Page 55 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 47 -
ชาวอิ
วเมี่
ยนที่
เหลื
อตั
งชุ
มชนอยู
ดอยอ่
างขาง ต่
อมาท่
าน “เปี
ยน เจี
ยม หวั ่
ง” (Bienh Jiemh Wangc)
ได้
เป็
นผู
นํ
าของชาวอิ
วเมี่
ยนอยู
ที่
ดอยอ่
างขาง ณ บ้
านป่
าค่
า มี
ตํ
าแหน่
งเป็
นแก่
บ้
านต่
อจาก “ต่
าง เย์
เฟย ละเพี
ย” ช่
วงเวลากั
นนี
ที่
บ้
านผาแดง บ้
านห้
วยขานและบ้
านห้
วยงอน ก็
เป็
นชุ
มชนชาวอิ
วเมี่
ยน
อยู
บริ
เวณใกล้
ๆกั
น หมู
บ้
านละประมาณ 30 ครั
วเรื
อน แต่
ละหมู
บ้
านก็
มี
ผู
นํ
าของตนเอง ต่
าง อง
หฒั
น เป็
นผู
นํ
าชุ
มชน บ้
าน อง หฒั ๋
น ได้
ชวนกลุ
มดอยสามหมื่
นย ้
ายจากบ้
านผาแดงมาอยู
ด้
วยกั
นจึ
กลายเป็
นชุ
มชนใหญ่
คนในหมู
บ้
าน อง หฒั
น ล์
าง จึ
งได้
ชื่
อว่
า “ผาแดงเมี่
ยน” อี
กชื่
อหนึ
งด้
วย (เปี
ยน
ฒ้
อย ฮยาง.2551)
สมั
ยนี
ประชากรอิ
วเมี่
ยนของทุ
กชุ
มชนบนดอยอ่
างขางมี
การขยายพื
นที่
ทํ
ากิ
นออกไปถึ
ประเทศพม่
าอย่
างต่
อเนื่
อง โดยเฉพาะในเรื่
องการปลู
กฝิ
นจะนิ
ยมเป็
นอย่
างมาก เพราะว่
าถ้
าการเก็
เกี่
ยวผลผลิ
ตได้
ผลดี
ก็
เพี
ยงแค่
เสี
ยส่
วยเป็
นค่
าคุ
มครองให้
กั
บทางการพม่
าเล็
กน้
อยเท่
านั
น หลั
งจาก
เปี
ยน เจี่
ยม หวั
ง อายุ
มากแล้
ว ก็
ได้
แต่
งตั
งให้
เปี
ยน แซ้
ง เฟย (รามั
น) ลู
กชายคนที่
ห้
าของตนเป็
นแก่
บ้
าน แก่
รามั
นเกิ
ดที่
หมู
บ้
านห้
วยขานและรั
บตํ
าแหน่
งผู
นํ
าขณะอายุ
แค่
18-19 ปี
เป็
นผู
ที่
มี
การศึ
กษาดี
และในชี
วิ
ตไม่
ต้
องตรากตรํ
าทํ
างานเหมื
อนคนอื่
น ต่
อมาแก่
รามั
นและพรรคพวกได้
มี
เรื่
องมี
ราวกั
ตํ
ารวจในระหว่
างการเดิ
นทางไปค้
าขาย จึ
งไม่
กล้
าลงมาทํ
าหน้
าที่
ผู
นํ
าหมู
บ้
าน ช่
วงเวลาเดี
ยวกั
นนี
ต่
าง หฒั ๋
น ออน ซึ
งเป็
นผู
นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนอยู
บ้
านแม่
งอนได้
รั
บแต่
งตั
งเป็
นแก่
บ้
านแทน เพราะเหตุ
ที่
แก่
รามั
นไม่
กล้
าลงไปในเมื
องพบนายอํ
าเภอ
ประมาณห้
าสิ
บสามสิ
