- 79 -
ผลประโยชน์
ให้
กั
บประชาชนเช่
นกั
น
เนื่
องจากกฎศาสนาบั
งคั
บไม่
ให้
ผู
้
มี
อํ
านาจกดขี่
ข่
มเหง
ประชาชน นั
บว่
าเป็
นช่
วงที่
หลั
กคํ
าสอนของคริ
สเตี
ยนในพระคริ
สตธรรมคั
มภี
ร์
มี
อิ
ทธิ
พลอย่
างยิ ่
งใน
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของชาติ
ตะวั
นตก
ข้
อเสี
ยประการสํ
าคั
ญคื
อฝ่
ายศาสนจั
กรเข้
ามาควบคุ
มฝ่
าย
ราชอาณาจั
กรมากเกิ
นไป เป็
นยุ
คที่
เกิ
ดการรวมศู
นย์
อํ
านาจไว้
ที่
องค์
พระสั
นตะปาปา บางครั
้
งมี
การ
ใช้
อํ
านาจแห่
งดุ
ลพิ
นิ
จที่
ไม่
สอดคล้
องกั
บหลั
กคํ
าสอนในพระคริ
สตธรรมคั
มภี
ร์
แต่
ก็
ไม่
มี
ใครกล้
า
คั
ดค้
าน
แนวคิ
ดเรื่
องกฎหมายในยุ
คฟื
้
นฟู
ของสํ
านั
กกฎหมายธรรมชาติ
ในยุ
คต่
อมาได้
มี
การอธิ
บายตามเหตุ
ผลนิ
ยมอี
กครั
้
งหนึ
่
ง โดยแนวคิ
ดในยุ
คฟื
้
นฟู
ตั
้
งแต่
คริ
สต
วรรษที่
14 ถึ
ง 16 เป็
นการเชื่
อว่
ามนุ
ษย์
สามารถใช้
สติ
ปั
ญญาค้
นหาหลั
กการแห่
งกฎหมายธรรมชาติ
เป็
นจุ
ดเริ
่
มต้
นของการบั
ญญั
ติ
กฎหมายที่
มาจากหลั
กการของมนุ
ษย์
อย่
างแพร่
หลายและแตกต่
างกั
น
ในแต่
ละท้
องถิ
่
น โดยได้
เลื
อกหาเจตจํ
านงแห่
งตนเองในการกํ
าหนดกฎหมายที่
ปกครองภายในอาณา
เขตได้
เอง นอกจากนี
้
แล้
วสิ ่
งอื่
นไม่
ใช่
กฎหมายตามความหมายในยุ
คใหม่
ที่
เรี
ยกกั
นว่
ายุ
คฟื
้
นฟู
นั
กคิ
ดยุ
คฟื
้
นฟู
กฎหมายธรรมชาติ
ที่
สํ
าคั
ญคื
อ ฮู
โก โกรเชี
ยส(จรั
ญ.2549: 142) กั
บคํ
านิ
ยาม
กฎหมายที่
ว่
า “ธรรมชาติ
ของมนุ
ษย์
คื
อมารดาของกฎหมายธรรมชาติ
” แนวคิ
ดในยุ
คนี
้
เป็
นแนวคิ
ด
ของลั
ทธิ
ปั
จเจกชนนิ
ยม หรื
อการให้
ความสํ
าคั
ญกั
บอํ
านาจรั
ฐเพื่
อควบคุ
มสั
งคมด้
วยสภาพบั
งคั
บ โดย
ต้
องเคารพต่
อสิ
ทธิ
เสรี
ภาพและความเสมอภาคของมนุ
ษย์
มี
การเรี
ยกร้
องให้
เคารพในหลั
กสิ
ทธิ
มนุ
ษยชนและการดู
แลสวั
สดิ
การทางสั
งคมของกลุ
่
มคนที่
ด้
อยโอกาส จุ
ดเน้
นหนั
