- 40 -
รวบรวมชนชาติ
ต่
างๆในภู
มิ
ภาคแถบนี
้
เป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
น ตั
้
งกรุ
งธนบุ
รี
เป็
นราชธานี
ในเวลา
ต่
อมาได้
ร่
วมมื
อกั
บหั
วเมื
องล้
านนาฝ่
ายเหนื
อเข้
าขั
บไล่
พม่
าออกไปจากอาณาจั
กรล้
านนาทางเหนื
อ
(สุ
รั
สวดี
.2545) แล้
วแต่
งตั
้
งเจ้
าเมื
องที่
มี
ความจงรั
กภั
กดี
ต่
อกรุ
งธนบุ
รี
ขึ
้
นเป็
นเจ้
าครองเมื
องมี
อํ
านาจ
สิ
ทธิ
์
ขาดในเขตแดนใต้
ปกครองของตน ต่
อมาถึ
งสมั
ยของอาณาจั
กรสยาม รั
ชกาลที่
1 หั
วเมื
องทาง
เหนื
อเริ
่
มมี
ใจฝั
กใฝ่
ที่
จะเข้
ากั
บทางใต้
มากขึ
้
นตามลํ
าดั
บ
แม้
ว่
าขณะนั
้
นพม่
าจะย ั
งมี
อิ
ทธิ
พลอยู
่
ใน
ล้
านนาตอนบนและล้
านช้
างอยู
่
ก็
ตาม
จึ
งได้
แต่
งบรรณาการไปขอเป็
นเมื
องขึ
้
นต่
ออาณาจั
กรสยาม
นั
บตั
้
งแต่
สมั
ยรั
ชกาลที่
1 เป็
นต้
นมาอาณาจั
กรสยามเริ ่
มส่
งเสริ
มการฟื
้
นฟู
บ้
านเมื
องของหั
วเมื
องน่
าน
หั
วเมื
องลํ
าปาง-เชี
ยงใหม่
มากขึ
้
นตามลํ
าดั
บ
เมื่
อกํ
าลั
งพลของทางหั
วเมื
องทางเหนื
อกล้
าแข็
งขึ
้
นก็
เริ
่
มทํ
าการขั
บไล่
กองทั
พของพม่
าที่
ยึ
ดครองเมื
องเชี
ยงราย เมื
องเชี
ยงตุ
ง เมื
องเชี
ยงรุ
้
ง เมื
องหลวงภู
คา
และเมื
องหลวงพระบางที่
ไกลออกไป
การทํ
าศึ
กสงครามของอาณาจั
กรสยามในสมั
ยนั
้
นได้
ถ่
ายทอดทฤษฎี
อย่
างหนึ
่
งให้
กั
บหั
ว
เมื
องล้
านนา คื
อ “เก็
บผั
กใส่
ส้
า (ตระกร้
า) เก็
บข้
าฯใส่
เมื
อง” ทุ
กครั
้
งที่
ชนะศึ
กสงครามในหั
วเมื
องทาง
เหนื
อจะกวาดต้
อนเอาพวกเชลยศึ
กชั
้
นดี
กลั
บมาไว้
ที่
เมื
องหลวง ในทางหนึ
่
งคื
อเอาเป็
นตั
วประกั
นอี
ก
ทางหนึ
่
งเอาไว้
เป็
นแรงงานหรื
อเพิ ่
มจํ
านวนประชากรในอาณาจั
กรให้
มี
จํ
านวนมากขึ
้
น
ในปี
พ.ศ.2344-2348 (ค.ศ.1801-1805) สามารถขั
บไล่
พม่
าออกจากเชี
ยงแสนได้
สํ
าเร็
จแล้
ว กองทั
พของ
หั
วเมื
องน่
านไล่
ติ
ดตามไปตี
เอาเมื
องหลวงภู
คา ลาวล้
านช้
าง กวาดต้
อนเอาผู
้
คนที่
พบในท้
