Page 50 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 42 -
กลุ
มนี
ก็
คื
อพื
นที่
ดอยกาดผี
บ้
านกกน้
อย มี
อุ
ปกรณ์
การประกอบพิ
ธี
กรรมบางอย่
างหลงเหลื
ออยู
ที่
หมู
บ้
านกกน้
อย ที่
ดอยกาดผี
มี
ตํ
านานกล่
าวว่
าที่
บนยอดดอยมี
ที่
แปลงหนึ
งมี
ผี
ป่
าประเภทหนึ
งชื่
อ “เห
ยี่
ยน ฟิ
ว- เมี
ยน”
อาศั
ยอยู
ทํ
าแปลงปลู
กผั
ก (ฮวี่
ง) ไว้
ที่
นั
น ผู
คนที่
เดิ
นทางผ่
านไปมาสามารถเก็
บกิ
เป็
นอาหารได้
แต่
ถ้
ามี
เจตนาที่
จะเก็
บออกไปจากพื
นที่
เพื่
อกลั
บไปรั
บประทานที่
หมู
บ้
านหรื
อที่
อื่
เวลาจะออกไปจากสวนจะหาทางกลั
บบ้
านไม่
เจอ เดิ
นวนไปวนมาอยู
ในสวนผั
กหาทางออกไม่
ได้
นอกจากนี
บริ
เวณใต้
ต้
นไม้
ใหญ่
ในป่
าทึ
บมี
ลานดิ
นที่
สะอาดสะอ้
านอยู
หนึ
งแปลง ผู
คนที่
เดิ
นทางผ่
าน
จะแวะพั
กที่
นี่
แล้
วเตรี
ยมอาหารมารั
บประทานกั
น เมื่
อรั
บประทานอาหารเสร็
จแล้
วก็
ทิ
งใบตองที่
ห่
อาหารมานั
นไว้
ตามพื
นดิ
น แต่
เมื่
อเดิ
นทางย ้
อนกลั
บมาถึ
งก็
ไม่
พบร่
องรอยของเศษขยะเหลื
ออยู
เลย
เมื่
อประมาณ พ.ศ. 2380 – 2390 (ค.ศ.1837-1847) เกิ
ดโรคระบาดในบริ
เวณนี
พวก ละ ย ั ่
ง เมี่
ยน ใน
บริ
เวณบ้
านกกน้
อยล้
มตายกั
นมาก จนถึ
งขั
นที่
ไม่
สามารถดํ
าเนิ
นการส่
งศพตามประเพณี
ได้
ต้
องทิ
ชุ
มชนหนี
ออกไปจากพื
นที่
ฟุ
เฆว่
น (Fuqc Nquenc) สั
นนิ
ษฐานว่
าไปทางแพร่
และน่
าน โดยให้
คน
พิ
การและพวกสติ
ไม่
สมประกอบช่
วยเฝ้
าหมู
บ้
าน
2.
