Page 82 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 74 -
เนื
อหาแห่
งกฎหมายธรรมชาติ
นี
ได้
....”(จรั
ญ.2549:128) เห็
นได้
โดยชั
ดแจ้
งว่
าท่
านได้
แบ่
งกฎหมาย
บ้
านเมื
องเป็
นส่
วนหนึ
งของกฎหมายธรรมชาติ
โดยให้
กฎหมายบ้
านเมื
องต้
องอาศั
ยการดํ
ารงอยู
ภายใต้
กฎหมายธรรมชาติ
ซึ
งมี
ลํ
าดั
บศั
กดิ
ที่
สู
งกว่
ากฎหมายบ้
านเมื
อง
เท่
าที่
กล่
าวมานี
เราคงต้
อง
ยอมรั
บอี
กประการว่
าการต่
อต้
านขั
ดขวางกฎเกณฑ์
ธรรมชาติ
โดยเพี
ยรพยายามตั
งกฎเกณฑ์
มนุ
ษย์
ที่
เห็
นแก่
ตั
วขึ
นมาเบี
ยดแทรกความจริ
ง แล้
วปฏิ
เสธความจริ
งตามที่
เป็
นอยู
เดิ
มนี
มั
นผิ
ดหลั
กธรรมชาติ
ภายในของมนุ
ษย์
มี
บางสิ ่
งในใจของมนุ
ษย์
ที่
เมื่
อทํ
าผิ
ดแล้
วและก็
จะเกิ
ดความกลั
วต่
อโทษหรื
ผลร้
ายที่
จะได้
รั
บหากความจริ
งถู
กเปิ
ดเผย ในโบราณกาลมนุ
ษย์
หาทางออกด้
วยการเอาสิ
งอื่
นมาฆ่
บู
ชาไถ่
บาปผิ
ดที่
ตนเองกระทํ
า โดยขอวิ
งวอนต่
อพระเจ้
าที่
ตนเองเข้
าใจว่
าเป็
นพระเจ้
าให้
ลงโทษสั
ตว์
ที่
ตนนํ
ามาบู
ชานั
นแทนตนที่
กระทํ
าผิ
ด แต่
ระบบนี
ก็
เป็
นเรื่
องที่
ยุ ่
งยากเกิ
นไปสํ
าหรั
บมนุ
ษย์
ที่
ทํ
าผิ
อยู
ทุ
กวั
น ทํ
าผิ
ดได้
ทุ
กโอกาสทุ
กสถานที่
แท้
ที่
จริ
งสิ ่
งนี
ก็
ได้
ยื
นย ั
นถึ
งจุ
ดบอดอั
นเป็
นที่
มาของความ
วิ
ปริ
ตทางสั
งคม ในยุ
คที่
คนยึ
ดถื
อเรื่
องเกี
ยรติ
ยศชื่
อเสี
ยงเป็
นใหญ่
การให้
ยอมรั
บว่
ามี
ความผิ
ดง่
ายๆดู
จะต้
องสู
ญเสี
ยเกี
ยรติ
โดยไม่
จํ
าเป็
น เพราะการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตตามปกติ
ธรรมดาที่
เชื่
อฟั
งกฎเกณฑ์
ซึ
งเป็
แก่
นสารของชี
วิ
ตที่
เรี
ยบง่
าย ถู
กต้
องตามครรลองคลองธรรมนั
นบางครั
งต้
องเสี
ยสละประโยชน์
สุ
ส่
วนตั
วเพื่
อประโยชน์
สุ
ขส่
วนรวม ดู
เหมื
อนจะเป็
นการฝื
นธรรมชาติ
ด้
านพละกํ
าลั
งทางกายภายอยู
ไม่
น้
อย กล่
าวคื
อถ้
าให้
ยึ
ดถื
อแบบของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
เคารพสิ
ทธิ
เสรี
ภาพและความเสมอภาคของ
ความเป็
นมนุ
ษย์
ที่
เท่
าเที
ยมกั
นในสั
