Page 83 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 75 -
น้
อยเป็
นสิ
งที่
กฎหมายไม่
รั
บรองอี
กต่
อไป ทางออกของผู
ชายทั
งหลายก็
คื
อสร้
างระบบเมี
ยเก็
บขึ
นมา
จุ
ดนี
ยิ ่
งเป็
นปั
ญหา
เนื่
องจากผู
หญิ
งที่
ต้
องอยู
อย่
างหลบๆซ่
อนๆ
บางครั
งเรี
ยกได้
ว่
าอยู
อย่
างอดๆ
อยากๆก็
มั
กจะมี
ชายที่
รั
กจริ
งอี
กคนหนึ
งแฝงอยู
ในรู
ปเพื่
อนที่
ปรึ
กษายามเหงา ซึ
งความสั
มพั
นธ์
นั
บางครั
งก็
ลึ
กซึ
งถึ
งขั
นกั
บการแอบเป็
นชู
กั
นแบบลั
บๆ โดยผั
วเสี่
ยไม่
รู
มาก่
อนเลยจนกระทั
งได้
พบว่
ไปไหนมาไหนด้
วยกั
นหรื
ออยู
ด้
วยกั
นในห้
องที่
ตนเช่
าให้
เพราะเธอขี
เหงา ผู
ชายทั
งหลายจึ
งไม่
นิ
ยม
เมี
ยเก็
บที่
ต้
องจ่
ายค่
าเลี
ยงดู
ให้
ตลอดแต่
สุ
ดท้
ายไปเป็
นของเล่
นของใครหลายคน จึ
งนิ
ยมมี
การเที่
ยว
แบบเชิ
ญมาอยู
กั
นโดยเหมาทั
งคื
นหรื
อชั ่
วคราวตามแต่
กํ
าลั
งทรั
พย์
หรื
อความสามารถในการปกปิ
ภรรยาตั
วจริ
งที่
อยู
บ้
านกั
บลู
กๆ จึ
งเกิ
ดแหล่
งสถานที่
บั
นเทิ
งและมี
แหล่
งซ่
องโสเภณี
ในแทบทุ
กเมื
อง
ทุ
กสั
งคมที่
มี
ผู
คนหนาแน่
น หรื
อแม้
แต่
ในกฎจารี
ตแห่
งเผ่
าบางเผ่
าก็
ปล่
อยเนื
อปล่
อยตั
วอนุ
ญาตให้
มี
การเที่
ยวในหมู
หนุ ่
มสาวถึ
งขั
นมี
เพศสั
มพั
นธ์
กั
นอย่
างเสรี
หรื
อจนกระทั ่
งมี
การตั
งครรภ์
โดยไม่
ต้
อง
แต่
งงานก็
มี
อยู
ถมไป ในบางสั
งคมมี
การปล่
อยเนื
อปล่
อยตั
วยิ
งกว่
านี
อี
กคื
อให้
ทั
งผู
ที่
มี
คู
สมรสอยู
แล้
ทํ
าการแลกเปลี่
ยนคู
นอนได้
เสรี
เห็
นว่
าเรื่
องการมี
เพศสั
มพั
นธ์
เป็
นเรื่
องของสิ
ทธิ
เสรี
ภาพส่
วนบุ
คคล
อาจจะมี
การกํ
าหนดเรื่
องเกณฑ์
ของอายุ
อยู
บ้
าง ความสั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
อยู
บ้
างนอกนั
นให้
ถื
อว่
สามารถประกอบกามกิ
จได้
อย่
างอิ
สระเสรี
เลยที
เดี
ยว เพราะเหตุ
ที่
ยอมรั
บในภาวะความต้
องการทาง
ธรรมชาติ
ของร่
างกายให้
อยู
เหนื
อหลั
กการทางศี
ลธรรมหรื
อความบริ
สุ
ทธิ
