Page 45 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

- 37 -
1800 กลุ
ม “ละ ย ั
ง เมี่
ยน” ไม่
ทราบว่
ามาจากที่
ไหน บางท่
านเชื่
อว่
ามาจากทางเมื
องยอนของพม่
าได้
อพยพเข้
ามาอาศั
ยอยู ่
บนเทื
อกเขาแดนลาวฝั
งซ้
าย บนดอยกาดผี
ที่
บ้
านห้
วยริ
น บ้
านกกน้
อยแล้
อพยพไปทางน่
านและชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ
มนี
ที่
ย ั
งอาศั
ยอยู
ในเมื
องยอนบางส่
วนอพยพกลั
บไปที่
ประเทศ
ลาว(ฟุ
เหฑว่
น. 2550)
ในช่
วงระหว่
างปี
ค.ศ. 1820-1830 มี
อิ
วเมี่
ยนกลุ
มใหญ่
กลุ
มหนึ
งอพยพมาจากเมื
องล้
บริ
เวณต้
นนํ
าหลวงนํ
าทา ต้
นนํ
าหลวงพระบางของประเทศลาว อพยพเข้
ามาตั
งชุ
มชนแห่
งแรกที่
เมื
องเชี
ยงของ ขยายชุ
มชนไปหลายแห่
งกลายเป็
นชุ
มชนขนาดใหญ่
โดยอยู
ใต้
การปกครองของพวก
ลาวพุ
งดํ
าในพื
นที่
ขึ
นตรงกั
บเมื
องน่
าน จากนั
นอี
กหลายปี
ต่
อมาได้
มี
การแบ่
งเป็
นหลายกลุ
ม บางกลุ
ได้
อพยพกลั
บไปประเทศลาว บางส่
วนอพยพเข้
าไปทางดอยสามหมื่
น(แซ้
งเอี๋
ยน.2548) ดอยสาม
หมื่
นเป็
นพื
นที่
ชุ
มชนโบราณชื่
อเมื
องงายเมื
องคงใกล้
กั
บเมื
องเชี
ยงใหม่
เทพเจ้
าผู
พิ
ทั
กษ์
แห่
งท้
องถิ ่
ของดอยสามหมื่
นคื
อเจ้
าหลวงคํ
าแดง(ไพฑู
รณ์
,สุ
พั
ฒน์
,สุ
วิ
ภา.2550) และต่
อมาในปี
ค.ศ. 1827 (พ.ศ.
2370) “เพี
ย โฒว” หรื
อที่
เรี
ยกว่
า เปี
ยน หฒั
น โฒว (Bienh Zanx Zou) พร้
อมกั
บกลุ ่
ม เลี่
ยว เจี่
ยม
เสี่
ยว (Liouh Jiemh Siouc)อพยพออกมาจากแคว้
นสิ
บสองปั
นนาเข้
ามาตั
งชุ
มชนอยู
ที่
ดอยผาตั
ต่
อมาได้
ย ้
ายลงมาที่
เชี
ยงของแล้
วย ้
ายต่
อไปตั
งรกรากอยู
ที่
ดอยช้
าง ต่
อมาย ้
ายลงมาที่
บ้
านห้
วยกา เมื่
กลุ
มของ เพี
ยะ โฒว ย ้
ายออกไปทางน่
านแล้
ว ชาวอิ
วเมี่
ยนกลุ ่
ม เลี่
ยว เจี่
ยม เสี่
ยว ก็
ขยายชุ
มชนลง
มาที่
บ้
านห้
วยน้
อย ต่
อมาย ้
ายไปที่
บ้
านศิ
ระ ย ้
ายต่
อไปที่
บ้
านห้
วยชมภู
ตามลํ
าดั
บ ในช่
วงประมาณปี
ค.ศ. 1840-1850 (พ.ศ.2383-2393) ต่
าง เย์
า เฟย (Dangc Yauz Fei) หรื
อที่
เรี
ยกว่
า “เพี
ย ฝาง”
และเปี
ยน เจี่
ยม หวั
ง (Bienh Jiemh Wangc) นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนบางกลุ
มอพยพเข้
ามาตั
งชุ
มชนอยู
บน
ดอยอ่
างขาง นอกจากกลุ
มนี
แล้
วในบริ
เวณทางฝั
งตะวั
นตกของเมื
องเชี
ยงรายนี
เจส จี
พู
เร่
ต์
ได้
อาศั
หลั
กฐานจาก โฒ้
ว โต้
ว โซว กล่
าวว่
าในปี
ค.ศ.1859 ได้
อิ
วเมี่
ยนมี
อี
กกลุ ่
มหนึ
งที่
อยู
เมื
องสิ
งห์
ได้
อพยพตรงเข้
ามาตั
งชุ
มชนอยู
ทางอํ
าเภอแม่
สรวย จั
งหวั
ดเชี
ยงราย ต่
อมากลุ ่
มของ เหลย แซ้
ง ยุ
น จาก
ทางดอยอ่
างขางได้
ย ้
ายเข้
ามาสมทบ โดยตั
งชุ
มชนอยู
บ้
านป่
าลั
น ย ้
ายไปที่
บ้
านห้
วยริ
น ย ้
ายไปที่
บ้
าน
กกน้
อยและต่
อมาย ้
ายไปที่
บ้
านดอยบ่
อ และลู
กหลานได้
ย ้
ายไปทางห้
วยแม่
ซ้
าย(เหยาควน.2550) มี
บางส่
วนย ้
ายไปที่
บ้
านหนองแว่
ในปี
ค.ศ. 1890 ถึ
ง 1900 เป็
นช่
วงที่
ประเทศฝรั
งเศสและอั
งกฤษได้
ขยายประเทศอาณานิ
คม
เข้
าถึ
งประเทศลาวและพม่
า ทํ
าให้
ชาวอิ
วเมี่
ยนอี
กหลายกลุ
มได้
หนี
ภั
ยความไม่
สงบเข้
ามาตั
งชุ
มชนอยู
ในฝั ่
งประเทศไทยเพื่
อปลู
กฝิ
น ในปี
ค.ศ. 1894 มี
อิ
วเมี่
ยนจากแขวงไทรยะบุ
รี
ของประเทศลาวอพยพ
เข้
ามาทาง อํ
าเภอทุ
งช้
าง จั
งหวั
ดน่
าน ได้
เข้
ามาตั
งชุ
มชนบนเขตเทื
อกเขาที่
มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ขยาย
ชุ
มชนออกไปเป็
นหลายชุ
มชน บางครอบครั
วได้
มี
ที่
ทํ
ากิ
นอยู
ทางแอ่
งสวนยาหลวงได้
ส่
งจดหมายไป
เชิ
ญชวน
พญาคี
รี
ศรี
สมบั
ติ
จากประเทศลาวที่
เป็
นผู
นํ
าชาวอิ
วเมี่
ยนและม้
งอยู
ในเมื
องหุ
นของ
ประเทศลาวให้
อพยพเข้
ามาอยู
ด้
วยกั
นที่
เมื
องน่
าน ในปี
ค.ศ. 1896 พญาคี
รี
ศรี
สมบั
ติ
จึ
งได้
ติ
ดต่
ทางการน่
านขออพยพเข้
ามาตั
งชุ
มชนในเขตปกครองของเมื
องน่
าน
ทางการน่
านขอให้
แสดง