Page 17 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ในการจั
ดการท
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมจํ
าเป
นอย
างยิ่
งที่
จะต
องมี
การมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนซึ่
การจั
ดการท
องเที่
ยวอย
างยั่
งยื
นโดยชุ
มชนมี
ส
วนร
วมมี
ผู
ศึ
กษาไว
ดั
งนี้
บุ
ญเลิ
ศ จิ
ตตั้
งวั
ฒนา (๒๕๔๒) กล
าวว
าการมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนท
องถิ่
นเพื่
อการท
องเที่
ยว
แบบยั่
งยื
นว
าการสนั
บสนุ
นให
ชุ
มชนท
องถิ่
นเข
ามามี
ส
วนร
วมทางการท
องเที่
ยวอย
างยั่
งยื
นโดยให
ชุ
มชน
ท
องถิ่
นได
รั
บผลประโยชน
และมี
รายได
จากการท
องเที่
ยวเพื่
อก
อให
เกิ
ดความรั
ก ความหวงแหน การ
สร
างจิ
ตสํ
านึ
กในการดู
แลปกป
องทรั
พยากรการท
องเที่
ยว และสภาพแวดล
อมให
คงอยู
อย
างยั่
งยื
สมชาย สนั่
นเมื
อง (อ
างใน บุ
ณณนิ
ดา โสดา, ๒๕๔๔) กล
าวว
าการมี
ส
วนร
วมของชุ
มชนในการ
จั
ดการท
องเที่
ยวมี
ส
วนสํ
าคั
ญมาก ทั้
งนี้
ความเกี่
ยวข
องกั
บชุ
มชนกั
บการท
องเที่
ยวจะสามารถกํ
าหนดได
๒ ลั
กษณะ
๑. ผลประโยชน
ที่
ชุ
มชนจะได
รั
บทางเศรษฐกิ
จ คื
อ จะเกิ
ดการสร
างงาน การพั
ฒนาอาชี
พการ
ท
องเที่
ยว เกิ
ดระบบตลาด ระบบวั
ตถุ
ดิ
บ เป
นแหล
งรายได
และครอบครั
ว ชุ
มชนจะมี
รายได
เพิ่
มขึ้
นทั้
ทางตรงและทางอ
อม และผลประโยชน
ทางสั
งคม คื
อ การพั
ฒนาทางสร
างสรรค
ในสั
งคม การติ
ดต
อที่
มี
รู
ปแบบมากขึ้
น มี
การสร
างสิ
ทธิ
หน
าที่
และความรั
บผิ
ดชอบแก
สั
งคม เช
น ความปลอดภั
ย และการมี
ระเบี
ยบ อิ
สระของสั
งคมจะได
รั
บการเอาใจใส
มากขึ้
๒. ผลกระทบที่
เกิ
ดขึ้
นกั
บชุ
มชนในทางบวกและลบ คื
อถ
าบวกจะมี
ผลทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม
ส
วนที่
ลบ คื
อ ความทรุ
ดโทรมของสั
งคมเนื่
องจากการจั
ดการไม
ดี
โครงสร
างการบริ
หารชุ
มชนอาจะ
เปลี่
ยนแปลงไปเพราะสาเหตุ
มาจากการจั
ดการชุ
มชนไม
ดี
เช
นกั
พจนา สวนศรี
(๒๕๔๓) ได
กล
าวว
า การมี
ส
วนร
วมของประชาชนในการพั
ฒนาการท
องเที่
ยว
ว
า คนในชุ
มชนต
องเข
ามามี
ส
วนร
วมในการกํ
าหนดทิ
ศทางการท
องเที่
ยวและการจั
ดการท
องเที่
ยวด
วย
ตนเอง บทบาทของโครงการการท
องเที่
ยว เพื่
อชี
วิ
ต และธรรมชาติ
คื
อ การเป
นสะพานเชื่
อมความ
เข
าใจในเรื่
องราวของชุ
มชน รู
ปแบบการท
องเที่
ยว กติ
กา ข
อปฏิ
บั
ติ
เมื่
ออยู
ในชุ
มชน ในขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
การพู
ดคุ
ยกั
บชาวบ
านให
ชั
ดเจนถึ
งเป
หมายของการทํ
ากิ
จกรรมนี้
ซึ่
งมี
ความแตกต
างในแต
ละชุ
มชน
บางแห
งมองว
าเป
นการเผยแพร
เรื่
องราววิ
ถี
ชี
วิ
ต วั
ฒนธรรม ตลอดจนการอนุ
รั
กษ
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน บางแห
งอาจมองว
านอกจากเผยแพร
แล
วน
าจะเป
นกิ
จกรรมที่
ก
อให
เกิ
ดรายได
แก
ชุ
มชน เรา
จึ
งต
องมองถึ
งข
อดี
และข
อเสี
ยและแนวทางป
องกั
น ร
วมกั
นค
นหาเสน
ห
ของชุ
มชนซึ่
งหมายถึ
งแหล
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน เราจึ
งต
องมองถึ
งข
อดี
และข
อเสี
ยและแนวทางป
องกั
น ร
วมกั
นค
นหา
เสน
ห
ของชุ
มชนซึ่
งหมายถึ
งแหล
ง ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
สวยงาม และวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
น
าสนใจ
นอกจากนั้
นยั
งกล
าวได
ว
า การมี
ส
วนร
วมของประชาชนเป
นทางเลื
อกที่
สามารถตอบสนอง
และพั
ฒนาสู
กระบวนการพั
ฒนาสั
งคมแบบยั่
งยื
นได
ภายใต
มิ
ติ
ต
างๆ ดั
งนี้
๑. มิ
ติ
ด
านสิ่
งแวดล
อม ควรเป
นกิ
จกรรมที่
ก
อให
เกิ
ดผลการเรี
ยนรู
ร
วมมื
อกั
นในการอนุ
รั
กษ
สิ่
งแวดล
อมและทรั
พยากรธรรมชาติ
และข
อจํ
ากั
ดให
เกิ
ดผลกระทบด
านสิ่
งแวดล
อมน
อยที่
สุ
๒. มิ
ติ
ด
านการเมื
อง กิ
จกรรมนี้
ควรเป
นกิ
จกรรมหนึ่
งของการรณรงค
การมี
ส
วนร
วมของ
ประชาชนระดั
บล
าง โดยการสร
างกระบวนการวางแผน และการตั
ดสิ
นใจในการจั
ดการท
องเที่
ยวเชิ
ชุ
มชน