บปี
ก่
อน (พ.ศ.2498)แก่
จั ๋
นออนก็
ได้
พาชาวอิ
วเมี่
ยนเกื
อบจะครึ
งหนึ
ของบนดอยอ่
างขางที่
ผสมผสานระหว่
างกลุ ่
มดอยสามหมื่
นและกลุ
มดอยอ่
างขางที่
เหลื
ออยู
อพยพ
ไปตั
งชุ
มชนแห่
งใหม่
ที่
หมู
บ้
านผาลั
ง มารดาของ ต่
าง หฒั
น ออน ชื่
อ ลิ
ว ลิ ่
น ซึ
งเป็
นคนแซ่
จ๋
าว บิ
ดา
ชื่
อ เปี
ยน ว่
วน ฒ้
อย หนี
คดี
มาจากประเทศลาวภายหลั
งจากที่
มี
ชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนอยู
บนดอยอ่
างขาง
นานแล้
ว ต่
าง หฒั ๋
น ออน เกิ
ดที่
เมื
องไชยปราการ เมื่
อบิ
ดาตายแม่
ได้
แต่
งงานใหม่
กั
บ ต่
าง อง หฒั ๋
ซึ
งเป็
นผู
ที่
ไม่
สามารถมี
บุ
ตรชายกั
บภรรยาคนแรกจึ
งได้
รั
บเอา นางลิ ้
ว ลิ
น มาเป็
นภรรยาคนที่
สอง
เพื่
อให้
ได้
บุ
ตรชายของนางมาสื
บสกุ
ล ต่
อมาเมื่
อ ต่
าง อง หฒั
น ได้
เสี
ยชี
วิ
ตลง บุ
ตรชายของภรรยา
น้
อยที่
ชื่
อ ต่
าง หฒั
น ออน จึ
งได้
สื
บทอดตํ
าแหน่
งผู
นํ
าหมู
บ้
านอยู
อง หฒั
น ล์
าง ต่
อจากบิ
ดา
จนกระทั ่
งในปี
พ.ศ. 2490 – 2496(ค.ศ.1947-1953) มี
สงครามรบกวนในเขตพรมแดนไทย
พม่
า แก่
รามั
นและแก่
หฒั
น ออน ผู
นํ
าของสองหมู
บ้
านจึ
งได้
ปรึ
กษาหารื
อกั
น ถึ
งเรื่
องการอพยพมาตั
ชุ
มชนอยู
ที่
ทางดอยช้
าง แล้
วก็
ตกลงว่
าจะอพยพไปด้
วยกั
น ลู
กบ้
านของทั
งทั
งสองชุ
มชนปรึ
กษากั
ถึ
งเรื่
องเหล่
านี
เปี
ยน แซ้
ง เอี๋
ยน กั
บ เปี
ยน แซ้
ง หวั ่
ง ซึ
งเป็
นลู
กพี่
ลู
กน้
องกั
นต่
างก็
มี
ฐานะเป็
นพี่
ใหญ่
จึ
งได้
ปรึ
กษากั
นแล้
วตกลงว่
าจะอพยพไปอยู
ด้
วยกั
น จึ
งได้
ส่
งคนไปบุ
กเบิ
กที่
ดิ
นทํ
ากิ
นที่
บ้
าน
ผาดํ
า, บ้
านห้
วยแม่
เลี่
ยม, บ้
านห้
วยแก้
วและบ้
านปางตะไคร้
เมื่
อถึ
งปี
พ.ศ. 2498(ค.ศ.1955) กลุ
มที่
นํ
าโดย ต่
าง หฒั
น ออน ได้
อพยพมาถึ
งบ้
านผาดํ
ากั
นหมดแล้
ว ลู
กบ้
านของแก่
รามั
นเกิ
ดเปลี่
ยนใจไม่
อพยพมา ชาวอิ
วเมี่
ยนส่
วนที่
ติ
ดตามแก่
รามั
นย ั
งคงอาศั
ยอยู
ที่
หมู
บ้
านห้
วยขาน เปี
ยน แซ้
ง หวั
ง ได้