๔๙
ไมเคิ
ล ไรท์
ได้
เขี
ยนบทความในศิ
ลปะวั
ฒนธรรม ปี
ที่
๕ ฉบั
บที่
๕ ประจํ
าเดื
อนมี
นาคม
๒๕๒๗ หน้
า ๙๘ - ๙๙ “หลายรสหลายเรื่
อง” “มี
ชื่
อประจํ
าฉบั
บว่
า” “ตี
กลองมั
งคละที่
สุ
โขทั
ย”
กล่
าวถึ
งเครื่
องดนตรี
สมั
ยกรุ
งสุ
โขทั
ยที่
สื
บทอดกั
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
นคื
อกลองมั
งคละ จึ
งเชื่
อได้
ว่
าสมั
ยกรุ
ง
สุ
โขทั
ยได้
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจากลั
งกา โดยการเผยแพร่
พุ
ทธศาสนาลั
ทธิ
ลั
งกาวงศ์
นอกจากนี
้
ไมเคิ
ล ไรท์
ได้
เขี
ยนบทความในศิ
ลปวั
ฒนธรรมปี
ที่
๗ ฉบั
บที่
๖ ประจํ
าเดื
อนเมษายน ๒๕๒๙ เรื่
องดนตรี
และระบํ
า
กลองมั
งคละเป็
นดนตรี
ในลั
งกาที่
ใช้
ในพิ
ธี
มงคลทุ
กอย่
าง และเชื่
อว่
ากลองมั
งคละนี
้
เข้
ามาพร้
อมพระศาสนา
ของลั
งกา ในสมั
ยกรุ
งสุ
โขทั
ยโดยเฉพาะอย่
างยิ่
งในสมั
ยพญาลิ
ไท ดั
งนั
้
น “มั
งคละ” จึ
งมิ
ใช่
เป็
นของใหม่
ที่
ชาวบ้
านคิ
ดมาเองแต่
เป็
นดนตรี
หลั
กที่
กลั
งกลายเป็
นของเมื
องสุ
โขทั
ย และเป็
นศิ
ลปะของคนเพศชาย
เมื
องสุ
โขทั
ย ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากลั
งกาเกี่
ยวกั
บพุ
ทธศาสนา กลองมั
งคละ จึ
งเชื่
อได้
ว่
าเวลาเกิ
ดศึ
ก
สงคราม การออกศึ
กจะต้
องใช้
กลองมั
งคละตี
เพื่
อให้
ทหารฮึ
กเหิ
มในการทํ
าศึ
กสงครามสู
้
รบกั
บศั
ตรู
หรื
อใช้
บรรเลง หรื
อตี
ในงานพิ
ธี
ต่
าง ๆ ดั
งคํ
าที่
กล่
าวอ้
างอิ
งในศิ
ลาจารึ
กหลั
กที่
1 ที่
กล่
าวถึ
ง “ดํ
บงคํ
กลอง”
นอกจาก ไมเคิ
ล ไรท์
ที่
ได้
กล่
าวถึ
งกลองมั
งคละ ซึ่
งไทยได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากลั
งกา โดยการเผยแพร่
พุ
ทธศาสนาแล้
ว ยั
งมี
เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บพุ
ทธศาสนา กล่
าวคื
อ
ในสมั
ยพุ
ทธกาล พระพุ
ทธเจ้
า เสด็
จไปแสดงพระธรรมเทศนา (อภิ
ธรรม) โปรดพุ
ทธมารดาที่
สวรรค์
ชั
้
นดาวดึ
งส์
เป็
นเวลา ๓ เดื
อน แล้
วได้
เสด็
จกลั
บลงมาที่
เมื
องลั
งกั
สสะนครในระหว่
างที่
เสด็
จจากเทวโลก
ลงมานั
้
น พระพรหม และพระอิ
นทร์
ได้
เนรมิ
ตบั
นไดขึ
้
น ๓ บั
นได ได้
แก่
บั
นไดเงิ
น บั
นไดทอง และ
บั
นไดแก้
ว สํ
าหรั
บเป็
นที่
ให้
พระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จลงมายั
งโลกมนุ
ษย์
พระพุ
ทธเจ้
าได้
เสด็
จลงมาทางบั
นไดแก้
ว
ระหว่
างที่
พระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จลงมานั
้
น ได้
มี
เทวดาตามส่
งเสด็
จเป็
นจํ
านวนมาก และด้
วยพุ
ทธาภิ
นิ
หาร พระ
พุ
ทธองค์
ทรงบั
นดาลให้
โลกทั
้
ง ๓ โลก คื
อ สวรรค์
มนุ
ษย์
และนรก ได้
มองเห็
นกั
น ขณะที่
พระพุ
ทธเจ้
า
เสด็
จมาทางบั
นไดแก้
ว ได้
มี
คนธรรพ์
มาขั
บร้
องและบรรเลงดนตรี
เพื่
อเป็
นพุ
ทธบู
ชา เนื่
องที่
พระพุ
ทธเจ้
าได้
เสด็
จกลั
บมายั
งโลกมนุ
ษย์
จากสาเหตุ
เรื่
องราวที่
กล่
าวมาจะเห็
นได้
ว่
าคนธรรพ์
ได้
นํ
าดนตรี
ชนิ
ดหนึ่
ง ซึ่
งมี
ลั
กษณะเหมื
อนหรื
อคล้
ายปี่
กลองชนิ
ดหนึ่
งของไทยเรา หรื
อของอิ
นเดี
ย โดยเฉพาะตามกิ
จกรรมฝาผนั
ง
พระอุ
โบสถ หรื
อวิ
หารต่
างๆ จะมี
ภาพวาดเกี่
ยวกั
บคนธรรพ์
นํ
าดนตรี
มาบรรเลง มี
ทั
้
งการขั
บร้
องฟ้
อนรํ
า
ในขณะที่
พระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จจากสวรรค์
ชั
้
นดาวดึ
งส์
(สั
มภาษณ์
นายแฉ่
ง มี
เจริ
ญ ,นายจรู
ญ กระแส
๒๕๐๙) (สภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย, (ม.ป.ป.). หน้
า ๒)
คํ
าว่
า “ปี่
กลอง” ที่
คนธรรพ์
นํ
ามาบรรเลงในขณะที่
พระพุ
ทธเจ้
าเสด็
จลงมายั
งโลกมนุ
ษย์
มี
ลั
กษณะเหมื
อนปี่
กลองของไทย ที่
ชาวจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ยได้
เล่
นหรื
อบรรเลงได้
แก่
“กลองมั
งคละ” ซึ่
งเป็
นดนตรี
พื
้
นบ้
านของชาวจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย
ในตามชนบทหรื
อตามท้
องถิ่
นซึ่
งอยู
่
ห่
างจากที่
ตั
้
งจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย จะเรี
ยนกลองมั
งคละว่
า มั
งคละ
บ้
าง บั
งคละบ้
าง และปี่
กลองบ้
าง สาเหตุ
ที่
ประชาชนชาวชนบทเรี
ยนกลองมั
งคละเป็
นปี่
กลองเป็
นการ