งคม การที่
ผู
ชายมี
พลั
งทางร่
างกายที่
เหนื
อกว่
าสตรี
เพศกลั
บต้
อง
แบ่
งปั
นผลประโยชน์
(เกี
ยรติ
ยศและศั
กดิ
ศรี
)เท่
ากั
น ยกตั
วอย่
างเช่
นบรรดาผู
ชายทั
งหลายที่
ไม่
มี
ความ
รั
กอั
นบริ
สุ
ทธิ
อยู
ภายในจิ
ตใจและจิ
ตวิ
ญญาณ คงทํ
าใจยอมรั
บในเรื่
องอย่
างนี
ไม่
ได้
เราจึ
งพบกฎหมาย
ที่
เก่
าแก่
ทั
งหลายที่
แบ่
งสั
นปั
นส่
วนสิ
ทธิ
การสมรสระหว่
างเพศชายและเพศหญิ
งที่
ไม่
เท่
าเที
ยมกั
กล่
าวคื
อผู
ชายสามารถมี
ภรรยาพร้
อมกั
นได้
หลายคนแต่
ผู
หญิ
งเป็
นภรรยาของชายพร้
อมกั
นสองคน
ไม่
ได้
ถื
อว่
าผิ
ดศี
ลธรรม(ของมนุ
ษย์
) ซึ
งถ้
าเรานํ
าเอาทฤษฎี
เรื่
องแบบของเพลโตหรื
อคุ
ณธรรมอั
นเป็
สากลมาจั
บจุ
ดบอดของความคิ
ดเช่
นนี
เราคงพบได้
ไม่
ยากว่
ามั
นไม่
เป็
นธรรมกั
บผู
หญิ
งและลู
กๆที่
เกิ
ดมาถู
กกํ
าหนดฐานะเป็
นลู
กเมี
ยน้
อย หรื
อแม้
แต่
ภรรยาหลวงเองก็
ถื
อว่
าเสี
ยเปรี
ยบที่
ไม่
มี
โอกาสมี
สามี
พร้
อมกั
นหลายๆคน
ในขณะเดี
ยวกั
นเพศชายที่
ร่
างกายย ั
งมี
ความต้
องการทางเพศติ
ดต่
อกั
ยาวนานกว่
าผู
หญิ
งนั
จะให้
อดมื
อกิ
นมื
อเหมื
อนผู
หญิ
งที่
พ้
นสภาพทางร่
างกายแล้
วมี
แต่
ใจแต่
ร่
างกายไม่
ตอบสนองก็
ดู
ไม่
เป็
นธรรมกั
บผู
ชายเช่
นกั
น เราจึ
งพบว่
าเกิ
ดระบบจารี
ตประเพณี
หนึ
งผั
หลายเมี
ยขึ
นทั ่
วโลก แต่
ระบบที่
ใช้
อยู
ในสั
งคมของพี่
น้
องมุ
สลิ
มนั
นเป็
นระบบที่
ดี
ที่
สุ
ดเท่
าที่
มี
อยู
ใน
โลกขณะนี
สํ
าหรั
บผู
ชายที่
มี
ความต้
องการที่
ไม่
สิ
นสุ
ดหรื
อยาวนานกว่
าภรรยาคนแรกของตน เพราะ
ในรากฐานของระบบหนึ
งผั
วหลายเมี
ยของชาวมุ
สลิ
มนั
น ผู
หญิ
งที่
แต่
งงานก่
อนกั
บผู
หญิ
งที่
แต่
งงาน
ที่
หลั
งไม่
ได้
มี
ฐานะต่
างกั
น ลู
กที่
เกิ
ดมาก็
ไม่
ได้
มี
ฐานะที่
ต่
างกั
นด้
วยเนื่
องลู
กทุ
กคนยกเว้
นบุ
ตรที่
เลี
ยง
ดู
พ่
อแม่
จะได้
สิ
ทธิ
เท่
ากั
จึ
งไม่
ใช่
ว่
ามี
คนหนึ
งเป็
นลู
กเมี
ยหลวงอี
กคนหนึ
งเป็
นลู
กเมี
ยน้
อยอย่
างที่
สั
งคมไทยในอดี
ตใช้
อยู
นั
น จนเป็
นที่
มาของการต่
อต้
านระบบเมี
ยน้
อยในสั
งคมไทย เมื่
อระบบเมี