- 92 -
ของสั
งคมหรื
อมาตรฐานของความถู
กต้
อง ความยุ
ติ
ธรรมซึ
่
งเหมาะสมกั
บยุ
คสมั
ยและประโยชน์
สุ
ข
ส่
วนรวม”(จรั
ญ.2549:419) ส่
วนคํ
าว่
าความยุ
ติ
ธรรมทางสั
งคม คื
อ “วิ
ถี
ทางจํ
าแนกหรื
อแบ่
งปั
นสิ
่
ง
ซึ
่
งถื
อว่
าเป็
นทรั
พย์
สิ
นหรื
อสิ
่
งอั
นมี
ค่
าในสั
งคม ให้
แก่
สมาชิ
กของสั
งคมอย่
างถู
กต้
องเหมาะสมหรื
อ
อย่
างเป็
นธรรม”(จรั
ญ.2549:423) คนในสั
งคมทุ
กวั
นนี
้
กระหายใคร่
อยากได้
รั
บความยุ
ติ
ธรรมเท่
าที่
จะสรรหามาได้
จากหนทางและความรู
้
ความสามารถของตนเอง
แต่
แท้
ที่
จริ
งความหมายของคํ
าว่
า
ยุ
ติ
ธรรมที่
ใฝ่
หากั
นอยู
่
นั
้
นคื
ออะไรกั
นแน่
เมื่
อถึ
งคราวที่
ต้
องให้
คํ
านิ
ยามที่
อี
กฝ่
ายได้
มี
ความเข้
าใจ
ตรงกั
นกลั
บไม่
มี
ใครสามารถหาคํ
าอธิ
บายให้
อี
กฝ่
ายที่
เป็
นคู
่
ขั
ดแย ้
งอยู
่
นั
้
นยอมรั
บได้
ดั
งที่
อาจารย์
สม
ยศ เชื
้
อไทย ก็
ได้
ยอมรั
บว่
า “...แม้
ว่
าในปั
จจุ
บั
นเราย ั
งไม่
สามารถพู
ดไปถึ
งรายละเอี
ยดว่
าความ
ยุ
ติ
ธรรมคื
ออะไร?
แต่
สํ
าหรั
บนั
กกฎหมายและวิ
ชานิ
ติ
ศาสตร์
จะต้
องมี
ศรั
ทธาต่
อความยุ
ติ
ธรรม
กล่
าวคื
อต้
องยอมรั
บว่
าความยุ
ติ
ธรรมมี
อยู
่
จริ
ง...ในประมวลกฎหมายของจั
กรพรรดิ
จั
สติ
เนี
ยนซึ
่
ง
รวบรวมไว้
ตั
้
งแต่
สมั
ยโรมั
น 1,500 ปี
มาแล้
ว ได้
กล่
าวเอาไว้
ในบทแรกของมู
ลบทนิ
ติ
ศาสตร์
ว่
า
‘ความยุ
ติ
ธรรมคื
อเจตจํ
านงอั
นแน่
วแน่
ตลอดกาลที่
จะให้
แก่
ทุ
กคนตามส่
วนที่
เขาควรจะได้
’
‘วิ
ชา
นิ
ติ
ศาสตร์
เป็
นวิ
ชาที่
ว่
าด้
วยความถู
กต้
องและความไม่
ถู
กต้
อง วิ
ชาที่
ว่
าด้
วยความเป็
นธรรมและความ
ยุ
ติ
ธรรม’…”(สมยศ.2545:209) ถ้
อยคํ
าอั
นสวยหรู
แต่
ดู
แล้
วก็
รู
้
ว่
าย ั
งหาจุ
ดกระจ่
างแจ้
งไม่
ได้
เช่
นนี
้
ทํ
า
ให้
ผู
้
คนในสั
งคมเดิ
นวนเวี
ยนในศาลสถิ
ตย์
ยุ
ติ
ธรรม(ตามกฎหมาย)มานั
กต่
อนั
กแล้
ว ‘ความยุ
ติ
ธรรม
คื
อเจตจํ
านงอั
นแน่
วแน่
ตลอดกาลที่
จะให้
แก่
ทุ
กคนตามส่
วนที่
เขาควรจะได้
’ เจตจํ
านงนั
้
นคื
ออะไร?
