Page 47 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 39 -
เลี่
ยมที่
มาจากดอยอ่
างขาง(บุ
ญศรี
.2550) ในปี
ค.ศ. 1964 (พ.ศ. 2507) สมั
ยที่
ต่
าง หฒั ๋
น ออน เป็
ผู
นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนและชาวลาหู
ทางการได้
ยกฐานะของชุ
มชนบนดอยในเขตปกครองของแก่
จั ๋
ออน แซ่
เติ
น เป็
นหมู
ที่
16 บ้
านผาลั
ง ตํ
าบลแม่
กรณ์
ซึ
งต่
อมาเห็
นว่
ามี
อาณาเขตกว้
างขวางและ
ประชากรมากเกิ
นไป จึ
งได้
ดํ
าเนิ
นการแยกเป็
นหมู
ที่
22 บ้
านห้
วยชมภู
ตํ
าบลแม่
กรณ์
อี
กหมู
บ้
านหนึ
ในเวลาต่
อมายกฐานะเป็
นตํ
าบลของชนเผ่
าได้
สํ
าเร็
จ โดยมี
นายเลาเหล ลิ
วยอดสิ
งขร ผู
ใหญ่
บ้
านห้
วย
ชมภู
เป็
นกํ
านั
นคนแรกที่
ได้
รั
บตราตั
ง จึ
งเสนอให้
เรี
ยกว่
าตํ
าบลห้
วยชมภู
มาถึ
งทุ
กวั
นนี
ในช่
วงระหว่
างปี
ค.ศ. 1970 เป็
นต้
นมามี
ชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มใหญ่
อพยพหนี
ภั
ยสงครามเข้
ามา
อยู
ในศู
นย์
พั
กพิ
งที่
เชี
ยงคํ
า เพื่
อเตรี
ยมตั
วเดิ
นทางไปย ั
งประเทศที่
สาม มี
บางส่
วนได้
ตั
งชุ
มชนอยู
ใน
ประเทศไทยปะปนกั
บชาวอิ
วเมี่
ยนหลายกลุ
มหลายหมู
บ้
าน โดยรวมมี
ประมาณ 80-90 ครอบครั
ในช่
วงประมาณครึ
งศตวรรษมานี
เริ
มมี
การรวมตั
วกั
นอย่
างเป็
นทางการ โดยเฉพาะในสมั
ยที่
มี
การ
คุ
กคามของขบวนการคอมมิ
วนิ
สต์
ที่
ได้
เข้
ามาปลุ
กระดมชาวเขาในเขตภาคเหนื
อให้
เข้
าร่
วม
ขบวนการต่
อต้
านรั
ฐบาลเผด็
จการทหาร
ผู
นํ
าชุ
มชนและปั
ญญาชนของชาวอิ
วเมี่
ยน
นํ
าโดย
ดร.แคะเว่
น ศรี
สมบั
ติ
ได้
รวบรวมชาวอิ
วเมี่
ยนในเขตเชี
ยงราย น่
าน เชี
ยงใหม่
แพร่
ลํ
าปางและอี
หลายจั
งหวั
ดให้
แสดงจุ
ดยื
นว่
าชาวอิ
วเมี่
ยน
ขออยู
เคี
ยงข้
างพระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู ่
หั
วและ
ฝ่
ายรั
ฐบาลไทย ไม่
ยอมเป็
นพวกคอมมิ
วนิ
สต์
โดยได้
ทํ
าธงชาติ
ไทยด้
วยฝี
มื
อลายปั
กแบบอิ
วเมี่
ยน
จากฝี
มื
อการปั
กผ้
าของผู
หญิ
งชาวอิ
วเมี่
ยนหลายหมู
บ้
านนํ
าขึ
นทู
ลเกล้
าถวายแด่
พระเจ้
าอยู
หั
เหตุ
การณ์
ครั
งนั
นได้
ช่
วยสร้
างความเข้
าใจที่
ดี
ของคนไทยและข้
าราชการต่
อกลุ
มชาติ
พั
นธุ
อิ
วเมี่
ยน
มาก อิ
วเมี่
ยนกลุ
มต่
างๆนี
ในสมั
ยก่
อนมั
กจะแยกกั
นอยู
เป็
นชุ
มชนเล็
กๆประมาณสามสิ
บถึ
งห้
าสิ
ครั
วเรื
อน แต่
ละครั
วเรื
อนจะมี
สมาชิ
กประมาณสิ
บกว่
าคนขึ
นไป เส้
นทางและกลุ
มอพยพแต่
ละกลุ
มี
วิ
ธี
การจั
ดการปั
ญหาในระดั
บของการใช้
สิ
ทธิ
ชุ
นชนที่
แตกต่
างกั
บางชุ
มชนที่
มี
ผู
นํ
าชุ
มชน
เข้
มแข็
งจะสามารถใช้
สิ
ทธิ
ชุ
มชนได้
อย่
างเต็
มที่
ในขณะที่
อี
กชุ
มชนหนึ
งอาจไม่
กล้
าใช้
สิ
ทธิ
ชุ
มชน
มากนั
ก การรู
ถึ
งว่
าแต่
ละชุ
มชนอิ
วเมี่
ยนมี
ที่
มาอย่
างไรจะช่
วยให้
เข้
าได้
ถึ
งระบบการจั
ดการปั
ญหาและ
ไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาท เพราะแต่
ละกลุ
มอพยพจะมี
ผู
นํ
ากลุ
มอพยพของตนเอง แต่
ละกลุ
มมาจากสภาพ
ทางสั
งคมที่
แตกต่
างกั
น ใช้
กฎเกณฑ์
ที่
มี
รายละเอี
ยดปลี
กย่
อยไม่
เหมื
อนกั
น และช่
วงเวลาของการเข้
อาศั
ยในผื
นแผ่
นดิ
นไทยที่
ต่
างกั
นก็
จะประสบกั
บการใช้
ระบบกฎหมายที่
ต่
างกั
นไปด้
วย
สาเหตุ
ของการอพยพเข้
ามาในประเทศไทยของชาวอิ
วเมี่
ยนเกื
อบจะทุ
กกลุ
มอพยพ ประการ
แรกคื
อดิ
นแดนที่
สงบทํ
าการค้
าสะดวกและผื
นแผ่
นดิ
นที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
ประการต่
อมาคื
อความอยู
รอด
ปลอดภั
ยในชี
วิ
ตและทรั
พย์
สิ
น เนื่
องจากชาวอิ
วเมี่
ยนโบราณมี
อาชี
พปลู
กฝิ
นเป็
นพื
ชเงิ
นสด จึ
งนิ
ยม
ตั
งรกรากอยู
บนเทื
อกเขาที่
มี
อากาศหนาวเย็
นเหมาะแก่
การปลู
กฝิ
และที่
สํ
าคั
ญต้
องสามารถปลู
ข้
าวไร่
ข้
าวโพดได้
ดี
การอพยพเข้
ามาเริ
มต้
นขึ
นในสมั
ยที่
อาณาจั
กรแว่
นแคว้
นทางเหนื
อกํ
าลั
งตกเป็
ดิ
นแดนกั
นชนของพม่
าและอยุ
ธยาทางใต้
ต่
อมาสิ
นยุ
คอยุ
ธยาแล้
วพระเจ้
าตากสิ
นมหาราชซึ
งเป็
นผู
มี
สื
บเชื
อสายจี
นได้
กู
ชาติ
จากพม่
าแล้
วขยายความสั
มพั
นธ์
ทางการค้
ากั
บชนชาติ
จี
พร้
อมกั
บได้