Page 64 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๕๕
ท่
ารํ
ลุ
งเอ เพ็
ชหรี่
กล่
าวว่
า “ไม่
รู
ว่
ามี
กี่
ท่
า และในอดี
ตก็
รํ
ากั
นไปไม่
มี
ระเบี
ยบอะไร”
ในอดี
ตนั
นท่
ารํ
าได้
มี
การประยุ
กต์
กั
นขึ
นมาเพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บสมั
ยนิ
ยม โดยประมาณในปี
พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๔๒ ทางโรงเรี
ยนกงไกรลาศวิ
ทยา ได้
เชิ
ญลุ
งเอ เพ็
ชรี่
ปราชญ์
ชาวบ้
านได้
ไปสอนการ
เล่
นมั
งคละในโรงเรี
ยนกงไกรลาสวิ
ทยา และทางโรงเรี
ยนได้
เข้
าร่
วมแห่
ในวงมั
งคละกั
บอํ
าเภอกงไกรลาศ
โดยนายขํ
า สิ
งห์
สนิ
ท อดี
ตผู
ใหญ่
บ้
านหมู
ที่
๕ แนะนํ
าว่
าน่
าจะมี
ท่
ารํ
าวงและมี
ภรรยาของครู
ในโรงเรี
ยน
กงไกรลาศวิ
ทยาได้
ช่
วยกั
นหาสื่
อมาศึ
กษา และเริ่
มฝึ
กหั
ดท่
ารํ
ากั
นมา ซึ่
งไม่
คิ
ดว่
าจะได้
แบบอย่
างที่
ถู
กต้
อง
มากนั
เดิ
มผู
รํ
าตั
วพระของฝ่
ายชายไม่
ค่
อยมี
ใช้
นางรํ
าของฝ่
ายหญิ
งแต่
งเป็
นชายแทน และในปี
๒๕๔๔
เริ่
มมี
นั
กเรี
ยนชายเข้
าร่
วมการแสดงและได้
รั
บความร่
วมมื
อจากสํ
านั
กงานวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด ในการส่
งเสริ
การประกวดที่
จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม่
และได้
รั
บคํ
าแนะนํ
าจากวิ
ทยาลั
ยนาฏศิ
ลปสุ
โขทั
ย ในเรื่
องท่
ารํ
ามี
จํ
านวน
๑๒ ท่
า ทางโรงเรี
ยนได้
ปรั
บท่
ารํ
าตามคํ
าแนะนํ
าของวิ
ทยาลั
ยนาฏศิ
ลปสุ
โขทั
ยให้
ถู
กต้
องและสวยงาม
การประยุ
กต์
จะมี
อี
กอย่
างคื
อ การรํ
าไม่
มี
ท่
าบั
งคั
บหรื
อจั
ดสํ
าคั
ญท่
าก่
อน หลั
ง โดยจะดู
ภารกิ
จของ
งานที่
จะไปร่
วมว่
าเป็
นงานประเภทใด แล้
วแต่
งบทเพลงเนื
อร้
องรองรั
บในแต่
ละงานโดยได้
รั
บการสอนการ
แนะนํ
าจากนายเคี
ยง ชํ
านิ
ปราชญ์
ชาวบ้
าน และนายธนาดล อิ
นทสู
ตร อดี
ตครู
สอนด้
านดนตรี
ของ
โรงเรี
ยนกงไกรลาศวิ
ทยา อี
กท่
านหนึ่
ง ที่
ได้
ปรั
บประยุ
กต์
ให้
มั
งคละมี
เนื
อหาเพลงเข้
ามาร่
วมการแสดง
มั
งคละเช่
นในปั
จจุ
บั
น ในการแสดงมั
งคละโดยทั่
วไปเพลงที่
ร้
องและใช้
บ่
อยครั
งในการแสดงมั
งคละ คื
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของมั
งคละที่
นายเคี
ยง ชํ
านิ
ปราชญ์
ชาวบ้
านได้
แต่
งเนื
อร้
องและทํ
านองไว้
ให้
ขั
บร้
อง
และบรรเลง
การรํ
ามั
งคละของตํ
าบลกกแรต
ในสมั
ยสุ
โขทั
ย ได้
กล่
าวถึ
งการฟ้
อนรํ
า ปรากฏอยู
ในศิ
ลาจารึ
กหลั
กที่
๘ ในสมั
ยพระมหาธรรม-
ราชาลิ
ไท ความว่
า “ย่
อมเรี
ยงขั
นหมาก ขั
นพลู
บู
ชาพิ
ลม ระบํ
า – เต้
น เล่
นทุ
กฉั
น… ด้
วยเสี
ยงอั
นดั
สาธุ
การบู
ชา อี
กดุ
ริ
ยพาทย์
พิ
ณ ฆ้
อง กลอง เสี
ยงดั
งสี
พอดั
งดิ
นจั
กหล่
มอั
นไซร้
(ประชุ
ม ศิ
ลา จารึ
กภาค
ที่
๑. ๒๕๑๕ : ๘๗)
นอกจากนี
ในหนั
งสื
อเตภู
มิ
กถา ยั
งเล่
าถึ
งการฟ้
อนรํ
าไว้
ว่
า “…บ้
างเต้
น บ้
างรํ
า ซึ่
งฟ้
อนรํ
าระบํ
าบั
นลื
เพลงดุ
ริ
ยดนตรี
บ้
างดี
ด บ้
างสี
บ้
างเป่
า บ้
างขั
บสรรพสํ
าเนี
ยงเสี
ยงหมู
นั
กคนจุ
นกั
นไป เดี
ยรดาษพื
นฆ้
อง
กลอง แตรสั
งข์
ระฆั
งกั
งสดาร มโหรทึ
กกึ
กก้
องทํ
านุ
กดี
…” (พญาลิ
ไทย ๒๕๑๕ : ๘๗)
การรํ
ามั
งคละสุ
โขทั
ย เดิ
มที
การร่
ายรํ
าไม่
มี
รู
ปแบบที่
เป็
นมาตรฐาน เมื่
อชาวบ้
านได้
ยิ
นเสี
ยงปี่
เสี
ยง
กลองของวงมั
งคละที่
ได้
บรรเลงในงานต่
าง ๆ เช่
น งานบวชนาค งานโกนจุ
ก งานทอดกฐิ
น – ผ้
าป่
า หรื
งานตรุ
ษ สงกรานต์
ตลอดจนงานขึ
นบ้
านใหม่
จะพากั
นออกร่
ายรํ
าเพื่
อความสนุ
กสนาน มี
การออก