๒๗
พิ
จารณาจากข้
อความในหนั
งสื
อไตรภู
มิ
เกี่
ยวด้
วยดนตรี
ขั
บร้
องฟ้
อนรํ
า ซึ่
งมิ
ได้
แปลจากอรรถกถาก็
มี
ที่
จาระไนรายชื่
อเครื่
องดรตรี
อยู
่
ในตอนที่
ว่
า ด้
วยความสุ
ขใน อุ
ตรกุ
รุ
ทวี
ป ตอนหนึ่
งว่
า
“ บ้
างเต้
น บ้
างรํ
า บ้
างฟ้
อน ระบํ
า บรรลื
อเพลงดุ
ริ
ยะดนตรี
บ้
าง
ดี
ด บ้
างสี
บ้
างตี
บ้
างเป่
า บ้
างขั
บสั
พพสํ
าเนี
ยง เสี
ยงหมู
่
นั
กคุ
นจุ
นกั
นไป
เดี
ยรดาษ พื
้
นฆ้
องกลองแตรสั
งข์
ระฆั
งกั
งสดาล มโหรทึ
กกึ
กก้
อง ทํ
านุ
กดี
”
นี
้
แห่
งหนึ่
ง กั
บที่
กล่
าวมาถึ
งตอนชื่
นชมนิ
ยมพระบารมี
ของสมเด็
จพระมหาจั
กรพั
ตราธิ
ราช อี
กตอน
หนึ่
งว่
า
“ แล้
วแลร้
อง ก้
องขั
บเสี
ยงพาทย์
เสี
ยงพิ
ณ แตรสั
งข์
ฟั
งเสี
ยงกลองใหญ่
แลกลองราม กลองเล็
ก แลฉิ่
งแฉ่
ง บั
ณเฑาะว์
วั
งเวง ลางคนตี
กลอง
ตี
พาทย์
ฆ้
องตี
กรั
บสั
พพทุ
กสิ่
ง ลางจํ
าพวกดี
ดพิ
ณและสี
ซอพุ
งตอ แลกั
นฉิ่
ง
ริ
งรํ
าจั
บระบํ
าเต้
นเล่
นสารพนั
กคุ
ณทั
้
งหลาย สั
พพดุ
ริ
ยดนตรี
อยู
่
ครื
นเครง
อลวนเวงดั
งแผ่
นดิ
นจะถล่
ม”
ส่
วนในตอนที่
ว่
าด้
วยสมบั
ติ
ของพระอิ
นทร์
ในชั
้
นดาวดึ
งส์
โดยมากเป็
นชื่
อกลองต่
าง ๆ ชื่
อบั
ณเฑาะว์
ต่
าง ๆ และชื่
อสั
งข์
ต่
าง ๆ ซึ่
งแลเห็
นว่
าทรงแปลมาจากอรรถกถา แต่
มี
ที่
น่
าสั
งเกตอยู
่
สองแห่
ง คื
อ สั
งข์
ที่
เรี
ยกว่
า มุ
ทิ
งคสั
งข์
แห่
งหนึ่
งกั
บตอนที่
ว่
าถึ
งเทพยดาเป่
าปี่
ว่
า “ยั
งมี
เทพยดาตนหนึ่
งชื่
อว่
า สรโฆสสุ
ร เป่
าปี่
ไฉนแก้
วเลาหนึ่
งชื่
อว่
า นั
นทไฉน” อี
กแห่
งหนึ่
ง
นอกจากหลั
กฐานทั
้
งสองแห่
งที่
ได้
กล่
าวมาแล้
ว ยั
งมี
หลั
กศิ
ลาจารึ
กมที่
กล่
าวถึ
งเรื่
องดนตรี
ขั
บร้
อง
ฟ้
อนรํ
าในสมั
ยใกล้
เคี
ยงกั
นอี
กแห่
งหนึ่
งก็
คื
อ หลั
กศิ
ลาจารึ
กที่
เรี
ยกว่
า ศิ
ลาจารึ
กภู
เขาสุ
มนกู
ฏ ซึ่
งหนั
งสื
อ
ประชุ
มจารึ
กสยามภาคหนึ่
ง จั
ดไว้
เป็
นหลั
กที่
๘ ข้
อความตอนหนึ่
งในศิ
ลาจารึ
กหลั
กนี
้
มี
ว่
า
“ทั
้
งสองปลากหนทางย่
อมเรี
ยงขั
นหมากพลู
บู
ชาพิ
ลม ระบํ
า
เต้
นเล่
นทุ
กฉั
นด้
วยเสี
ยงอั
นสาธุ
การบู
ชา อี
กด้
วยดุ
รยพาทพิ
ณ ฆ้
องกลอง
เสี
ยงดั
ง สี
พดั
งดิ
นจั
กหล่
มอั
นใส้
”
ในสมั
ยสุ
โขทั
ยนั
้
นบรรดาท่
านนั
กปราชญ์
ทางประวั
ติ
ศาสตร์
ก็
ดู
เหมื
อนจะเห็
นพ้
องต้
องกั
นว่
า
ศิ
ลปกรรมและวั
ฒนธรรมของสุ
โขทั
ยกั
บลานนาไทยต่
างก็
เทไปถ่
ายมาสู
่
กั
นและกั
นอยู
่
เสมอ ๆ เพราะฉะนั
้
นก็
จํ
าเป็
นที่
จะต้
องนํ
าหลั
กฐานทางลานนาไทยที่
ร่
วมสมั
ยกั
นมาร่
วมพิ
จารณาด้
วย ซึ่
งได้
แก่
หลั
กศิ
ลาจารึ
กวั
ด
พระยื
น จั
งหวั
ดลํ
าพู
น ซึ่
งจารึ
กในพุ
ทธศั
กราช ๑๙๘๓ คํ
าจารึ
กหลั
กนี
้
มี
ข้
อความตอนหนึ่
งที่
กล่
าวถึ
งการรั
บ
พระมหาสุ
มนเถรซึ่
งอาราธนาไปจากสุ
โขทั
ย ว่
า
“ให้
ถื
อกระทงข้
าวตอกดอกไม้
ไต้
เที
ยน ตี
พาทย์
ดั
งพิ
ณฆ้
องกลอง ปี่
สรไนพิ
สเนญชั
ย ทะเที
ยดกาหลแตรสั
งข์
มานกั
งสดาล มรทงค์
ดงเดื
อด เสี
ยง