- 38 -
หลั
กฐานความเป็
นชาวอิ
้
วเมี่
ยน จึ
งได้
ย ้
อนกลั
บไปนํ
า “เจี๋
ย เซ็
น ป้
อง” มายื
นย ั
นพร้
อมกั
บได้
นํ
าหน่
อ
แรดไปถวาย จึ
งได้
รั
บอนุ
ญาตให้
อพยพเข้
าตั
้
งชุ
มชนอยู
่
บนดอยปู
แว ต่
อมาได้
ย ้
ายชุ
มชนไปทางดอย
วาว จนที่
ดิ
นเสื่
อมสภาพแล้
วก็
ได้
ย ้
ายไปดอยผาช้
างน้
อยและเสี
ยชี
วิ
ตที่
บ้
านนํ
้
างิ
ม ลู
กหลานได้
ย ้
ายไป
ตั
้
งชุ
มชนบนดอยภู
ลั
งกาและล่
าสุ
ดย ้
ายไปที่
บ้
านปางค่
า(วนั
ช. 2538) ต่
อมามี
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนอี
กกลุ
่
มจาก
เมื
องหงสาของลาว ได้
อพยพเข้
ามาทางดอยผาตั
้
ง ต่
อมามี
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนบางคนในกลุ
่
มนี
้
ได้
รั
บแต่
งตั
้
ง
เป็
นพญา เช่
นพญาเขื่
อนเพชร ท่
านเป็
นคนแซ่
เติ
๋
น ลู
กหลานของท่
านก็
ได้
ตั
้
งชุ
มชนอยู
่
ในเขตอํ
าเภอ
เทิ
ง อํ
าเภอขุ
นตาล ในช่
วงประมาณปี
ค.ศ. 1910 ถึ
ง 1920 ว่
าง เซ๋
ง แซ่
จ๋
าว ได้
นํ
าชาวอิ
้
วเมี่
ยนอพยพ
ออกมาจากนํ
้
าเก๋
งของประเทศลาว เข้
ามาตั
้
งชุ
มชนที่
หมู
่
บ้
านห้
วยกว้
าน เขตอํ
าเภอเชี
ยงแสน(มงคล.
2531) ขยายชุ
มชนไปทางดอยหลวง ประมาณกลางคริ
สต์
ศตวรรษที่
20 มี
ชาวอิ
้
วเมี่
ยนอี
กกลุ ่
มหนึ
่
ง
จากประเทศลาวได้
อพยพเข้
าทางบ้
านกั
นไจ๋
บนดอยผาหม่
น มี
ผู
้
นํ
าที่
สํ
าคั
ญชื่
อ พญาเลาอู
เป็
นผู
้
ก่
อตั
้
ง
หมู
่
บ้
านเลาอู
ช่
วงที่
เกิ
ดปั
ญหาภั
ยคอมมิ
วนิ
สต์
ท่
านได้
พาชาวอิ
้
วเมี่
ยนและม้
งในเขตภู
ชี
้
ฟ้
า-ดอยผา
หม่
นย ้
ายไปทางบ้
านปอ
เมื่
อปั
ญหาคอมมิ
วนิ
สต์
สงบลงแล้
วท่
านได้
ย ้
ายไปอยู
่
หมู
่
บ้
านหนองเตา
จนกระทั ่
งท่
านเสี
ยชี
วิ
ตที่
หมู
่
บ้
านหนองเตาเมื่
อปี
ค.ศ. 2002 ปั
จจุ
บั
นลู
กหลานตั
้
งบ้
านเรื
อนอยู
่
ใน
อํ
าเภอเวี
ยงแก่
นและอํ
าเภอเชี
ยงของ ท่
านไม่
มี
บุ
ตรชายสื
บสายโลหิ
ตมี
เพี
ยงแค่
บุ
ตรสาวสองคน ท่
าน
จึ
งรั
บบุ
ตรบุ
ญธรรมไว้
สองคน หลานของท่
านคนหนึ
่
งชื่
อ นายเก้
าออน วรุ
ณเกี
ยรติ
สมาน อยู
่