กในช่
วงแรกๆก็
คื
อ
ให้
หั
นหลั
งแก่
แนวคิ
ดทางสั
งคมของฝ่
ายศาสนจั
กรที่
มี
สํ
านั
กสงฆ์
แห่
งวาติ
กั
น หรื
อที่
รู
้
จั
กกั
นในนาม
ศาสนาคริ
ศต์
นิ
กายโรมั
นคาทอลิ
ก ที่
ได้
ฝื
นกฎบั
ญญั
ติ
ของพระเจ้
าหลายประการ มาติ
น ลู
เธอร์
ซึ
่
ง
เป็
นนั
กบวชคนหนึ
่
งของกลุ ่
มนิ
กายนี
้
เมื่
อได้
ศึ
กษาพระคั
มภี
ร์
อย่
างละเอี
ยดแล้
วเห็
นว่
าคํ
าสั ่
งและ
กฎเกณฑ์
ต่
างๆที่
พระสั
นตะปาปา
ใช้
อํ
านาจแทนพระเจ้
านั
้
นผิ
ดหลั
กคํ
าสอนในพระคั
มภี
ร์
จึ
ง
รวบรวมแล้
วเขี
ยนไปติ
ดหน้
ากํ
าแห่
งโบสถ์
ไว้
ว่
าขั
ดต่
อพระคริ
สตธรรมคั
มภี
ร์
ถึ
ง 95 ข้
อ การที่
ฝ่
ายศา
สนจั
กรโรมั
นคาทอลิ
กทํ
าผิ
ดต่
อพระวจนะของพระเจ้
าจึ
งฝ่
าฝื
นหลั
กการของเจตจํ
านงในพระเจ้
า
อย่
างร้
ายแรง จึ
งเป็
นการเริ
่
มต้
นเรี
ยกร้
องให้
ฝ่
ายศาสนจั
กรแก้
ไขความผิ
ดเหล่
านั
้
น แต่
ผู
้
นํ
าของสํ
านั
ก
วาติ
กั
นได้
ใช้
อํ
านาจขั
บไล่
มาติ
น ลู
เธอร์
ออกจากความเป็
นสมาชิ
กภาพของศาสนจั
กรโรมั
นคาทอลิ
ก
จึ
งเป็
นจุ
ดเริ ่
มต้
นของการที่
ท่
านมาติ
น ลู
เธอร์
จึ
งได้
เริ
่
มต้
นเทศนาเชิ
งปฏิ
ปั
กษ์
มากขึ
้
นตามลํ
าดั
บ โดย
ได้
เน้
นถึ
งหลั
กเรื่
องคุ
ณธรรม จริ
ยธรรม ศี
ลธรรมที่
เป็
นกฎหมายฝ่
ายวิ
ญญาณนั
้
นไม่
ขึ
้
นอยู
่
กั
บอํ
านาจ
ขององค์
พระสั
นตะปาปาแต่
ขึ
้
นตรงพระเจ้
า และการไถ่
บาปนั
้
นเป็
นสิ
ทธิ
อํ
านาจอั
นสมบู
รณ์
ของพระ
คริ
สต์
ที่
มนุ
ษย์
ทุ
กคนสามารถทู
ลขอได้
ด้
วยตนเองไม่
ต้
องวิ
งวอนผ่
านพระแม่
มารี
ย์
หรื
อใบไถ่
บาปที่
จํ
าหน่
ายโดยศาสนจั
กรโรมั
นคาทอลิ
ก การกราบไหว้
รู
ปเคารพไม่
ว่
าจะเป็
นภาพวาดหรื
อรู
ปปั
้
นของ
สิ ่
งหนึ
่
งสิ ่
งใดแทนพระเจ้
านั
้
นผิ
ดต่
อพระบั
ญญั
ติ
ของพระเจ้
า
มนุ
ษย์
ทุ
กคนมี
ความเท่
าเที
ยมกั
นใน
จํ
าเพาะพระพั
กตร์
พระเจ้
า
ไม่
ต้
องถื
อตั
วว่
าเป็
นนั
กบวชสละทางโลกเหมื
อนพระในศาสนจั
กร