๒๘
เลิ
ศเสี
ยงก้
อง อี
กทั
้
งคนร้
องโห่
อื
้
อดาสรท้
าน ทั่
วทั
้
งนครหริ
ภุ
ญชั
ย แล”
ชื่
อเครื่
องดนตรี
ต่
าง ๆ ซึ่
งมี
อยู
่
ในหลั
กฐานที่
นํ
ามากล่
าวนี
้
เป็
นสิ่
งที่
ท่
านผู
้
บั
นทึ
กได้
รวบรวมขึ
้
นไว้
ตามแต่
จะแลเห็
นหรื
อคิ
ดว่
าควรจะมี
เท่
านั
้
น ย่
อมมี
ทั
้
งสิ่
งที่
อยู
่
ในวงดนตรี
และที่
ประชาชนนํ
ามาตี
เป่
าเพื่
อ
ความครึ
กครื
้
นสนุ
กสนานกั
น เพราะฉะนั
้
นการที่
จะพิ
จารณาว่
าเครื่
องดนตรี
ที่
ใช้
บรรเลงตามแบบแผนจริ
ง ๆ
ในสมั
ยสุ
โขทั
ยมี
อะไรบ้
าง ก็
จะต้
องคั
ดเลื
อกเก็
บมาแต่
สิ่
งที่
อยู
่
ในวงจริ
ง ๆ ดั
งจะได้
กล่
าวต่
อไปนี
้
วงแตรสั
งข์
ที่
ประกอบพระราชพิ
ธี
อย่
างสมั
ยนี
้
มี
อยู
่
ครบบริ
บู
รณ์
สั
งข์
และแตรคื
อแตรยาวที่
สมั
ยนี
้
เรี
ยกว่
า “แตรฝรั่
ง” นี
้
มี
อยู
่
ในไตรภู
มิ
พระร่
วง ส่
วนแตรงอนก็
คื
อ “กาหล” จากหลั
กศิ
ลาจารึ
กวั
ดพระยื
น ส่
วน
วงปี่
ไฉน กลองชนะ ก็
เก็
บจาก “ปี่
ไฉนแก้
ว” ในไตรภู
มิ
พระร่
วงหรื
อปี่
สรไนในศิ
ลาจารึ
กวั
ดพระยื
น กั
บคํ
าว่
า
“ทะเที
ยด” หรื
อ “สรเที
ยด” ซึ่
งท่
านผู
้
รู
้
ได้
กล่
าวว่
า ตรงกั
บคํ
าบาลี
ว่
า “ทิ
นทิ
ม” แปลว่
า กลองสองหน้
าใช้
ตี
ด้
วยไม้
ข้
างหนึ่
ง คื
อกลองชนะ แถมยั
งมี
บั
ณเฑาะว์
และมโหระทึ
กอี
กด้
วย จึ
งเป็
นอั
นว่
าเครื่
องประโคม
ประกอบพระเกี
ยรติ
ยศของพระมหากษั
ตริ
ย์
นั
้
นมี
พร้
อมมู
ลในสมั
ยสุ
โขทั
ย
ที
นี
้
จะกล่
าวถึ
ง วงปี่
พาทย์
ซึ่
งเป็
นวงดนตรี
ที่
ถื
อว่
าเป็
นหลั
กสํ
าคั
ญในวงการดนตรี
ไทย วงปี่
พาทย์
ก็
คื
อ วงดนตรี
ประกอบด้
วยเครื่
องตี
เป่
า ตรงกั
บคํ
าว่
า “เสี
ยงปี
พาทย์
” ในหลั
กศิ
ลาจารึ
กของพ่
อขุ
น
รามคํ
าแหงหลั
กที่
หนึ่
ง ในสมั
ยสุ
โขทั
ยนี
้
วั
ฒนธรรมของอิ
นเดี
ยทั
้
งทางศิ
ลปกรรม วรรณกรรม ตลอดจนลั
ทธิ
ศาสนาต่
าง ๆ ได้
แผ่
เข้
ามาแพร่
หลายเป็
นที่
นิ
ยมนั
บถื
อของชาวแหลมอิ
นโดจี
นทั่
วไป ประชาชนแถบนี
้
ต่
างก็
ปฏิ
บั
ติ
กิ
จกรรมต่
าง ๆ โดยยึ
ดถื
อแบบแผนของอิ
นเดี
ยกั
นทั
้
งสิ
้
น ไทยเราก็
เช่
นเดี
ยวกั
น
ในการจั
ดวงดนตรี
อิ
นเดี
ย มี
วงดนตรี
ที่
ใช้
เครื่
องตี
เป่
าเป็
นแบบแผนอยู
่
วงหนึ่
ง เรี
ยกว่
า ปั
ญจ
ดุ
ริ
ยางค์
ซึ่
งประกอบด้
วยเครื่
องบรรเลง ๕ สิ่
ง คื
อ
สุ
ลิ
รํ
เครื่
องที่
มี
รู
กลวงภายในเป็
นเครื่
องเป่
า
อาตตํ
เครื่
องขึ
้
นหนั
งหน้
าเดี
ยว
วิ
ตตํ
เครื่
องขึ
้
นหนั
งสองหน้
า
อาตตวิ
ตตํ
เครื่
องหุ
้
มหนั
งรอบตั
ว
ฆนํ
เครื่
องที่
เป็
นแท่
งทึ
บกระทบเป็
นเสี
ยง
ไทยเราจึ
งผสมวงโดยดํ
าเนิ
นตามแบบแผนนี
้
บ้
าง โดยเรี
ยกว่
า “วงเครื่
องห้
า” เลื
อกหาเครื่
องดนตรี
ที่
มี
อยู
่
แล้
วมาผสมเป็
นวงขึ
้
นเลี
ยนตามลั
กษณะของปั
ญจดุ
ริ
ยางค์
คื
อ
๑. ปี่
ได้
แก่
ปี่
ใน ที่
เราใช้
กั
นอยู
่
ในปั
จจุ
บั
นนี
้
โบราณอาจเรี
ยก “ปี่
สรไน” หรื
อ “นั
นทไฉน”
อย่
างใดอย่
างหนึ่
งก็
ได้
ปี่
ในนี
้
นั
บว่
าเป็
นของไทยแท้
มี
ลั
กษณะแตกต่
างของชาติ
อื่
น ๆ ทั
้
งสิ
้
น มี
รู
ปิ
ดเปิ
ดนิ
้
ว
๖ รู
ตอนบนมี
อยู
่
๔ รู
เรี
ยงกั
นแล้
วก็
เว้
นเป็
นช่
วงหนึ่
งจึ
งถึ
งตอนล่
างอี
ก ๒ รู
เวลาเป่
าเสี
ยงสามั
ญนี
้
ปี่
หรื
อขลุ
่
ยของทุ
ก ๆ ชาติ
จะต้
องปิ
ดเปิ
ดรู
และนิ
้
วเรี
ยงลํ
าดั
บกั
น แต่
ปี่
ในเมื
องเป่
าเสี
ยงเรี
ยงกั
นจะต้
องปิ
ดเปิ
ด
นิ
้
วสลั
บสั
บสนกั
น ไม่
เรี
ยงตามลํ
าดั
บกั
นเหมื
อนปี่
ของชาติ
อื่
น