Page 96 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 88 -
การพิ
พากษาโทษนั
นซาตานจะต้
องเรี
ยกร้
องให้
พระเจ้
าลงโทษมนุ
ษย์
ทุ
กคนที่
เคยมี
ส่
วนร่
วมในการ
บาปกั
บซาตานมาก่
อน
แต่
จะมี
คนจํ
านวนหนึ
งที่
รอดพ้
นจากการเรี
ยกร้
องให้
ลงโทษของซาตาน
เพราะเหตุ
ว่
าพระเยซู
คริ
สต์
ได้
รั
บรองให้
ว่
าการตายของพระองค์
บนไม้
กางเขนนั
นได้
รั
บโทษแทนเขา
ที่
เชื่
อในพระองค์
แล้
ว เราสามารถเรี
ยกกฎหมายในนิ
ยามใหม่
นี
ว่
า บั
ญญั
ติ
รั
กโดยพระโลหิ
ตพระ
คริ
สต์
หลั
กความยุ
ติ
ธรรมจึ
งดํ
ารงอยู
ได้
ควบคู
กั
บความเมตตาเพราะความรั
กของพระเจ้
านี
เอง
แม้
เป็
นที่
สั
งเกตได้
ว่
าสํ
าหรั
บกลุ
มศาสนาคริ
สต์
แล้
วพวกเขาต้
องเชื่
อมั
นว่
ากฎหมายที่
ประกาศใช้
อยู
นั
น เป็
นสิ
งเดี
ยวกั
บเรื่
องของความยุ
ติ
ธรรม และผู
ที่
ทํ
าหน้
าที่
ให้
คํ
าพิ
พากษาให้
แก่
ประชาชนบนโลกนี
“...พิ
พากษาประชาชนด้
วยความยุ
ติ
ธรรม อย่
ากระทํ
าให้
เสี
ยความยุ
ติ
ธรรม อย่
ลํ
าเอี
ยง อย่
ารั
บสิ
นบน เพราะว่
าสิ
นบนทํ
าให้
ตาของคนมี
ปั
ญญามื
ดมั
วไป และกลั
บคดี
ของคนชอบ
ธรรมเสี
ย ความยุ
ติ
ธรรม ท่
านจงติ
ดตามความยุ
ติ
ธรรมเท่
านั
น เพื่
อท่
านจะมี
ชี
วิ
ตและสื
บมรดกใน
แผ่
นดิ
น...”
(
สมาคมพระคริ
สตธรรมไทย.1998:ก237)
สํ
าหรั
บพระเจ้
าแล้
วความยุ
ติ
ธรรมของ
พระองค์
ในการตั
ดสิ
นต้
องเที่
ยงตรงเสมอ แต่
ไม่
ละเลยความรั
กและเมตตา คนด้
อยโอกาสทางสั
งคม
ทุ
กคนนั
นพระเจ้
าทรงระลึ
กถึ
งเขาเสมอ ดั
งที่
มี
เขี
ยนไว้
ในพระคั
มภี
ร์
ว่
า “...เพราะว่
าพระเยโฮวาห์
พระเจ้
าของท่
านของท่
านเป็
นพระเจ้
าของพระทั
งหลาย และเป็
นจอมของเจ้
าทั
งปวง เป็
นพระเจ้
ยิ ่
งใหญ่
ทรงฤทธิ
และน่
ากลั
ว ทรงปราศจากอคติ
และมิ
ได้
ทรงเห็
นแก่
อามิ
ษสิ
นบน พระองค์
ทรง
ประทานความยุ
ติ
ธรรมแก่
ลู
กกํ
าพร้
าและแม่
ม่
ายและทรงรั
กคนต่
างด้
าว
ประทานอาหารและ
เครื่
องนุ
งห่
มแก่
เขา เพราะฉะนั
นท่
านจงมี
ความรั
กต่
อคนต่
างด้
าว เพราะท่
านทั
งหลายก็
เป็
นคนต่
าง
ด้
าวในแผ่
นดิ
นอี
ยิ
ปต์
...”
(
สมาคมพระคริ
สตธรรมไทย. 1998: ก 237) ซึ
งเราจะเห็
นว่
ากฎหมายที่
มี
ความเสมอภาคเท่
าเที
ยมกั
นทั
งชนกลุ ่
มใหญ่
และชนกลุ
มน้
อยในสั
งคมเช่
นนี
มี
การบั
ญญั
ติ
ให้
ใช้
ตั
งแต่
ประวั
ติ
ศาสตร์
กฎหมายในยุ
คแรกๆแล้
ว คื
ออย่
างน้
อยประมาณ 3,500 ปี
แล้
วที่
ได้
มี
การบั
นทึ
กฎหมายฉบั
บนี
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรในชนชาติ
ฮี
บรู
หรื
อที่
คนส่
วนมากรู
จั
กในชื่
อว่
าชนชาติ
อิ
สราเอล เวลาที่
ชนชาติ
นี
หั
นหลั
งให้
กั
บกฎหมายของพระเจ้
าดั
งกล่
าวมาข้
างต้
น พระเจ้
าก็
ลงโทษ
ประเทศนี
ให้
เป็
นเชลยของเมื
องนั
นเมื
องนี
บ้
าง แต่
ทุ
กครั
งที่
พวกเขากลั
บใจใหม่
ยอมรั
บว่
าทํ
าบาปต่
พระเจ้
าแล้
ว พระเจ้
าก็
ระลึ
กถึ
งพระสั
ญญาของพระองค์
ที่
ให้
ไว้
แก่
ผู
ที่
เชื่
อในพระองค์
ก็
จะนํ
าชนชาติ
นี
ออกมาจากประเทศที่
พวกเขาไปเป็
นเชลยให้
กลั
บมาย ั
งแผ่
นดิ
นแห่
งพระสั
ญญาอี
กครั
งเสมอ
ชน
ชาวอิ
สราเอลจึ
งเชื่
อมั ่
นและให้
ความย ํ
าเกรงต่
อกฎหมายของพระเจ้
า(เราเรี
ยกธรรมบั
ญญั
ติ
หรื
กฎหมายศาสนา)ที่
โมเสสได้
รั
บมาเมื่
อประมาณ 3,500 ปี
ก่
อน ดั
งคํ
ายื
นย ั
นของเนหะมี
ย์
“ข้
าแต่
พระ
เจ้
าของข้
าพระองค์
ทั
งหลาย ซึ
งเป็
นพระเจ้
ายิ
งใหญ่
ทรงฤทธิ
และน่
าเกรงกลั
ว ผู
ทรงรั
กษาพั
นธ-
สั
ญญาและความรั
กมั ่
นคง ฉะนั
นขอพระองค์
อย่
าทรงเห็
นว่
า ความทุ
กข์
ยากลํ
าบากทั
งสิ
นนั
นเป็
นแต่
สิ ่
งเล็
กน้
อยซึ
งบั
งเกิ
ดขึ
นกั
บข้
าพระองค์
ทั
งหลาย
กั
บบรรดาพระราชาของข้
าพระองค์
ทั
งหลาย
เจ้
านาย บรรดาปุ
โรหิ
ต บรรดาผู
เผยพระวจนะ บรรพบุ
รุ
ษและชนชาติ
ของพระองค์
ทั
งสิ
น ตั
งแต่
สมั
พระราชาอั
สซี
เรี
ย จนถึ
งวั
นนี
แต่
บรรดาสิ
งที่
เกิ
ดขึ
นแก่
ข้
าพระองค์
ทั
งหลาย พระองค์
ทรงยุ
ติ
ธรรม