๕๐
เรี
ยกชื่
อตามดนตรี
ที่
ใช้
ในวงมั
งคละ คื
อ ปี่
และกลอง เมื่
อรวมคํ
าแล้
วก็
เป็
นปี่
กลอง (สภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด
สุ
โขทั
ย, ม.ป.ป..หน้
า ๑-๓)
ประวั
ติ
การเล่
นมั
งคละของชาวจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย
ในปี
พ.ศ. ๒๕๐๗ ขณะที่
นายสํ
าเนา จั
นทร์
จรู
ญ ดํ
ารงตํ
าแหน่
งครู
โรงเรี
ยนบ้
านคลองตาล
(กระจ่
างจิ
นดา) อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย ได้
ทราบว่
า หลวงปู
่
แหยม จ่
านาค ซึ่
งมี
ความรู
้
ความสามารถเชี่
ยวชาญในการเล่
นมั
งคละ และได้
มาจํ
าพรรษาอยู
่
ที่
วั
ดศรี
นิ
โคตรธาราม (วั
ดกุ
ฎี
จี
น) ซึ่
ง
อยู
่
ติ
ดกั
บโรงเรี
ยน นายสํ
าเนา จั
นทร์
จรู
ญ จึ
งได้
ขอสมั
ครเป็
นศิ
ษย์
ในการถ่
ายทอดการเล่
นมั
งคละพื
้
นบ้
าน
สุ
โขทั
ย ขณะนั
้
นหลวงปู
่
แหยม จ่
านาค มี
อายุ
ถึ
ง ๙๒ ปี
พื
้
นเพเดิ
มเป็
นคนบ้
านศาลาแดง (วั
ดคลองโป่
ง)
ตํ
าบลสามเรื
อน อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย ต่
อมาได้
แต่
งงานกั
บแม่
อ่
อน และได้
มาอยู
่
กั
บแม่
อ่
อน ที่
ตํ
าบลบ้
านนา อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย หลวงปู
่
แหยม จ่
านาค ได้
กรุ
ณาถ่
ายทอดการเล่
นมั
งคละ
พื
้
นบ้
านสุ
โขทั
ยให้
พร้
อมทั
้
งเพลงและท่
าร่
ายรํ
าบางท่
า พร้
อมกั
นนี
้
หลวงปู
่
แหยม จ่
านาค ได้
ถ่
ายทอด
เรื่
องราวการเล่
นมั
งคละให้
ฟั
งว่
า ตั
วท่
านเองได้
เริ่
มฝึ
กการเล่
นมั
งคละตั
้
งแต่
สมั
ยยั
งไม่
โกนจุ
ก โดยโยมบิ
ดา
(พ่
อฟั
ก จ่
านาค) ได้
เป็
นผู
้
ฝึ
กการเล่
นให้
จนเกิ
ดความชํ
านาญในการตี
กลองมั
งคละจนมี
ชื่
อเสี
ยงโด่
งดั
ง
เมื่
อเป็
นหนุ
่
มเต็
มตั
วได้
เป็
นหั
วหน้
าวงมั
งคละแทนบิ
ดา พร้
อมทั
้
งได้
ถ่
ายทอดการเล่
นมั
งคละให้
แก่
ลู
กหลาน
และผู
้
ที่
สนใจสื
บทอดต่
อไป ปั
จจุ
บั
นเครื่
องดนตรี
ที่
หลวงปู
่
แหยม จ่
านาค ซึ่
งได้
รั
บตกทอดมาจากพ่
อฟั
ก
บิ
ดา ได้
อยู
่
ที่
นายสํ
าเนา จั
นทร์
จรู
ญ รวมอายุ
ของดนตรี
มั
งคละชุ
ดนี
้
มี
อายุ
ประมาณ ๑๖๐ - ๑๘๐ ปี
จากการได้
รั
บการถ่
ายทอดการเล่
นมั
งคละจาก หลวงปู
่
แหยม จ่
านาค แล้
ว นายสํ
าเนา จั
นทร์
จรู
ญ ยั
งได้
ศึ
กษาค้
นคว้
าเรื่
องมั
งคละจากท่
านที่
มี
ความรู
้
ความสามารถอี
กหลายท่
าน ปี
พ.ศ. ๒๕๐๘
ได้
สั
มภาษณ์
พ่
อคํ
า จั
นทร์
เดช พ่
อแกละ กลอยเดช พ่
อเบิ
ก กลอยเดช พ่
อโต๊
ะ พู
ลรอด ชาวบ้
าน
หนองรั
้
งใต้
ตํ
าบลวั
งลึ
ก อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย แต่
ละท่
านมี
อายุ
ตั
้
งแต่
๗๐ - ๘๐ ปี
(ปั
จจุ
บั
น
เสี
ยชี
วิ
ตหมดแล้
ว) ท่
านเหล่
านี
้
ได้
ยื
นยั
นว่
าได้
เล่
นกลองมั
งคละมาตั
้
งแต่
นมยั
งไม่
แตกพาน เพราะทุ
กคน
มี
ความผู
กพั
นกั
บการเล่
นกลองมั
งคละเป็
นชี
วิ
ตจิ
ตใจ
ต่
อมา ในปี
พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๒๕๑๐ นายสํ
าเนา จั
นทร์
จรู
ญ ได้
ศึ
กษาเพลงกลองหรื
อไม้
กลอง
มั
งคละ จากพ่
อชู
จุ
่
นคง ชาวบ้
านวงฆ้
อง ตํ
าบลเกาะตาเลี
้
ยง อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย พ่
อแฉ่
ง
มี
เจริ
ญ หั
วหน้
าวงกลองยาวและมั
งคละคณะ ฉ.มี
เจริ
ญ บ้
านหนองรั
้
งเหนื
อ ตํ
าบลวั
งลึ
ก อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง
จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย คุ
ณครู
ประเสริ
ฐ บุ
ญกล่
อม หั
วหน้
าวงปี่
พาทย์
และมั
งคละ บ้
านท่
าทอง อํ
าเภอสวรรคโลก
จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย และนายจํ
าเนี
ยร จั
นทร์
จรู
ญ พี่
ชาย (ปั
จจุ
บั
นบวชเป็
นพระจํ
าพรรษาอยู
่
ที่
วั
ดโพธาราม)
ตํ
าบลคลองตาล อํ
าเภอศรี
สํ
าโรง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย ท่
านเหล่
านี
้
เป็
นผู
้
ที่
มี
ความสามารถเชี่
ยวชาญในการเล่
น
มั
งคละ ได้
กรุ
ณาถ่
ายทอดและกล่
าวถึ
งประวั
ติ
ความเป็
นมา ของการเล่
นมั
งคละให้
เป็
นอย่
างดี
ในปั
จจุ
บั
น
ก็
ยั
งให้
ความร่
วมมื
อในการถ่
ายทอดสื
บสานการเล่
นมั
งคละอย่
างต่
อเนื่
อง