หมู
่
บ้
าน
หนองเตา
ในช่
วงระหว่
างสงครามโลกทั
้
งสองครั
้
งถึ
งช่
วงที่
ประเทศจี
นเปลี่
ยนแปลงการปกครองเป็
น
ประเทศคอมมิ
วนิ
สต์
มี
สงครามการสู
้
รบกั
นในประเทศลาวและพม่
าตามแนวพรมแดนไทยอยู
่
บ่
อยครั
้
ง ชาวอิ
้
วเมี่
ยนที่
อาศั
ยอยู
่
ตามแนวตะเข็
บชายแดนไทย พม่
าและลาว ต้
องทุ
กข์
ยากลํ
าบากจาก
การที่
ต้
องถู
กโจรปล้
น ฆ่
าและข่
มขื
นผู
้
หญิ
ง เพราะบ้
านเมื
องทั
้
งทางฝั
่
งพม่
าและประเทศลาวไม่
มี
ตํ
ารวจคอยจั
บโจรผู
้
ร้
ายที่
เข้
ามารบกวนชาวบ้
าน ในปี
ค.ศ.1945 (พ.ศ.2488) เปี
้
ยน เลา หลู
่
, ปู
๋
ง ชุ
้
น
ฮยาง และผู
้
นํ
าอี
กหลายคนในประเทศลาว ได้
นํ
าชาวอิ
้
วเมี่
ยน 160 ครอบครั
ว อพยพออกจากประเทศ
ลาวเข้
ามาตั
้
งชุ
มชนอยู
่
ที่
ดอยแม่
สลองและดอยยางแล(เหลย หฒั
๋
น ควน.2550) ในช่
วงปี
ค.ศ.1955
(พ.ศ. 2496) เปี
้
ยน แซ้
ง เฟย และ ต่
าง (จั ๋
น)หฒั
๋
น ออน ซึ
่
งผู
้
นํ
าของชาวอิ
้
วเมี่
ยนบนดอยอ่
างขางทน
ต่
อผลกระทบจากสงครามระหว่
างพม่
ากั
บกองทั
พจี
นคณะชาติ
ไม่
ไหว ได้
ปรึ
กษากั
นแล้
ววางแผนว่
า
จะนํ
าชาวอิ
้
วเมี่
ยนบนดอยอ่
างขางอพยพมาตั
้
งชุ
มชนที่
บ้
านผาดํ
าซึ
่
งเป็
นชุ
มชนดั
้
งเดิ
มของเพี
้
ยโฒว ใน
ปี
ค.ศ.1955 (พ.ศ. 2498) แก่
จั ๋
นออนได้
นํ
าชาวอิ
้
วเมี่
ยนบนดอยอ่
างขางย ้
ายมาตั
้
งชุ
มอยู
่
บริ
เวณผาดํ
า
แล้
วขยายเป็
นหมู
่
บ้
านผาลั
้
ง, ห้
วยแม่
เลี่
ยม, ห้
วยแก้
ว, และปางขอน(เลาแสง.2550) แต่
แก่
รามั
น แซ่
พ่
าน ตั
ดสิ
นใจยุ
ติ
การอพยพและตั
้
งชุ
มชนอยู
่
บนดอยอ่
างขาง ที่
บ้
านห้
วยขาน ต่
อมาในปี
ค.ศ. 1958
(พ.ศ.2501) ชุ
มชนอิ
้
วเมี่
ยนบนดอยแม่
สลองก็
ถู
กรบกวนอี
กครั
้
ง ปู
๋
ง เหวิ
่
น ลิ
่
น จึ
งได้
พาชาวอิ
้
วเมี่
ยน
38 ครอบครั
วย ้
ายมาอยู
่
กั
บ ต่
าง จั ๋
น(หฒั
๋
น) ออน โดยตั
้
งชุ
มชนอยู
่
ที่
ตรงข้
ามกั
บหมู
่
บ้
านผาลั
้
งทางฝั ่
ง
ทิ
ศตะวั
นออกของลํ
านํ
้
าห้
วยแม่
เลี่
ยม ต่
อมาได้
ย ้
ายขึ
้
นมาอยู
่
กั
บชาวอิ
้
วเมี่
ยนกลุ
่
มบ้
านห้
วยแม่