การมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนซึ่
ง
การจั
ดการท
องเที่
ยวอย
างยั่
งยื
นโดยชุ
มชนมี
ส
วนร
วมมี
ผู
ศึ
กษาไว
ดั
งนี้
บุ
ญเลิ
ศ จิ
ตตั้
งวั
ฒนา (๒๕๔๒) กล
าวว
าการมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนท
องถิ่
นเพื่
อการท
องเที่
ยว
แบบยั่
งยื
นว
าการสนั
บสนุ
นให
ชุ
มชนท
องถิ่
นเข
ามามี
ส
วนร
วมทางการท
องเที่
ยวอย
างยั่
งยื
นโดยให
ชุ
มชน
ท
องถิ่
นได
รั
บผลประโยชน
และมี
รายได
จากการท
องเที่
ยวเพื่
อก
อให
เกิ
ดความรั
ก ความหวงแหน การ
สร
างจิ
ตสํ
านึ
กในการดู
แลปกป
องทรั
พยากรการท
องเที่
ยว และสภาพแวดล
อมให
คงอยู
อย
างยั่
งยื
น
สมชาย สนั่
นเมื
อง (อ
างใน บุ
ณณนิ
ดา โสดา, ๒๕๔๔) กล
าวว
าการมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนในการ
จั
ดการท
องเที่
ยวมี
ส
วนสํ
าคั
ญมาก ทั้
งนี้
ความเกี่
ยวข
องกั
บชุ
มชนกั
บการท
องเที่
ยวจะสามารถกํ
าหนดได
๒ ลั
กษณะ
๑. ผลประโยชน
ที่
ชุ
มชนจะได
รั
บทางเศรษฐกิ
จ คื
อ จะเกิ
ดการสร
างงาน การพั
ฒนาอาชี
พการ
ท
องเที่
ยว เกิ
ดระบบตลาด ระบบวั
ตถุ
ดิ
บ เป
นแหล
งรายได
และครอบครั
ว ชุ
มชนจะมี
รายได
เพิ่
มขึ้
นทั้
ง
ทางตรงและทางอ
อม และผลประโยชน
ทางสั
งคม คื
อ การพั
ฒนาทางสร
างสรรค
ในสั
งคม การติ
ดต
อที่
มี
รู
ปแบบมากขึ้
น มี
การสร
างสิ
ทธิ
หน
าที่
และความรั
บผิ
ดชอบแก
สั
งคม เช
น ความปลอดภั
ย และการมี
ระเบี
ยบ อิ
สระของสั
งคมจะได
รั
บการเอาใจใส
มากขึ้
น
๒. ผลกระทบที่
เกิ
ดขึ้
นกั
บชุ
มชนในทางบวกและลบ คื
อถ
าบวกจะมี
ผลทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม
ส
วนที่
ลบ คื
อ ความทรุ
ดโทรมของสั
งคมเนื่
องจากการจั
ดการไม
ดี
โครงสร
างการบริ
หารชุ
มชนอาจะ
เปลี่
ยนแปลงไปเพราะสาเหตุ
มาจากการจั
ดการชุ
มชนไม
ดี
เช
นกั
น
พจนา สวนศรี
(๒๕๔๓) ได
กล
าวว
า การมี
ส
วนร
วมของประชาชนในการพั
ฒนาการท
องเที่
ยว
ว
า คนในชุ
มชนต
องเข
ามามี
ส
วนร
วมในการกํ
าหนดทิ
ศทางการท
องเที่
ยวและการจั
ดการท
องเที่
ยวด
วย
ตนเอง บทบาทของโครงการการท
องเที่
ยว เพื่
อชี
วิ
ต และธรรมชาติ
คื
อ การเป
นสะพานเชื่
อมความ
เข
าใจในเรื่
องราวของชุ
มชน รู
ปแบบการท
องเที่
ยว กติ
กา ข
อปฏิ
บั
ติ
เมื่
ออยู
ในชุ
มชน ในขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
การพู
ดคุ
ยกั
บชาวบ
านให
ชั
ดเจนถึ
งเป
หมายของการทํ
ากิ
จกรรมนี้
ซึ่
งมี
ความแตกต
างในแต
ละชุ
มชน
บางแห
งมองว
าเป
นการเผยแพร
เรื่
องราววิ
ถี
ชี
วิ
ต วั
ฒนธรรม ตลอดจนการอนุ
รั
กษ
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน บางแห
งอาจมองว
านอกจากเผยแพร
แล
วน
าจะเป
นกิ
จกรรมที่
ก
อให
เกิ
ดรายได
แก
ชุ
มชน เรา
จึ
งต
องมองถึ
งข
อดี
และข
อเสี
ยและแนวทางป
องกั
น ร
วมกั
นค
นหาเสน
ห
ของชุ
มชนซึ่
งหมายถึ
งแหล
ง
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน เราจึ
งต
องมองถึ
งข
อดี
และข
อเสี
ยและแนวทางป
องกั
น ร
วมกั
นค
นหา
เสน
ห
ของชุ
มชนซึ่
งหมายถึ
งแหล
ง ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
สวยงาม และวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
น
าสนใจ
นอกจากนั้
นยั
งกล
าวได
ว
า การมี
ส
วนร
วมของประชาชนเป
นทางเลื
อกที่
สามารถตอบสนอง
และพั
ฒนาสู
กระบวนการพั
ฒนาสั
งคมแบบยั่
งยื
นได
ภายใต
มิ
ติ
ต
างๆ ดั
งนี้
๑. มิ
ติ
ด
านสิ่
งแวดล
อม ควรเป
นกิ
จกรรมที่
ก
อให
เกิ
ดผลการเรี
ยนรู
ร
วมมื
อกั
นในการอนุ
รั
กษ
สิ่
งแวดล
อมและทรั
พยากรธรรมชาติ
และข
อจํ
ากั
ดให
เกิ
ดผลกระทบด
านสิ่
งแวดล
อมน
อยที่
สุ
ด
๒. มิ
ติ
ด
านการเมื
อง กิ
จกรรมนี้
ควรเป
นกิ
จกรรมหนึ่
งของการรณรงค
การมี
ส
วนร
วมของ
ประชาชนระดั
บล
าง โดยการสร
างกระบวนการวางแผน และการตั
ดสิ
นใจในการจั
ดการท
องเที่
ยวเชิ
ง
ชุ
มชน