- 91 -
เท่
านั
้
น”(จรั
ญ.2549:405-406) ความยุ
ติ
ธรรมตามเจตจํ
านงของพระเจ้
าจึ
งได้
ลดบทบาทลงไปและ
สิ
้
นความหมายในยุ
ครั
ฐชาติ
ความยุ
ติ
ธรรมแบบชาวชุ
มชน
นอกจากทรรศนะเรื่
องความยุ
ติ
ธรรมข้
างต้
นแล้
วมี
อี
กทรรศนะหนึ
่
งที่
เชื่
อว่
า ความยุ
ติ
ธรรม
อยู
่
เหนื
อกฎหมาย “โดยความยุ
ติ
ธรรมอั
นอยู
่
เหนื
อกฎหมายเช่
นนี
้
ผู
้
คนในชุ
มชนอาจค้
นพบได้
จาก
ขนบธรรมเนี
ยมนิ
ยม ประเพณี
ความเชื่
อศรั
ทธา, ศาสนา หรื
ออุ
ดมการณ์
ของคนภายในชุ
มชนนั
้
นๆ”
(จรั
ญ.2549:407-408) อั
นที่
จริ
งการค้
นหาชื่
อเรี
ยกกลุ
่
มแนวคิ
ดนี
้
อาจเรี
ยกว่
า ความยุ
ติ
ธรรมของชาว
ชุ
มชน กลุ
่
มความคิ
ดนี
้
เชื่
อว่
าความยุ
ติ
ธรรมอยู
่
เหนื
อกฎหมาย มั
นมี
อยู
่
แล้
วโดยธรรมชาติ
ไม่
ต้
องมี
การบั
ญญั
ติ
กฎหมายหรื
อกระบวนการให้
ยุ
่
งยากว่
าความยุ
ติ
ธรรมคื
ออะไร เพราะสั
มผั
สและรู
้
ได้
อยู
่
ในตั
วคนว่
าอะไรดี
อะไรถู
กต้
อง อะไรบริ
สุ
ทธิ
์
อะไรเที่
ยงตรง อะไรเหมาะสมหรื
อไม่
เหมาะสมกั
บ
ชุ
มชนของตนเอง โดยได้
อิ
งอยู
่
กั
บความเห็
นของผู
้
คนส่
วนใหญ่
ในสั
งคมหรื
อชุ
มชนนั
้
น เมื่
อเราเอา
หลั
กวิ
ชาการสมั
ยใหม่
เข้
าศึ
กษา เราคงนิ
ยามได้
แค่
เพี
ยงว่
า “ความยุ
ติ
ธรรม คื
อ สิ
่
งที่
สมาชิ
กของชุ
มชน
ผู
้
มี
จิ
ตใจชอบเชื่
อว่
าเป็
นธรรม” (จรั
ญ.2549:410) อั
นที่
จริ
งทรรศนะเช่
นนี
้
เป็
นความคิ
ดกระแสหลั
ก
ของการยุ
ติ
ธรรมในแผ่
นดิ
นอาณาจั
กรแว่
นแคว้
นหรื
อนครรั
ฐในภู
มิ
ภาคแถบนี
้
ซึ
่
งมี
ความเป็
นมา
ยาวนานยิ
่
งกว่
าการใช้
ระบบประมวลกฎหมายเสี
ยอี
ก
แต่
ทว่
าระบบนี
้
เป็
นระบบที่
ชาวบ้
านที่
อยู
่
ร่
วมกั
นเป็
นกลุ ่
มเล็
กกลุ
่
มน้
อยได้
ร่
วมกั
นถื
อปฏิ
บั
ติ
กั
นมา โดยที่
แต่
ละชุ
มชนหรื
ออาณาจั
กรแว่
นแคว้
น
สามารถตั
้
งหลั
กความยุ
ติ
ธรรมของตนเองขึ
้
นมาใช้
บั
งคั
บหรื
อวางเป็
นแนวทางปฏิ
บั
ติ
กว้
างๆได้
โดย
เพี
ยงแค่
ให้
มุ ่
งหมายความยุ
ติ
ธรรมที่
เป็
นไปในทางความถู
กต้
องสอดคล้
องเที่
ยงตรงต่
อสิ ่
งที่
ควรจะ
เป็
นตามความจริ
งเท่
านั
้
น กฎหมายระบบนี
้
ได้
ผสานเอาหลั
กคุ
ณธรรมจริ
ยธรรม ศี
ลธรรมต่
างๆใน
สั
งคมมาใช้
พิ
จารณาร่
วมกั
น มุ ่
งเน้
นผลสั
มฤทธิ
์
ของการเหยี่
ยวยาสั
งคมส่
วนรวมมากว่
าการแก้
แค้
น
ทดแทน เมื่
อประเทศไทยได้
ลดทอนคุ
ณค่
าภายในของกฎหมายที่
เน้
นเรื่
องความยุ
ติ
ธรรมเชิ
งอุ
ดมคติ
ถื
อว่
าเป็
นคนละเรื่
องกั
บกฎหมายบ้
านเมื
อง ความมี
จริ
ยธรรม ศี
ลธรรมเป็
นเรื่
องของการบั
งคั
บทาง
จิ
ตใจให้
ใฝ่
กรรมดี
เป็
นเรื่
องศาสนาอย่
าเอามาปนกั
บกฎหมาย
ความนิ
ยมของการใช้
ระบบความ
ยุ
ติ
ธรรมแบบชาวชุ
มชนจึ
งถู
กผลั
กและลบล้
างจากอํ
านาจรั
ฐ
ถู
กระบุ
ว่
าเป็
นสิ
่
งที่
ไม่
อาจมี
ได้
ใน
ประเทศไทย แนวคิ
ดเช่
นนี
้
เพิ
่
งมี
ขึ
้
นเมื่
อรั
ชกาลที่
5 และโรงเรี
ยนสอนกฎหมายในขณะนั
้
นนํ
าเรา
ระบบกฎหมายบ้
านเมื
องของยุ
โรปเข้
ามาเผยแพร่
เป็
นความคิ
ดกระแสหลั
กแทนเมื่
อไม่
นานมานี
้
เอง
แต่
ไม่
ได้
หมายความว่
าชุ
มชนทุ
กแห่
งจะต้
องเลิ
กใช้
ระบบ
“ความยุ
ติ
ธรรมของชาวชุ
มชน”
เสี
ย
ทั
้
งหมด โดยเฉพาะในกลุ
่
มชุ
มชนชนเผ่
าที่
อยู
่
ห่
างไกลตั
วเมื
อง
ในยุ
คสมั
ยใหม่
นี
้
ได้
มี
คํ
าอธิ
บายเกี่
ยวกั
บคํ
าว่
า ความยุ
ติ
ธรรม โดยให้
อิ
งกั
บความยุ
ติ
ธรรม
ตามแบบพิ
ธี
กล่
าวคื
อให้
ยึ
ดถื
อรู
ปแบบพิ
ธี
หรื
อกระบวนการที่
เป็
นขั
้
นตอน ส่
วนความยุ
ติ
ธรรมตาม
เนื
้
อหา คื
อ เป็
นการเน้
นกั
นที่
ความชอบธรรมตามเนื
้
อหาของเนื
้
อหาภายในกฎหมายที่
เป็
นจริ
งทาง
กฎเกณฑ์
ของกฎหมาย ที่
หมายถึ
ง “เนื
้
อหาสาระของกฎหมายให้
สอดคล้
องกั
บหลั
กคุ
ณค่
าพื
้
นฐาน