Page 38 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๙
๒. ฆ้
อง คํ
าว่
า “ฆ้
อง” นี
มี
อยู
หลายแห่
ง ซึ่
งคงจะต้
องเป็
นฆ้
องหลายลู
กที่
ดํ
าเนิ
นเป็
นทํ
านองได้
คงมิ
ใช่
ฆ้
องลู
กเดี
ยวอย่
างฆ้
องโหม่
ง คงจะต้
องเป็
นฆ้
องวง ซึ่
งท่
านผู
รู
เคยกล่
าวว่
าฆ้
องวงนี
สมั
ยโบราณ
ทางเหนื
อเขาเรี
ยกว่
า “เจแวง” ดั
งที่
ปรากฏอยู
ในพงศาวดารลานช้
าง
๓. ตะโพน ตรงกั
บคํ
าว่
า “มุ
ทิ
งค์
” หรื
อ “มฤทิ
งค์
” ในไตรภู
มิ
พระร่
วง
๔. กลองทั
ด ก็
คื
อ กลองขนาดใหญ่
ซึ่
งในไตรภู
มิ
พระร่
วงนั
นมี
กลองอยู
๓ ขนาด คื
อ ทั
งขนาด
ใหญ่
ขนาดกลาง ขนาดเล็
๕. ฉิ่
ง ฉิ่
งนั
นเรี
ยกตามชื่
อเดิ
มในไตรภู
มิ
พระร่
วง ซึ่
งกล่
าวติ
ดกั
นเป็
น “ฉิ่
งแฉ่
ง” หากแยกฉิ่
งออก
ก็
คื
อ “ฉิ่
ง” อย่
างที่
เราใช้
กั
นอยู
ในปั
จจุ
บั
นนี
ส่
วน “แฉ่
ง” นั
นก็
คื
อ ฉาบ ซึ่
งในสมั
ยโบราณคงจะตี
เปิ
ดอย่
าง
จี
น จึ
งฟั
งเป็
นแฉ่
ง ในสมั
ยปั
จจุ
บั
นนี
ตี
แล้
วกดให้
ประกบกั
นจึ
งฟั
งเป็
นฉาบ และเรี
ยกว่
า ฉาบ
วงปี่
พาทย์
เครื่
องห้
าในสมั
ยสุ
โขทั
ยเป็
นดั
งกล่
าวมานี
ส่
วนระนาดไม่
พบคํ
าใดที่
หมายถึ
งระนาดได้
เลย จึ
งเข้
าใจว่
า พาทย์
เครื่
องห้
าสมั
ยสุ
โขทั
ย ไม่
มี
ระนาด มี
อยู
แต่
เพี
ยง ปี่
ฆ้
องวง ตะโพน กลองทั
และฉิ่
งเท่
านั
พิ
ณ ต่
อไปนี
จะพู
ดกั
นถึ
งคํ
าว่
า “เสี
ยงพิ
ณ” ตามศิ
ลาจารึ
กหลั
กที่
หนึ่
งบ้
าง โดยเฉพาะคํ
าว่
า “พิ
ณ”
ก็
หมายถึ
งเครื่
องดนตรี
ที่
มี
สายและขึ
งเป็
นเสี
ยง คํ
าว่
า “พิ
ณ” นี
แผลงมาจากคํ
าว่
า “วี
ณา” ของอิ
นเดี
พิ
ณในสุ
โขทั
ยตามภาพปั
นที่
หน้
าบั
นด้
านเหนื
อของพระปรางค์
วั
ดพระพายหลวง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย มี
รู
ปเหมื
อน
กระจั
บปี่
ในปั
จจุ
บั
นนี
สมั
ยโบราณเรี
ยกว่
า “พิ
ณ” ภายหลั
งคงมาเรี
ยกกั
นว่
า “กระจั
บปี่
” บางแห่
งก็
ว่
เนื่
องจากมี
รู
ปเหมื
อนเต่
าจึ
งใช้
ชื่
อเรี
ยกว่
า “กั
จฉบิ
” แต่
ว่
าเครื่
องดนตรี
ของบอร์
เนี
ยวและของชาวชวาก็
มี
ที่
เรี
ยกว่
า “กระจั
บปี่
” เหมื
อนกั
น แต่
ว่
ามี
รู
ปล่
างเป็
นคนละอย่
าง อาจเลี
ยนชื่
อกั
นก็
ได้
นอกจากพิ
ณที่
กล่
าวมานี
ก็
ยั
งมี
“พิ
ณนํ
าเต้
า” ที่
เป็
นของเขมรอี
กอย่
างหนึ่
งเป็
นพิ
ณที่
มี
สายเดี
ยว
กะโหลกที่
อุ
มเสี
ยงทํ
าด้
วยผลนํ
าเต้
า คนไทยสมั
ยสุ
โขทั
ยจะนิ
ยมเล่
ากั
นบ้
างหรื
อเปล่
าก็
ไม่
ทราบ พิ
ณอี
อย่
างหนึ่
งก็
คื
อ พิ
ณเพี
ยะหรื
อเปี๊
ยะ รู
ปร่
างคล้
ายพิ
ณนํ
าเต้
า แต่
ว่
ามี
สองสาย และกะโหลกที่
อุ
มเสี
ยงทํ
ด้
วยผลนํ
าเต้
า แต่
ว่
ามี
สองสาย และกะโหลกที่
อุ
มเสี
ยงทํ
าด้
วยกะลามะพร้
าว พิ
ณเพี
ยะหรื
อเปี๊
ยะนี
นิ
ยมดี
กั
นอยู
ในทางภาคเหนื
อโดยมาก
ซอ คํ
าว่
า “เสี
ยงพิ
ณ” ในศิ
ลาจารึ
กนี
จะต้
องหมายถึ
ง บรรดาเครื่
องดนตรี
ที่
มี
สายและสี
เป็
นเสี
ยง
ที่
เรี
ยกว่
า “ซอ” ด้
วย ในสมั
ยสุ
โขทั
ยก็
มี
“ซอสามสาย” ซึ่
งเป็
นซอของไทยแท้
อยู
แล้
ว นอกจากนั
นอาจจะมี
ซอด้
วง ซออู
ด้
วยก็
ได้
เพราะว่
าซอแบบนี
ย่
อมจะมี
ขึ
นในเมื
องไทยมานานแล้
วตั
งแต่
ก่
อนสุ
โขทั
เป็
นอั
นว่
าเครื่
องดนตรี
ประเภทที่
มี
สายทั
งดี
ดและสี
ซึ่
งเป็
นต้
นทางที่
จะนํ
ามาผสมวงให้
เป็
นวงมโหรี
และ
เครื่
องสายในปั
จจุ
บั
น ได้
มี
มาแล้
วในสมั
ยสุ
โขทั
ยหลายอย่
าง และคงจะบรรเลงกั
นได้
อย่
างไพเราะพอที่
จะ
บั
นทึ
กไว้
ในศิ
ลาจารึ
ก ดั
งปรากฏอยู
นั
นด้
วย