กลุ
มดอยช้
าง-ห้
วยชมภู
ประมาณช่
วงปี
พ.ศ. 2360 – 2380(ค.ศ.1817-1837) “เพี
ย โฒว”
ซึ
งได้
เป็
นผู
นํ
าของชาวอิ
วเมี่
ยนหลายกลุ ่
มแซ่
อาทิ
เช่
น “ละ หฒั
น, ละ ต่
าง, ละเฒ์
ว, ละเล์
ย,ละเปี
ยน
และละเลี่
ยว”
เป็
นต้
น ได้
นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนจากแคว้
นสิ
บสองปั
นนาที่
ติ
ดกั
บลาวข้
ามแม่
นํ
าโขงมาย ั
ฝั
งล้
านนา ได้
ตั
งชุ
มชนแห่
งแรกอยู
บนดอยแถวหมู
บ้
านผาตั
งในปั
จจุ
บั
น ขณะนั
นย ั
งเป็
นเขตปกครอง
ของน่
าน ต่
อมาได้
ย ้
ายที่
ตั
งชุ
มชนมาถึ
งดอยช้
าง บริ
เวณต้
นนํ
าห้
วยแม่
เลี่
ยม สํ
าหรั
บอิ
วเมี่
ยนกลุ
มนี
เชื่
ว่
าน่
าจะเป็
นกลุ
มที่
มี
ถิ
นที่
อยู
เดี
ยวกั
บกลุ ่
มดอยสามหมื่
นมาก่
อนในสมั
ยที่
ตั
งชุ
มชนอยู
ในแคว้
นสิ
สองปั
นนา ซึ
งได้
อพยพเข้
ามาทางเชี
ยงของในช่
วงประมาณปี
ค.ศ. 1820 ถึ
ง 1830 คื
อได้
อพยพเข้
มาในฝั ่
งไทยเมื่
อเมื
องเชี
ยงรายร้
างผู
คนเหมื
อนกั
น สองกลุ
มนี
มี
รู
ปภาษาและการแต่
งกายคล้
ายคลึ
กั
นมาก
ต่
อมาเมื่
อเมื
องเชี
ยงรายได้
ทํ
าการรื
อฟื
นเมื
องขึ
นมาใหม่
แล้
วจึ
งได้
นํ
าทองคํ
าไปมอบให้
เจ้
เมื
องเชี
ยงรายเป็
นเครื่
องบรรณาการ
เพื่
อที่
ตนเองจะเป็
นผู
รั
บผิ
ดชอบเก็
บส่
วยสาอากรฝิ
นในเขต
เทื
อกเขานี
เอง หากสามารถจั
ดเก็
บได้
ต้
องนํ
าส่
งให้
ทางเจ้
าเมื
องเป็
นรายปี
อี
ก กลุ
มนี
ขยายชุ
มชนลงไป
ที่
ห้
วยน้
อย ถึ
งประมาณช่
วงปี
พ.ศ. 2420 – 2440(ค.ศ.1877-1897) ได้
ย ้
ายถิ
นฐานติ
ดตามกลุ ่
มแรกไป
ทางน่
าน แต่
มี
ชาวอิ
วเมี่
ยนอี
กหลายกลุ ่
มที่
เคยติ
ดตามเพี
ย โฒว ย ั
งคงตั
งถิ
นอยู
บริ
เวณนี
ไม่
ได้
ติ
ดตาม
ไปอยู
ทางน่
าน ในช่
วงปี
ค.ศ. 1881, 1893 ในเมื่
อครั
งที่
เจมส์
แมกคาที่
ดํ
ารงตํ
าแหน่
งเจ้
ากรมแผนที่
ในสมั
ยรั
ชกาลที่
5 ได้
สํ
ารวจทํ
าแผนที่
ประเทศไทย ได้
ทํ
าบั
นทึ
กว่
าสํ
ารวจพบชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มใหญ่
อยู
ทางตอนใต้
ของเขตปกครองน่
าน ระหว่
างเส้
นทางไปเชี
ยงของ ดู
เหมื
อนจะไม่
เคยแวะในประเทศ
ลาวเลย(McCarty.1994;1997) ปั
จจุ
บั
นไม่
สามารถระบุ
ได้
ว่
าผู
ใดเป็
นลู
กหลานของอิ
วเมี่
ยนกลุ
มนี
ชุ
มชนของกลุ
ม เลี่
ยว เจี่
ยม เสี่
ยว
เป็
นกลุ
มเดี
ยวกั
นกั
บกลุ
มเพี
ยโฒว โดยได้
เข้
ามาก่
อตั
ชุ
มชนอยู
บนดอยช้
างเขตอํ
าเภอแม่
สรวย ในปั
จจุ
บั
นเป็
นที่
ตั
งของหมู
บ้
านชาวลาหู
และชาวลี
ซู
ใน