ในสถาบั
นครอบครั
ความย ํ
าเกรงในพระเจ้
าหรื
อความศรั
ทธาในตนเอง(ปั
จเจกชนนิ
ยม)ก็
ตาม
ผู
ชายทั
งหลายจึ
งชอบ
ระบบจารี
ตประเพณี
ที่
มั
นผิ
ดเพี
ยนอย่
างนี
เพราะมั
นทํ
าให้
มี
ที่
จะอ้
างในการล่
วงประเวณี
ได้
อย่
างชอบ
ธรรมกฎหมายก็
ไม่
ยุ ่
งด้
วยเพราะเป็
นเรื่
องที่
ต้
องสิ
นเปลื
องกํ
าลั
งทรั
พย์
และบุ
คลากรจํ
านวนมากโดย
ไม่
จํ
าเป็
เพราะโลกนี
นั
น ไม่
มี
ประเทศอะไรที่
จะไล่
จั
บคนผิ
ดฐานล่
วงประเวณี
มาลงโทษได้
หมด ถ้
เอาเรื่
องนี
มาเป็
นฐานความผิ
ดตามกฎหมายจริ
งๆ ก็
ไม่
มี
ผู
ชายสั
กคนที่
เป็
นอิ
สระชนนอกคุ
กตารางแน่
ถึ
งจะได้
คิ
ดที่
จะเอามาบั
ญญั
ติ
จริ
งก็
ได้
แค่
เป็
นสิ ่
งสมมติ
ของคํ
าว่
าล่
วงประเวณี
เท่
านั
น คงไปเอาเรื่
อง
การล่
วงประเวณี
แท้
ๆมาบั
ญญั
ติ
เป็
นกฎหมายแล้
วให้
เจ้
าหน้
าที่
ของรั
ฐไปจั
บมาลงโทษไม่
ไหว นิ
ยาม
การล่
วงประเวณี
นั
นไม่
มี
ใครเคยอธิ
บายความหมายได้
ละเอี
ยดไปกว่
าพระเยซู
คริ
สต์
และไม่
มี
ใคร
อธิ
บายเช่
นนั
นเว้
นแต่
คนที่
เชื่
อว่
าพระเยซู
คริ
สต์
เป็
นพระเจ้
าของเขา
พระเยซู
คริ
สต์
ได้
เปิ
ดเผย
กฎหมายห้
ามหย่
าฉบั
บแรกของโลกที่
มี
ข้
อความว่
า “.....ตั
งแต่
พระเจ้
าทรงสร้
างโลก พระเจ้
าทรง
สร้
างมนุ
ษย์
ให้
เป็
นชายและหญิ
ง เพราะเหตุ
นั
นบุ
รุ
ษจึ
งต้
องละบิ
ดามารดาของตน ไปผู
กพั
นอยู
กั
ภรรยา และเขาทั
งสองจะเป็
นเนื
ออั
นเดี
ยวกั
น เขาจึ
งไม่
เป็
นสองอี
กต่
อไป แต่
เป็
นเนื
ออั
นเดี
ยวกั
น เหตุ
ฉะนั
นซึ
งพระเจ้
าได้
ทรงผู
กพั
นกั
นแล้
ว อย่
าให้
มนุ
ษย์
ทํ
าให้
เขาพรากจากกั
นเลย...ถ้
าผู
ใดยหย่
าภรรยา
ของตนแล้
วไปมี
ภรรยาใหม่
ผู
นั
นก็
ได้
ผิ
ดประเวณี
ต่
อภรรยาเดิ
ม และถ้
าผู
หญิ
งเองจะหย่
าสามี
ของตน
แล้
วไปมี
สามี
ใหม่
หญิ
งนั
นก็
ล่
วงประเวณี
เหมื
อนกั
น”(สมาคมพระคริ
สตธรรมไทย ข .1998:70) อี
ตอนหนึ
งกล่
าวไว้
ว่
า “....ผู
ใดหย่
าภรรยาของตนแล้
วไปมี
ภรรยาใหม่
ก็
ผิ
ดประเวณี
และผู
ใดรั
บหญิ
งที่