Page 61 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 53 -
แห่
งในพื
นที่
รอยต่
อระหว่
างอํ
าเภอเชี
ยงแสน อํ
าเภอเชี
ยงของและอํ
าเภอดอยหลวง ส่
วนมากจะเป็
ชาวอิ
วเมี่
ยนที่
ย ้
ายไปจากกลุ
มนํ
าคํ
า-ห้
วยกว้
าน ชุ
มชนที่
สํ
าคั
ญในปั
จจุ
บั
นได้
แก่
หมู
บ้
านป่
าไร่
หลวง
หมู
บ้
านห้
วยกว้
าน หมู
บ้
านห้
วยนํ
าเย็
น หมู
บ้
านห้
วยขะร่
อย และหมู
บ้
านขุ
นแม่
บง มี
บางส่
วนย ้
าย
ไปอยู
อํ
าเภอวั
งเหนื
อ อํ
าเภองาว จั
งหวั
ดลํ
าปาง อํ
าเภอคลองลาน จั
งหวั
ดกํ
าแพงเพชร และเขตอํ
าเภอ
พบพระ จั
งหวั
ดตาก(มงคล.2531)
12.
กลุ
มดอยแม่
สลอง
ในช่
วงปี
พ.ศ. 2488 “ เปี
ยน เลา หลู
” หรื
อที่
เรี
ยกว่
า “เปี
ยน ก๋
วย
ธี
ง, ปู
ง ชุ
น หฮยาง, ย ั ่
ง ยุ
น ก๋
วย, ”
ได้
นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนประมาณ 160 ครอบครั
ว อพยพมาจากเมื
องสิ
งห์
ประเทศลาว ได้
มาตั
งชุ
มชนอยู
บนดอยแม่
สลอง ปั
จจุ
บั
นคื
อบ้
านสั
นติ
คี
รี
ที่
ชาวอ่
าข่
าและจี
นเข้
ามาตั
บ้
านเรื
อนอยู
อิ
วเมี่
ยนกลุ
มนี
การแต่
งกายจะคล้
ายกั
บกลุ
มดอยอ่
างขางและดอยกาดผี
คื
อผู
หญิ
งจะ
โพกศี
รษะแบบไขว้
(มงคล.2545)
เมื่
อประมาณสองร้
อยปี
ก่
อนบางตระกู
ลจะมี
บรรพบุ
รุ
ษร่
วมกั
กลุ
มนี
มี
ผู
นํ
าหลายกลุ
มแซ่
อยู
รวมกั
นในช่
วงแรก ต่
อมาได้
แยกย ้
ายกั
นไปบุ
กเบิ
กที่
ทํ
ากิ
นและ
ขยายเป็
นชุ
มชนอิ
วเมี่
ยน จนสามารถก่
อตั
งเป็
นหมู
บ้
านหลั
กและย่
อยกระจายอยู
ในหลายตํ
าบล เช่
หมู
บ้
านเลาสิ
บ ก่
อตั
งโดย เปี
ยน ก๋
วย ธี
ง แต่
ต่
อมาได้
ย ้
ายไปบุ
กเบิ
กที่
ทํ
ากิ
นในจั
งหวั
ดกํ
าแพงเพชร
น้
องชายชื่
อ เปี
ยน ก๋
วย เอี๋
ยน หรื
อ นายเลาสิ
บ แซ่
พ่
าน ได้
เป็
นผู
ใหญ่
บ้
านต่
อมา ทางการจึ
งเรี
ยกว่
หมู
บ้
านเลาสิ
เป็
นหมู
บ้
านที่
ได้
ปรั
บรู
ปแบบจารี
ตประเพณี
ที่
นั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษมานั
บถื
อศาสนา
คริ
สต์
รู
ปแบบพิ
ธี
จึ
งใช้
การอธิ
ฐานแทนการเซ่
นหว้
ผี
บรรพบุ
รุ
ษทั
งก่
อนและหลั
งการจั
ดการปั
ญหา
และไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาท
บ้
านผาเดื่
ก่
อตั
งในปี
พ.ศ.2494 โดย เหลย หฒั
น ฟิ
น, ย ั ่
ง ยุ ่
น ก๋
วย, เหลย หฒั
น ก๋
วย, เหลย
หฒั
น เจี
ยม, ย ั ่
ง ยุ
น โฒว และชาวอิ
วเมี่
ยนที่
เคยอยู
หมู
บ้
านห้
วยส่
าง เขตเมื
องสิ
งห์
ประเทศลาวมา
ก่
อน ประมาณ 13-14 ครอบครั
ว แยกมาตั
งหมู
บ้
านแห่
งใหม่
บริ
เวณเชิ
งดอยแม่
สลอง หลั
งจากก่
อตั
หมู
บ้
านแล้
วก็
มี
ชาวอิ
วเมี่
ยนจากที่
อื่
นๆเข้
าอยู
ด้
วยอี
กหลายครอบครั
หมู
บ้
านนี
ชาวบ้
านนิ
ยมใช้
ระบบจารี
ตประเพณี
การไกล่
เกลี่
ยปั
ญหาข้
อพิ
พาทโดยชุ
มชน และถ้
อยที
ถ้
อยอาศั
ยกั
น การลงโทษ
กรณี
การครรภ์
ก่
อนแต่
งจะปรั
บเงิ
นเพี
ยงไม่
กี่
ร้
อยบาท เหลย เหยา ธี
ง กล่
าวว่
า “….ปรั
ชญาการจั
ดการ
ปั
ญหาก็
คื
อ ทํ
าเรื่
องใหญ่
ให้
เป็
นเรื่
องเล็
ก ทํ
าเรื่
องเล็
กให้
หมดไป….” ปั
จจุ
บั
นมี
ชาวอิ
วเมี่
ยนประมาณ
หนึ
งร้
อยกว่
าครอบครั
ว และย ั
งมี
พี่
น้
องจากเผ่
าอื่
นๆมาอยู
ด้
วย ตั
งแต่
ก่
อตั
งมาย ั
งไม่
เคยย ้
ายหมู
บ้
านอี
เลย
บ้
านเล่
าชี่
ก๋
วย
บ้
านโป่
งป่
าแขม
ในพื
นที่
ตํ
าบลป่
าตึ
ง อํ
าเภอแม่
จั
นนั
น ในปี
พ.ศ. 2501 ย ั
หฒั
น ควน เป็
นผู
นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนบนดอยแม่
สลองลงมาก่
อตั
งหมู
บ้
านในพื
นราบเป็
นท่
านแรก โดยได้
ขอให้
ทางหน่
วยประชาสงเคราะห์
ในเชี
ยงรายช่
วยปรั
บพื
นที่
แล้
วยกคั
นดิ
นเป็
นที่
นาตั
งแต่
บ้
านห้
วย-
หิ
นฝนไปถึ
งบ้
านโป่
งป่
าแขม ต่
อมามี
ชาวลาหู
อาข่
า ลี
ซู
และจี
นเข้
าตั
งบ้
านเรื
อนอยู
เป็
นจํ
านวนมาก
มี
การแย่
งชิ
งที่
นากั
บทางการได้
ขอให้
ชาวอิ
วเมี่
ยนแบ่
งที่
นาให้
กั
บผู
อพยพมาอยู
ใหม่
ในปี
พ.ศ. 2519