องถิ ่
นลงมา
ถวายให้
กษั
ตริ
ย์
แห่
งสยาม ได้
รั
บความดี
ความชอบมากมาย หั
วเมื
องเชี
ยงใหม่
ในสมั
ยพระเจ้
ากาวิ
ละ
ก็
ได้
ยกไปตี
เชี
ยงตุ
ง เชี
ยงรุ
้
ง เชี
ยงแข็
ง และเชี
ยงขวางสํ
าเร็
จ ก็
ดํ
าเนิ
นนโยบายกวาดต้
อนผู
้
คนมาไว้
ที่
ลํ
าปาง ลํ
าพู
น และเชี
ยงใหม่
เช่
นกั
น ในช่
วงเวลานั
้
นได้
มี
การบุ
กเข้
าไปกวาดต้
อนผู
้
คนในเมื
องล้
า
แคว้
นสิ
บสองปั
นนาของยู
นนาน และหลวงพระบาง หลวงนํ
้
าทา ของอาณาจั
กรล้
านช้
าง(ลาว) เอามา
ไว้
ที่
น่
าน,เชี
ยงใหม่
,ลํ
าปาง,ลํ
าพู
นหลายระลอก ดิ
นแดนในเขตเชี
ยงราย เชี
ยงแสน เชี
ยงของ เมื
อง
ฝางไชยปราการและเมื
องเทิ
งไม่
มี
ผู
้
คนอาศั
ยเป็
นเวลานั
บเกื
อบครึ
่
งศตวรรษ ชาวอิ
้
วเมี่
ยนกลุ ่
มแรกคง
เข้
ามากั
บกลุ ่
มของพวกจี
นฮ่
อในกองคาราวานค้
าฝิ
่
น ในยุ
คสมั
ยนั
้
นพวกผู
้
ชายชาวอิ
้
วเมี่
ยนจะมี
การ
แต่
งกายโกนผมถั
กเปี
ยเหมื
อนกั
บชาวแมนจู
ในแผ่
นดิ
นจี
น ในยุ
คนั
้
นทั
้
งเมื
องน่
านและเชี
ยงใหม่
ต่
าง
ไม่
สนใจที่
ยึ
ดครองเมื
องเชี
ยงแสน เมื
องเชี
ยงราย เมื
องฝาง โดยปล่
อยให้
เชี
ยงรายกลายเป็
นเมื
องร้
าง
ไปหลายสิ
บปี
จะเข้
ามาแสดงความเป็
นเจ้
าของดิ
นแดนก็
เฉพาะช่
วงที่
พม่
ายกทั
พเข้
ามารบกวนหรื
อ
ใช้
เป็
นทางผ่
านไปตี
พม่
า ตี
พวกสิ
บสองปั
นนาเป็
นบางครั
้
งบางคราวเท่
านั
้
น
ในช่
วงที่
แผ่
นดิ
นทางเหนื
อโดยเฉพาะเขตภู
เขาสู
งไร้
ผู
้
ครอง(ประชุ
มพงศาดาร.2539) ชาว
อิ
้
วเมี่
ยนในมณฑลยู
นนานประเทศจี
นเริ
่
มอพยพเข้
ามาที่
ลาว และสั
นนิ
ษฐานว่
าได้
อพยพเข้
ามาทาง
ตอนเหนื
อของพม่
าด้
วย ในเวลาต่
อมาชาวอิ
้
วเมี่
ยนกลุ
่
มที่
อยู
่
ในเมื
องล้
า หลวงนํ
้
าทา หลวงพระบางได้
อพยพข้
ามแม่
นํ
้
าโขงมาถึ
งเชี
ยงของ เทิ
ง เขตเมื
องน่
าน สาเหตุ
หลั
กของการอพยพคื
อหาทํ
าเลใหม่
สํ
าหรั
บการปลู
กฝิ
่
น จึ
งเลื
อกที่
จะตั
้
งถิ
่
นฐานในเขตเทื
อกเขาที่
สู
งจากระดั
บนํ
้
าทะเลระหว่
าง 1,000-