๗๑
การมี
ส่
วนร่
วมในการลงมื
อปฏิ
บั
ติ
นั
กเรี
ยนนั
้
นจะทํ
าตามบทบาทหน้
าที่
ของตนเอง โดยทุ
กกลุ
่
มทุ
ก
ฝ่
ายต่
างช่
วยเหลื
อเกื
้
อกู
ลกั
น
การมี
ส่
วนร่
วมตรวจสอบ นั
กเรี
ยนและคณะครู
หรื
อผู
้
เกี่
ยวข้
องจะใช้
ตรวจสอบในส่
วนที่
ตนเอง
เกี่
ยวข้
องว่
ามี
ผลการแสดง บทบาทของตนเองได้
แสดงออกไปนั
้
นมี
ข้
อผิ
ดพลาดอะไร การบรรเลงมี
เครื่
อง
ดนตรี
ชนิ
ดที่
เล่
นผิ
ดเพี
้
ยนจากตั
วโน้
ต
การมี
ส่
วนร่
วมในการประเมิ
นผล จะดู
ได้
จากผลการแสดงว่
าเจ้
าภาพหรื
อผู
้
ชมมี
ความสนุ
กสนาน
ร่
วม หรื
อเสี
ยงปรบมื
อมากน้
อยเพี
ยงใด หากมองผิ
วเผิ
นก็
จะว่
าดี
แล้
ว การมี
ส่
วนร่
วมการประเมิ
นจะส่
งผล
ให้
มี
การพั
ฒนาต่
อยอดในอนาคตของการแสงดมั
งคละ
การมี
ส่
วนร่
วมแก้
ไข การแสดงของนั
กเรี
ยนในการแสดงมั
งคละนั
้
น การแก้
ไขเพื่
อรองรั
บการพั
ฒนา
มาจากการที่
ต้
องตรวจสอบและการประเมิ
นผล โดยคณะครู
นั
กเรี
ยนเองที่
มี
บทบาทโดยตรงกั
บการแสดง
ในแต่
ละครั
้
ง ว่
าจะพั
ฒนาต่
อไปอย่
างไร และสมควรจะพั
ฒนาเรื่
องอะไร
การมี
ส่
วนร่
วมในการปรั
บปรุ
ง คณะครู
และนั
กเรี
ยนนั
้
นมี
ส่
วนเกี่
ยวข้
องหรื
อบทบาทในการปรั
บปรุ
ง
ซึ่
งถื
อว่
าทุ
กคนมี
สิ
ทธิ
ที่
จะเสนอความคิ
ดเห็
น เพื่
อหาแนวทางการพั
ฒนา
การมี
ส่
วนร่
วมในได้
รั
บผลประโยชน์
ผลประโยชน์
นั
้
นหากมองในรู
ปของนามธรรมก็
ได้
แก่
การที่
โรงเรี
ยนกงไกรลาศวิ
ทยามี
ความสํ
าคั
ญที่
จะส่
งเสริ
มการแสดงมั
งคละอย่
างต่
อเนื่
อง เป็
นสถานศึ
กษาที่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการเรี
ยนแบบประยุ
กต์
นํ
าเอาภู
มิ
ปั
ญญาด้
านการแสดงมั
งคละมาเป็
นตั
วเชื่
อมให้
นั
กเรี
ยนได้
หั
ดปรั
บประยุ
กต์
ใช้
กั
บรายวิ
ชาต่
างๆ หรื
อกล่
าวว่
าฝึ
กให้
นั
กเรี
ยนมี
แนวคิ
ดที่
จะคิ
ดเป็
นในแนวทางประยุ
กต์
และโดยเฉพาะที่
เรี
ยกว่
าการมี
ส่
วนร่
วมทุ
กระดั
บ ผลประโยชน์
ในรู
ปธรรม คื
อ การที่
นั
กเรี
ยนมี
โอกาสแสดง
ยั
งสถานที่
ต่
างๆ จะได้
รั
บการตอบแทน หากเป็
นสิ่
งที่
เพี
ยงน้
อยนิ
ด แต่
เป็
นกํ
าลั
งใจสํ
าหรั
บบุ
คคลที่
เสี
ยสละ
ในด้
านการเรี
ยน แต่
หาเวลาเพิ่
มเติ
มจากที่
เพื่
อนคนอื่
นเรี
ยนมาฝึ
กซ้
อมที่
เกี่
ยวกั
บการแสดงมั
งคละ แต่
ตนเองยั
งคงต้
องคอยพึ่
งให้
เพื่
อนได้
จดบั
นทึ
กเพื่
อติ
ดตามงานการเรี
ยนให้
ทั
นของชั
้
นเรี
ยนตนเอง
สํ
าหรั
บการใส่
เนื
้
อร้
องมาประกอบในการแสดงมั
งคละนั
้
น มี
ส่
วนที่
เกิ
ดจากการที่
สํ
านั
กงาน
คณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
(สวช.) จั
ดงานเฉลิ
มพระเกี
ยรติ
สมเด็
จพระเทพรั
ตนราชสุ
ดา สยามบรม-
ราชกุ
มารี
ที่
ทรงมี
พระชนมายุ
ครบ ๔๘ พรรษา เชิ
ญชวนให้
ให้
ร่
วมกิ
จกรรมการประกวดมั
งคละและบั
งคั
บ
ให้
มี
เนื
้
อร้
องประกอบการบรรเลงเพลงมั
งคละ ซึ่
งในอดี
ตนั
้
นการแสดงมั
งคละจะไม่
มี
การเนื
้
อร้
อง
ประกอบการแสดง แต่
ถื
อเป็
นแนวทางหนึ่
งของการพั
ฒนาที่
ทํ
าให้
การแสดงมั
งคละตํ
าบลกกแรต
และโรงเรี
ยนกงไกรลาศวิ
ทยาได้
พั
ฒนารู
ปแบบการแสดงมั
งคละไปในอี
กแนวทางหนึ่
งที่
แตกต่
างจากของเดิ
ม