เจตจํ
านงนั
้
นมาจากใคร?
แล้
วทํ
าไมต้
องให้
ในเมื่
อมั
นมี
อยู ่
จริ
งกั
บทุ
กคน
ที่
ต้
องมี
การให้
เช่
นนี
้
หมายความว่
ามั
นถู
กพรากไปได้
จากคนทํ
าผิ
ด และส่
วนที่
แต่
ละคนจะได้
รั
บกลั
บมาจากการชดใช้
นั
้
น
ควรวางอยู
่
บนหลั
กของอะไร? ทํ
าไมนั
กนิ
ติ
ศาสตร์
หาคํ
าตอบของคํ
านี
้
ไม่
ทั
้
งๆที่
อ้
างว่
าเป็
นศาสตร์
ที่
ทรงเกี
ยรติ
และน่
าเชื่
อถื
อเป็
นที่
พึ
่
งของประชาชน
เราควรที่
จะยอมรั
บเอาความยุ
ติ
ธรรมแบบชาว
ชุ
มชนขึ
้
นมาอธิ
บายความหมายของคํ
าว่
าความยุ
ติ
ธรรมไหม? ถ้
าให้
โอกาส เราอาจได้
คํ
าตอบว่
า
ความยุ
ติ
ธรรม คื
อ ความดี
ความถู
กต้
องสอดคล้
องเที่
ยงตรงต่
อความจริ
งอย่
างที่
ควรจะเป็
นตามที่
สั
งคมนั
้
นๆยอมรั
บอยู
่
พร้
อมกั
น อาจจะมี
กฎหมายระบุ
ไว้
หรื
อไม่
มี
กฎหมายระบุ
เอาไว้
ก็
ได้
นิ
ยามความยุ
ติ
ธรรมในสั
งคมอิ
้
วมี่
ยน
เราได้
ศึ
กษาและวิ
เคราะห์
แนวคิ
ดต่
างๆที่
เกี่
ยวกั
บความยุ
ติ
ธรรมในหลั
กการทางนิ
ติ
ศาสตร์
แล้
ว เราควรที่
จะเข้
าใจว่
าชุ
มชนอิ
้
วเมี่
ยนที่
มี
ความแตกต่
างออกไป ซึ
่
งเป็
นชนชาติ
เล็
กๆที่
ไม่
มี
การตรา
กฎหมายมาใช้
แต่
มี
คํ
านิ
ยามของคํ
าว่
าความยุ
ติ
ธรรมแบบชาวชุ
มชนท้
องถิ
่
นที่
ตั
้
งชุ
มชนอยู
่
ห่
างไกล
ความยุ
ติ
ธรรมบ้
านเมื
องรั
ฐชาติ
ที่
ว่
าให้
ทํ
าตามกระบวนการหรื
อคํ
าสั ่
งในกฎหมายที่
ระบุ
ให้
ทํ
าได้
หรื
อไม่
ได้
แล้
วมนุ
ษย์
ทํ
าตาม นั
่
นคื
อคํ
าตอบของคํ
าว่
าความยุ
ติ
ธรรมตามความหมายของกฎหมายที่
อธิ
บายโดยสํ
านั
กกฎหมายบ้
านเมื
อง กฎหมายไม่
ยื
นย ั
นว่
าอะไรคื
อความยุ
ติ
ธรรมที่
แท้
จริ
ง คงปล่
อย
ให้
เป็
นฤทธิ
์
เดชของนั
กกฎหมายที่
จะบั
นดาลให้
เกิ
ดความยุ
ติ
ธรรมขึ
้
นในสั
งคม ศาลไทยเคยปฏิ
เสธที่
จะตั
ดสิ
นพิ
พากษาคดี
เพราะอ้
างว่
าไม่
มี
กฎหมายมาแล้
ว ยิ
่
งกว่
านั
้
นข้
าราชการที่
เป็
นเจ้
าหน้
าที่
ของรั
ฐ